จิบน้ำชายามบ่ายที่ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ ชมล็อบบี้หรู “รางวัลเอเชียแปซิฟิก” - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • จิบน้ำชายามบ่ายที่ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ ชมล็อบบี้หรู “รางวัลเอเชียแปซิฟิก”

จิบน้ำชายามบ่ายที่ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ ชมล็อบบี้หรู “รางวัลเอเชียแปซิฟิก”

วัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่าย (Afternoon Tea) จากต้นกำเนิดที่โลกตะวันตก ทุกวันนี้ผู้คนทั่วโลกคุ้นชินกับกิจกรรมนี้เป็นอย่างดี และยิ่งเป็นการจิบน้ำชาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวหรือเจรจาธุรกิจด้วยแล้ว สถานที่และบรรยากาศนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งเฉกเช่นที่ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้

ความพิเศษของสถานที่ เมนูอาหารว่างและชุดน้ำชาที่ออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความละเมียดละไม ทำให้ช่วงเวลานั้นๆ เป็นการพักผ่อนที่ดีเยี่ยม และหากมีบางเรื่องราวที่ต้องพูดคุยแลกเปลี่ยน ก็จะเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ เพราะจิตใจรู้สึกปลอดโปร่งด้วยบรรยากาศที่ดี อากาศดี รสสัมผัสดี ทำให้จิตใจเบิกบาน ทั้งหมดนี้คือความรู้สึกเบื้องต้น เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนล็อบบี้หรูของโรงแรมน้องใหม่เชนดัง เคมปินสกี้ แห่งที่สองของกรุงเทพฯ ที่ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok)

เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พัฒนาโครงการ “สินธร วิลเลจ” อาณาจักรที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่บริเวณซอยหลังสวน ซึ่งมีพื้นที่ติดถนนสารสิน ซอยหลังสวน และซอยต้นสน สามารถเข้าออกได้ทั้ง 3 เส้นทาง โดยโรงแรมหรูแห่งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีสวนไม้ใหญ่ร่มรื่นให้ผู้คนได้มาพักสายตากับไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ที่ทางโรงแรมล้อมมาปลูกจนร่มครึ้มไปทั่วทั้งบริเวณ

ส่วนของล็อบบี้ ที่ใช้เป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรม “จิบน้ำชายามบ่าย” ของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ มีความพิเศษในด้านการออกแบบด้วยสไตล์ที่โปร่งตา และหรูหราอลังการด้วยโทนสีเข้มขรึมของเครื่องเรือนที่ประดับภายในพื้นที่ล็อบบี้ ที่ให้ความรู้สึกเปิดโล่งเสมือนนั่งอยู่ในสวนขนาดใหญ่ เนื่องจากเพดานโปร่งทรงโค้งครึ่งวงกลมยกตัวสูงขึ้นมากกว่า 4 เมตร และด้านบนสุดยังมีช่องรับแสงธรรมชาติ ส่วนผนังเพดานฉาบเรียบด้วยสีปูนเปลือยให้ความรู้สึกเป็นกันเองและแข็งแกร่งมั่นคง

ผนังโดยรอบล็อบบี้เป็นกระจกใสเขียวตัดแสง มองเห็นพื้นที่ภายนอกอาคารทั้งสองฝั่งได้ชัดเจน เชื่อมโยงสวนไม้ใหญ่ภายนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศในล็อบบี้ ทำให้สัมผัสถึงควาทหรูหราและเป็นธรรมขาติอย่างกลมกลืน แสงธรรมชาติยังช่วยเปลี่ยนอารมณ์ล็อบบี้แห่งนี้ ให้เป็นไปตามช่วงเวลาในแต่ละวัน

สัมผัสความหรูที่เรียบง่าย

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมแห่งที่สองของแบรนด์โรงแรมหรูจากเยอรมันนี้ โดยแห่งแรกคือโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ที่สยาม ส่วนสินธร เคมปินสกี้กรุงเทพฯ ถือเป็นแห่งที่สองเพิ่งเปิดมาเกือบ 2 ปี เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมน้องใหม่ที่ไม่ธรรมดา เพราะสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ได้รางวัลระดับเอเชียแปซิฟิกมาแล้วนั่นคือ Best Hotel Lobby Interior Asia Pacific และรางวัล Best Hotel Lobby Interior Thailand จาก INTERNATIONAL PROPERTY AWARDS แน่นอนย่อมเป็นเครื่องการันตีความพิถีพิถันในเรื่องการออกแบบและดีไซน์ ซึ่งรังสรรค์โดยบริษัท P49 (P49 Deesign) ที่มีผลงานออกแบบได้รางวัลมากมาย เป็นเครื่องตอกย้ำความพิถีพิถันด้านการออกแบบของโรงแรมที่คงคุณค่าด้วยเอกลักษณ์ของ “เคมปินสกี้” ในความเป็นโรงแรมหรูที่มีอายุยืนยาวมานานกว่า 125 ปี

