คนตายขายออก วิญญาณ MJ กวาด 700 ล้าน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • คนตายขายออก วิญญาณ MJ กวาด 700 ล้าน

คนตายขายออก วิญญาณ MJ กวาด 700 ล้าน

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
27 Jun 2014 | 5:28 pm 2489
ตั้งแต่ปี 2009 ที่ Michael Jackson จากโลกนี้ไป  Jay Z, Taylor Swift และ Kanye West ศิลปินดังทั้งสามรายทำรายได้รวมกัน 544 ล้านเหรียญ แม้จะเป็นตัวเลขไม่น้อย แต่เชื่อหรือไม่ว่า รายได้รวมของทั้งสามน้อยกว่ารายได้รวมในช่วงเดียวกันของ “ราชาเพลงป๊อบ” เพียงคนเดียว
 
ในช่วงห้าปีหลังความตายของตัวเอง  Jackson มีรายได้มากกว่า 700 ล้านเหรียญ มากกว่าศิลปินทุกราย โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นหรือตาย แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงขาลงของราชาป็อบเลย อัลบัมล่าสุดซึ่งออกจำหน่าย Xscape  เปิดตัวสู่อันดับ 2 ของชาร์ทเพลงฮิตประจำเดือนพฤษภาคม และอีกสัปดาห์ถัดมา “เงาร่าง” ของตัวเขา กลับมาโผล่โชว์สเตปมูนวอร์คบนเวทีแจกรางวัล Billboard Music Awards
 
 
“เขาคือคำจำกัดความของสิ่งที่เรียกว่าซุปเปอร์สตาร์” Ludacris แรปเปอร์ชื่อดังว่าไว้ “มันมีพลังงานบางอย่างที่ไม่สามารถจับต้องได้ ในทุกครั้งที่ได้ยินเพลงของเขา”
 
เวลานี้ Jackson ได้สร้างความนิยามความสำเร็จสำหรับศิลปินที่ล่วงลับไปแล้วเสียใหม่ โดยช่องทางสร้างรายได้ของเขานั้นมาจากหลายแหล่ง ตั้งแต่ขายเพลงแบบเดิมๆ ไปจนถึงธุรกิจบันเทิงแบบใหม่ๆ
 
อย่างแรกก็คือเพลงของเขา ทันทีที่เสียชีวิตในปี 2009  เพลงฮิตจำนวนมากของเขากลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง และถูกโหลดเป็นจำนวนมาก จวบจนถึงสิ้นปี เฉพาะในสหรัฐฯ แห่งเดียว เขามียอดขายผลงานถึง 8.3 ล้านอัลบั้ม มากกว่าผู้ที่ตามมาอันดับสองอย่าง Taylor Swift ถึงสองเท่า
 
ด้วยตัวเลขมหาศาลเช่นนี้ Sony จึงไม่ลังเลที่จะใช้เงินกว่า 250 ล้านเหรียญ เพื่อต่อสัญญากับศิลปินออกไปอีก 10 ปี จนกลายเป็นเม็ดเงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อให้ได้รับสิทธิในการจัดจำหน่ายผลงานหลังศิลปินจบชีวิต โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จหลังความตายของศิลปินทุกราย นั่นคือทำให้เขายังคงอยู่กลางใจประชาชน
 
“พวกเขาไม่ได้มีชีวิตเพื่อออกแสดงหรือมาให้สัมภาษณ์อีกแล้ว” Donald David นักกฎหมายในแวดวงธุรกิจบันเทิง ซึ่งดูแลผลประโยชน์หลังความตายของแรปเปอร์ Tupac Shakur “นั่นก็คือต้องเก็บรักษาดวงดาวที่ดับไปแล้วให้อยู่ในใจผู้คนต่อไป”
 
ด้วยเหตุนี้ แจคสันยังคงต้องมีบทบาทต่อไป โดยเฉพาะผ่านการแสดงโชว์ Immortal และ One ซึ่งมาจากผลของเขาเอง  เฉพาะ Immortal ทำรายได้รวมแล้ว 300 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่เปิดแสดงในปี 2011 และส่วน One จะเก็บเพิ่มได้อีกอย่างต่ำ 30-40 ล้านเหรียญ ในปีที่จะถึง
 
ผลประโยชน์อื่นๆ หลังความตายของ Jackson ยังรวมถึงการทำสัญญาโฆษณามูลค่าหลายล้านเหรียญกับ Pepsi, บริษัทผลิตวิดีโอเกม Ubisoft และหนังคอนเสิร์ท This Is It ซึ่งกวาดรายได้ทั่วโลกไปแล้ว 260 ล้านเหรียญ
 
และยังไม่ค่อยเป็นที่รู้กันว่า เขายังมีรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายในตลอดห้าปีที่ผ่านมา นั่นคือ การถือหุ้น 50% ในผลงานเพลงของ Sony/ATV ซึ่งได้ลงทุนไว้ตั้งแต่ปี 1985 ซึ่งในวันนี้ให้ผลตอบแทนกลับคืนเป็นเงินถึง 8 หลัก ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของ Jackson นับเป็นการลงทุนอย่างฉลาด และให้ผลตอบแทนเป็นเงินหลายๆ ล้านเป็นประจำทุกปี
 
“Michael Jackson มีวิสัยทัศน์ของการเป็นนักธุรกิจตลอดเวลา ในตอนตัดสินใจซื้อกิจการใดๆ” Kevin Liles อดีตผู้
บริหารค่ายเพลง Def Jam กล่าว “(จนเหมือนกับ) บริษัท ไมเคิล แจ็คสัน จำกัด”

 


 

เรียบเรียงจาก How Michael Jackson Earned Over $700 Million Since His Death  โดย Zack O'Malley Greenburg, senior editor ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจดนตรีและบันเทิงของ Forbes และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Michael Jackson, Inc

BACK TO TOP