กนกพรรณ เหตระกูล ลูกสาวคนเล็กรับไม้สู่ "นายใหญ่" ยาคูลท์ไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • กนกพรรณ เหตระกูล ลูกสาวคนเล็กรับไม้สู่ “นายใหญ่” ยาคูลท์ไทย

กนกพรรณ เหตระกูล ลูกสาวคนเล็กรับไม้สู่ “นายใหญ่” ยาคูลท์ไทย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
18 Jun 2015 | 12:07 pm 24507

เรียบเรียงใหม่ จากเรื่อง: นพพร วงศ์อนันต์ ภาพ: ยาคูลท์ ประเทศไทย

ประธานวัยกว่า 80 ของบริษัทที่ก่อตั้ง ยาคูลท์ ประเทศไทย แต่งตั้งบุตรสาวคนเล็ก กนกพรรณ เหตระกูล นั่งตำแหน่งประธานของบริษัทที่ดำเนินการมา 45 ปี นำ บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จํากัด ให้เติบโตอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยคำมั่นในการสร้างรายได้หลายพันล้านบาท และกระตุ้นยอดขายต่อวันอีก 40% ต่อปี

ประพันธ์ เหตระกูล วัย 83 ปี ผู้บุกเบิกนมเปรี้ยวยาคูลท์ กล่าวต่อตัวแทนขายและทีมสายส่งในการประชุมประจำปีว่า ถึงเวลาของการก้าวลงจากตำแหน่ง และส่งผ่านบริษัทต่อไปยัง กนกพรรณ บุตรสาววัย 43 ปีของเขา ที่ร่วมทำงานกับยาคูลท์ตั้งแต่ 14 ปีก่อน

“ผมพบเจอความสำเร็จและอุปสรรคต่างๆ ร่วมกับสาวยาคูลท์มาตลอด 45 ปีที่ผ่านมา ถึงเวลาที่ผมต้องลงจากตำแหน่งและส่งผ่านบริษัทต่อไปยังคุณโบว์” ประพันธ์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือเมื่อเอ่ยถึง กนกพรรณ ด้วยชื่อเล่นของเธอ

“ผมขอฝากคุณโบว์ให้ทุกคนช่วยดูแล เธอจะสานต่อหน้าที่ของผมในการดูแลสาวยาคูลท์ทุกคนเหมือนที่ผมได้ทำ ถ้าคุณคิดถึงผม ก็สามารถปรึกษาหรือพูดคุยกับเธอได้” คือคำกล่าวของประพันธ์ ที่ตัวแทนฝ่ายขายบางส่วนในจำนวนราว 2,000 คนได้ฟังแล้วถึงกับหลั่งน้ำตา

ประพันธ์ เห็นถึงประโยชน์ของแบคทีเรียในยาคูลท์ที่มีต่อระบบย่อยอาหาร เมื่อครั้งที่เขาเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงต้นปี ค.ศ.1950 จากนั้นเขาได้เริ่มธุรกิจยาคูลท์ในประเทศไทย ใน ค.ศ.1971 จากเงินลงทุนของพ่อ ด้วยสัดส่วนการลงทุน 15% โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น มีทุนจดทะเบียน 15 ล้านบาท ในวันนี้เขาและทายาทถือเป็นผู้ถือหุ้นหลักของกลุ่มที่ประกอบไปด้วยฝ่ายผลิตและฝ่ายขายของยาคูลท์

2-3 ปีแรกนับจากก่อตั้ง มีเพียงสาวยาคูลท์ 80 คน และผลการดำเนินงานที่ขาดทุน แต่ประพันธ์ก็พยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวให้คนไทยเห็นประโยชน์ของนมที่มีรสหวานและเปรี้ยว ซึ่งมีแบคทีเรีย lactobacillus มีชีวิตบรรจุภายในขวดพลาสติกว่าไม่ใช่แค่นมบูดๆ แต่เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายของคนเรา

ปีงบประมาณ 2013 ที่สิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2014 บริษัทมีรายได้รวมเป็นจำนวน 6.4 พันล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 1.14 พันล้านบาท และ ยาคูลท์ ประเทศไทย มียอดขายเป็นลำดับที่ 4 จาก 33 ประเทศที่นมเปรี้ยวสัญชาติญี่ปุ่นเข้าไปดำเนินการ โดยเป็นรองญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน

กนกพรรณ กำลังเตรียมเพิ่มยอดขายให้ได้ 5 ล้านขวดต่อวันในปีต่อๆ ไป จากเดิมที่มียอดขาย 3.5 ล้านขวด ซึ่งเป็นยอดขายที่มาจากสาวยาคูลท์ 3,500 คน ทั่วประเทศ และเตรียมเพิ่มจำนวนสาวยาคูลท์เพิ่มขึ้น

“ด้วยความยอดเยี่ยมของสาวยาคูลท์ที่ผนึกกำลังทำงานร่วมกัน เราหวังว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายที่ 5 ล้านขวดต่อวันในช่วงปลายปี 2016” กนกพรรณ กล่าวกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หลังการประกาศแต่งตั้งจากผู้เป็นพ่อ

กนกพรรณเติบโตมาพร้อมๆ ยาคูลท์ จากการฟูมฟักของผู้เป็นพ่อ เธอจึงไม่ใช่หน้าใหม่ของบริษัทแต่อย่างใด เธอเริ่มทำงานด้วยการเป็นสาวคูลท์ที่เขตพญาไทกว่า 7 เดือน และได้รับแต่งตั้งให้อยู่ในกลุ่มผู้บริหาร และบริหารงานในตำแหน่งฝ่ายขายของยาคูลท์เป็นเวลา 10 ปี ก่อนรับตำแหน่งประธานบริษัทในปัจจุบัน
 
ตามที่ยาคูลท์ปฏิเสธการขายในห้างและยึดติดกับการขายจากทีมขายสาวยาคูลท์ ในขณะที่คู่แข่งเลือกขายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ แต่ปัจจุบันลูกค้ายาคูลท์จะพบกับยาคูลท์ในร้าน 7-Eleven ในบางจังหวัดยกเว้นกรุงเทพฯ เพื่อดึงดูดความสนใจกับลูกค้ารุ่นใหม่

จากรายงานของสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ใน กุมภาพันธ์ 2014 กลุ่มโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องถึง 5 % ด้วยยอดขายในปี 2013 ที่มีมูลค่าขาย 1.81 หมื่นล้านบาท สำหรับนมเปรี้ยวมีมูลค่า 3.7 พันล้านบาท โดยมี Dutch Mill และ Yakult คือผู้เล่นหลักในตลาดนี้ มีสัดส่วน 27% และ 26% ตามลำดับ

แม้ที่ผ่านมา ยาคูลท์แทบไม่ได้ลงเงินไปกับการโฆษณา แต่ได้เตรียมพร้อมกับการขยายการขายด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมไปถึงการเพิ่มช่องทางการขายและกิจกรรมทางการตลาด

“นับตั้งแต่จันทร์นี้ เรามาลุยงานให้หนักขึ้นเพื่อเป้าหมาย 10 ล้านขวดต่อวันกันดีไหม ถือเป็นคำสัญญาต่อผู้ชายที่เรารักคือคุณประพันธ์” กนกพรรณ กล่าวสร้างกำลังใจกับสาวยาคูลท์ที่มาร่วมงาน


Prapan passes Yakult reins to daughter 'Bow' by NOPPORN WONG-ANAN

BACK TO TOP