“Kempinski Hotels” เป็นกลุ่มโรงแรมหรูที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป จากประวัติความเป็นมาของบริษัท ดั้งเดิมแห่งนี้เริ่มขึ้นในปี 2440 โดยมีรากฐานมาจาก “Hotelbetriebs-Aktiengesellschaft” ในเบอร์ลิน เป็นการพัฒนาที่เริ่มต้นจากบริษัท M. Kempinski & Co ก่อตั้งโดย Berthold Kempinski ต่อมาถูกซื้อกิจการโดย “Hotelbetriebs-Aktiengesellschaft” ในปี 1953

ในช่วงที่ทีมงาน Forbes Thailand ได้ไปร่วมกิจกรรมจิบน้ำชายามบ่าย ช่วงนั้นยังเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองหลังปีใหม่ ซึ่งธีมของ Afternoon Tea ของโรงแรมยังเป็น Stellar Festive Season ที่ออกแบบเครื่องดื่มและขนมของว่างในธีมของเทศกาลเฉลิมฉลอง แต่เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ สีสันของ Afternoon Tea ได้เปลี่ยนเป็นธีม Valentine เริ่มต้นด้วย Love Potion Granita ด้วยธีมสีชมพูสดใส

ธีมของ Afternoon Tea ะจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเทศกาลต่างๆ แต่สิ่งที่จะคงอยู่แม้จะเข้าสู่เทศกาลใดก็ตาม คือ ความพิถีพิถันละเมียดละไม และวิจิตรบรรจงของการออกแบบชุดน้ำชาและขนมของว่าง ที่รังสรรค์ให้ดูสวยงาม และมีเรื่องเล่าที่น่าติดตาม เช่นภาชนะที่ใช้ในการรับรองจะมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่นถ้วยจากฟางข้าวโพด ถาดจากเยื่อไม้ และอีกหลายเรื่องเล่า ที่สะท้อนความพิเศษและการสร้างสรรค์ ของโรงแรมที่นำเอาวัสดุท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าให้เมนูพิเศษ เป็นมากกว่าการนัดพบทั่วๆ ไป ด้วยเรื่องราวที่มาของสิ่งรอบๆ ตัวแขกผู้มาเยือน

นอกจากนี้ บรรยากาศของโรงแรมยังคงความอลังการทั้งในแง่ของงานออกแบบ การดีไซน์พื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ให้ออกมาในภาพลักษณ์ที่หรูหราแต่ยังคงเรียบง่าย และแน่นอนคงความเป็น “เคมปินสกี้” ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเรื่องของบริการซึ่งเสน่ห์อย่างหนึ่งของเคมปิสกี้คือ บริกรหญิงที่จะดูแลอำนวยความสะดวกให้แขกผู้มาเยือนในทุกๆ อย่าง ที่มีเอกลักษณ์ด้วยการสวมชุดแดงที่ทางโรงแรมเรียกว่า “Ladies in Red” ถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ในงานบริการของเคมปินสกี้ ที่พบเห็นได้ทุกแห่งทั่วโลก Ladies in Red หรือสุภาพสตรีในชุดสีแดง พวกเธอเป็นพนักงานต้อนรับที่คอยอำนวยความสะดวก และให้บริการแขกในด้านต่างๆ สินธร เคมปินสกี้ ก็มีเช่นกัน

ความหรูหราที่เรียบง่าย และบรรยากาศของความพิถีพิถันแต่เป็นกันเอง ทำให้ล็อบบี้ของโรงแรมหรูแห่งนี้ และกิจกรรม Afternoon Tea ที่นี่ได้รับความนิยม มีคนดัง ดารา เซเลบริตี้ และบุคคลมีชื่อเสียงมากมาย แวะเวียนมาจิบน้ำชายามบ่ายด้วยบรรยกาศที่อบอุ่นและโปร่งสบาย ที่สำคัญโรงแรมนี้มีจุดสวยๆ ที่ทำให้หลายคนอดไม่ได้ ต้องหยิบกล้องออกมาถ่ายภาพเช็คอินและโพสไอจี แทบทุกคนที่ได้มาเยือน

อ่านเพิ่มเติม: เจแอลแอล เผยการซื้อขายโรงแรมในไทยปี 64 มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้าน


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP