ดับบลิวเอชเอ ผนึกกำลัง สมิติเวช พัฒนา WHAbit ตอบโจทย์ดิจิทัลเฮลธ์แคร์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • ดับบลิวเอชเอ ผนึกกำลัง สมิติเวช พัฒนา WHAbit ตอบโจทย์ดิจิทัลเฮลธ์แคร์

ดับบลิวเอชเอ ผนึกกำลัง สมิติเวช พัฒนา WHAbit ตอบโจทย์ดิจิทัลเฮลธ์แคร์

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงพยาบาลสมิติเวช ประกาศลงนามในบันทึกความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเฮลธ์แคร์ ยกระดับการเข้าถึงบริการและโซลูชันการดูแลสุขภาพสำหรับพนักงานและลูกค้าทั้งหมดในนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ และอาคารสำนักงานของดับบลิวเอชเอ ผ่านแพลตฟอร์ม WHAbit ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันใหม่ของบริษัทฯ ร่วมกับบริการ Samitivej Virtual Hospital ของโรงพยาบาลสมิติเวช

จรีพร จารุกรสกุล (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นพ. ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และรพ.บีเอ็นเอช ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป และโรงพยาบาลสมิติเวช เข้าร่วมภายในงาน

ทั้งนี้ ในบันทึกความร่วมมือ (MoU) ครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันสำรวจ ศึกษาขั้นตอน และกระบวนการทำงานที่จำเป็นตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น เพื่อส่งมอบโซลูชันการบริการดูแลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่เชื่อมต่อกับช่องทางออฟไลน์ รวมถึงการปรึกษาแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การตรวจสุขภาพ (Health Check-up) คลินิกกลุ่มโรค NCD (กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) สมาร์ทคลินิก การจ่ายยา การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม WHAbit ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันด้านดิจิทัลเฮลธ์แคร์ ที่เตรียมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้ ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด ความต้องการของลูกค้า การแก้ไขปัญหา และจุดบกพร่องต่างๆ เพื่อใช้ในการออกแบบ และยกระดับโซลูชันบริการด้านการดูแลสุขภาพร่วมกับบริการของโรงพยาบาลสมิติเวชและ Samitivej Virtual Hospital

โดยความร่วมมือครั้งนี้ทางโรงพยาบาลสมิติเวชในบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ จะเชื่อมโยงและสนับสนุนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อให้โซลูชันและบริการการดูแลสุขภาพดิจิทัลบนแอปพลิเคชัน WHAbit ทำงานได้อย่างสมบูรณ์  รวมถึงให้การสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ของโรงพยาบาลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน WHAbit ได้รับบริการครอบคลุมรอบด้าน 

นอกเหนือจากบริการออนไลน์ต่างๆ ที่กล่าวข้างตน โรงพยาบาลสมิติเวชจะแบ่งปันทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่จำเป็น เพื่อเชื่อมโซลูชันและบริการของโรงพยาบาลเข้ากับแอปพลิเคชัน WHAbit ด้วยเช่นกัน

ด้านนพ. ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ. สมิติเวช และรพ. บีเอ็นเอช กล่าวว่า “บันทึกความร่วมมือฉบับนี้ คือ การจับมือเป็นพันธมิตรในเชิงนวัตกรรมระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการสุขภาพ และเรารู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมที่นำความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย”

“ผมมั่นใจว่าความร่วมมือกันระหว่างดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป และสมิติเวช จะทำให้สามารถทลายอุปสรรคด้านการดูแลสุขภาพ ทำให้คนจำนวนมากมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยจุดแข็งของสมิติเวชที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และประสบการณ์ในการให้บริการ Virtual Hospital (telemedicine) ซึ่งในท้ายที่สุดจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและนวัตกรรมหลายๆ อย่าง อาทิ การให้บริการสุขภาพทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการสร้างเสริมป้องกัน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้าที่สุด เพื่อสร้างคุณค่าสให้กับสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ”

จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “การลงนามในบันทึกความร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวชครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิทัลเฮลธ์แคร์กลุ่มแรกๆ ให้กับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เพราะเป้าหมายของดับบลิวเอชเอ ไม่ใช่แค่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่เรายังต้องการส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ให้พนักงานในนิคมอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโม’”

“โดยการยกระดับความสามารถทางการแพทย์ และการให้บริการด้านสาธารณสุขครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของ Digital Healthcare ซึ่งก็คือ การนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มมาช่วยสนับสนุนบริการทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และลดต้นทุน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงลดความแออัดในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้อีกด้วย”

ด้วยเหตุนี้ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปจึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน WHAbit ขึ้นมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Corporate Wellness พื่อการเข้าถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ง่ายขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้มีการเริ่มนำแอปพลิเคชัน WHAbit มาให้บริการกับพนักงานของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 2564 และได้ผลตอบรับการใช้งานจากพนักงานเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยืนหยัดในคำมั่นที่จะใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดียิ่งขึ้น”

ปัจจุบัน แอปพลิเคชัน WHAbit เป็นเครื่องมือด้านสุขภาพดิจิทัล ที่จะช่วยให้ผู้สมัครใช้บริการสามารถจัดการสุขภาพได้ ด้วยการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านทางวิดีโอคอลในการวินิจฉัยโรค การรักษา และการจ่ายยา ได้อย่างสะดวกสบาย โดยดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปมีแผนที่จะนำแอปพลิเคชัน WHAbit นี้ มาให้บริการแก่กลุ่มลูกค้า หรือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ภายในไตรมาส 3 ของปี 2565 เพื่อเป็นช่องทางการดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวมผ่านสื่อดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้ลูกค้ามีสุขภาพ รวมถึงชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น

ขณะที่ Samitivej Virtual Hospital เปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2562  และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ รวมทั้งช่วยให้ชีวิตของผู้รับบริการดีขึ้น สะดวก รวดเร็ว ในทุกมิติการดูแลสุขภาพ จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ด้วย 4 รางวัลการันตี

  • Prime Minister’s Export Award 2021: สาขา Best Service Enterprise Award (Health& Wellness) ความเป็นเลิศด้านบริการทางการแพทย์ Samitivej Virtual Hospital, Samitivej Plus และ Precision Medicine
  • Product Innovation Awards 2021: สาขาความเป็นเลิศด้านบริการทางการแพทย์ Samitivej Virtual Hospital
  • GlobalHealth Asia –Pacific Awards 2021: สาขา Smart Hospital of the Year in the Asia –Pacific
  • Thailand Digital Excellence Awards 2020: สาขา Thai Digital Champion for Business Innovation

อ่านเพิ่มเติม: ศ.นพ.สิน อนุราษฎร์ นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช ดัน MedPark ทัพหน้าโรงพยาบาลเอกชน

BACK TO TOP