ก้าวข้ามความท้าทายในปีแพะ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • ก้าวข้ามความท้าทายในปีแพะ

ก้าวข้ามความท้าทายในปีแพะ

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
13 Feb 2015 | 1:29 pm 4598
[บทความประจำฉบับมกราคม 2558]

แม้เศรษฐกิจไทยได้ก้าวผ่านจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญในปีก่อนมาได้ แต่ในปีแพะนี้ยังมีความท้าทายรออยู่อีกมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับบททดสอบครั้งใหม่จากทั้งภายในและภายนอก 
 

 
หากเปรียบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เหมือนการแข่งวิ่งผลัด สนามแข่งนี้นับว่ามีบททดสอบที่เป็นอุปสรรคกีดขวางอยู่มาก 
 
บททดสอบแรก คือ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบางเนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังเรื้อรัง โดยเฉพาะเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรปที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจซบเซา และอัตราเงินเฟ้อตกต่ำ  ขณะที่เศรษฐกิจจีน และญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัวจากผลของมาตรการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ประเทศเศรษฐกิจหลักจึงมีมาตรการสนองตอบต่อปัญหาดังกล่าวในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้มาตรการทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศยุโรปและญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สวนทางกับสหรัฐฯ ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจนนำไปสู่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีแนวโน้มผันผวนสูงในปีนี้ 
 
ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับบททดสอบที่สอง ความอ่อนแอของแรงขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจไทยเอง โดยเฉพาะการส่งออกที่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เนื่องจากขาดการลงทุนมาเป็นเวลานานในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงที่สอดรับกับความต้องการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่ทิ้งห่างไทยไปหลายช่วงตัว ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนซึ่งมีส่วนสำคัญรองลงมาเติบโตได้ยากลำบากกว่าในอดีต เพราะถูกฉุดรั้งจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ เพื่อก้าวผ่านบททดสอบที่ท้าทายเหล่านี้  ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับพลวัตเศรษฐกิจโลกและโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนแปลงไป
 
เมื่อสำรวจความพร้อมก่อนลงสนามแข่งในปีนี้พบว่า สภาพเศรษฐกิจของเราเพิ่งอยู่ในช่วงการฟื้นตัวและไม่ได้แข็งแรงเท่ากับคนอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัจจัยฉุดรั้งทางเศรษฐกิจดังกล่าว การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืน หลังจากไทยผ่านพ้นจุดเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปีก่อนก็ดูเหมือนจะมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ โดยภาครัฐส่งสัญญาณ “การยกเครื่องเศรษฐกิจ” ที่ชัดเจนขึ้น โดยวางบทบาทภาครัฐเป็นไม้แรกในการออกสตาร์ท เริ่มเดินเครื่องด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบคมนาคมขนส่ง ควบคู่กับการปฏิรูปภาคการคลังให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส สะท้อนจากมาตรการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทนมาตรการบิดเบือนกลไกตลาด รวมทั้งเพิ่มความโปร่งใสของสถาบันการเงินของรัฐ (SFIs) เน้นพันธกิจหลักที่การลดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางการเงิน ถือเป็นการเปลี่ยนเข็มทิศเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ดุลยภาพใหม่ที่ให้น้ำหนักกับความยั่งยืน ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับภาคเอกชนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจต่อไป 
 
อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควรต้องเริ่มออกตัวแล้วเพื่อสอดรับกับภาครัฐที่ได้ออกตัวไปล่วงหน้า โดยผมเห็นว่าหากภาคเอกชนของไทยที่มีความเข้มแข็ง และมีความพร้อมด้านการเงินเริ่มวอร์มเครื่องด้วยการลงทุนยกระดับเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับความต้องการในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรบุคคลร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ผมมั่นใจว่าในสนามแข่งขันนี้ชาติไทยน่าจะสามารถตีตื้นขึ้นมาได้ 
 
“ทีมชาติไทย” ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนในการก้าวผ่านทุกๆ ความท้าทายที่กำลังรอเราอยู่ในปีแพะนี้ ผมในฐานะผู้ว่าการแบงก์ชาติจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความพร้อมของทีมชาติไทย โดยดำเนินนโยบายที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของแบงก์ชาติ

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 

BACK TO TOP