สุธี ลิมปนชัยพรกุล ปลุกปั้น “นายณ์ เอสเตท” สู่ “บูทีค ดีเวลลอปเปอร์” แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Sponsored Content >
  • สุธี ลิมปนชัยพรกุล ปลุกปั้น “นายณ์ เอสเตท” สู่ “บูทีค ดีเวลลอปเปอร์” แตกต่างอย่างสร้างสรรค์
SPONSORED CONTENT

สุธี ลิมปนชัยพรกุล ปลุกปั้น “นายณ์ เอสเตท” สู่ “บูทีค ดีเวลลอปเปอร์” แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

Forbes Thailand

ในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา มีดีเวลลอปเปอร์ น้องใหม่มากมายเรียงแถวแจ้งเกิดในวงการ อสังหาริมทรัพย์บ้านเรา ต่างชูจุดขายเพื่อสร้าง ความแตกต่างในการพัฒนาโครงการให้เข้าไป นั่งในใจลูกค้า

หนึ่งในดีเวลลอปเปอร์น้องใหม่ที่กล้าฉีกกรอบ เลือกที่จะแตกต่างจนน่าจับตามอง ต้องยกให้ “นายณ์ เอสเตท (Nye Estate)” ซึ่งประกาศตัว เป็น “บูทีค ดีเวลลอปเปอร์ (Boutique Developer) ที่พัฒนาโครงการในแนวคิด “Breaking New Ground” ใส่ใจทุกรายละเอียดแบบถึงแก่น ด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับการเลือก ใช้วัสดุชั้นดี บวกกับนวัตกรรมการออกแบบที่ เหนือชั้นและใส่ใจสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว

สุธี ลิมปนชัยพรกุล ประธานอำนวยการ ของนายณ์ เอสเตท สะท้อนภาพรวมบริษัท ว่า ถ้าเทียบจากอายุ 6 ปีของบริษัท เราถือเป็น ดีเวลลอปเปอร์หน้าใหม่ แต่ด้วยทีมงานคุณภาพ ที่มีประสบการณ์ เราจึงพัฒนาไปแล้วกว่า 10 โครงการ ไม่ว่าจะเป็น คอนโดมิเนียม คลัสเตอร์โฮม ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว รวมถึงโครงการมิกซ์ยูส และโครงการที่พักอาศัยวัยเกษียณ ภายใต้จุดยืน ของบริษัทที่มุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานที่แตกต่าง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และเน้นคุณภาพ ในทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนภาพรวมของตลาด อสังหาริมทรัพย์บ้านเรา ซึ่งแม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะ ไม่คึกคัก แต่เชื่อว่าหลังจากมีสัญญาณเชิงบวก ที่ชัดเจน จะทำให้ภาพรวมของตลาดดีขึ้น

“ปีที่ผ่านมาภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว แม้จะมีกำลังซื้อ จากตลาดจีนมาช่วยบ้าง แต่ด้วยจุดแข็งของ บริษัทและเซกเมนต์ที่เราโฟกัสคือลักซ์ชัวรี่ ทำให้เรายังมียอดขายเข้ามาต่อเนื่อง และผม เชื่อว่าจากนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ กลุ่มลักซ์ชัวรี่ ซึ่งยังมีดีมานด์ที่แท้จริงอยู่น่าจะกลับมาคึกคัก”

สำหรับจุดแข็งที่ทำให้ “นายณ์ เอสเตท” ก้าวสู่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำแม้เป็นผู้เล่น หน้าใหม่ในตลาด สุธี เผยว่า นอกจากเรื่องทำเล ที่โดดเด่น อันเป็นหัวใจหลักในธุรกิจ แนวคิด การออกแบบและดีไซน์ที่ก้าวล้ำไปมากกว่า ความสง่างาม แต่สะท้อนถึงความมีเอกลักษณ์ ใช้งานได้จริงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืนคือแต้มต่อที่สำคัญ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สุธี ยกตัวอย่าง ควอเตอร์ ทองหล่อ บ้านเดี่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนโลเคชั่นสุดไพรม์ที่หาไม่ได้อีกแล้วในทองหล่อ ถือเป็นบทพิสูจน์ของการออกแบบที่แตกต่าง สามารถดีไซน์พื้นที่ใช้สอยออกมาได้ตอบโจทย์ ผู้อยู่อาศัยที่มองหาบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง โดยออกแบบบ้านเป็น L-Shape ทำให้แม้มี พื้นที่เริ่มต้นเพียง 70 ตร.ว แต่ยังครบถ้วนใน ทุกฟังก์ชัน พร้อมสวนส่วนตัว และทัศนียภาพที่ สวยงามทั้งสวนส่วนกลางและถนนที่ปูด้วยหิน ทั้งโครงการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยขายหมดหลังจากเปิดตัวไม่นาน”

อีกหนึ่งตัวอย่างที่การันตีถึงความมุ่งมั่นของ “นายณ์ เอสเตท” ได้เป็นอย่างดี คือ โครงการ ควอเตอร์ 39 ซึ่งพาให้นายณ์ เอสเตท คว้า 2 รางวัล เกียรติยศในงานพระราชทานรางวัลโครงการ อสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น ประจำปี 2561 (ASA Real Estate Awards 2018) โดยได้รับทั้งรางวัลชนะเลิศในประเภทที่พักอาศัย ระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นบริษัทเดียว ที่ได้รับรางวัลผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่นประจำปี

ควอเตอร์ 31 (ซ้าย) ควอเตอร์ 39 (ขวา)

“ความน่าสนใจของควอเตอร์ 39 ซึ่งมี แนวคิดเดียวกับกับควอเตอร์ 31 คือ เป็น โครงการที่กล้าคิดต่าง โดยแทนที่จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมเหมือนโครงการทั่วไปใน ซอยสุขุมวิท เพราะที่ดินในซอยสุขุมวิท 31 และ 39 หายากและราคาสูง แต่เราเลือกพัฒนา โครงการแนวราบเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าลักซ์ชัวรี่ ที่ปรารถนาจะเป็นเจ้าของบ้านใจกลางเมืองที่ หายากขึ้นทุกวัน โดยเรานำแนวคิดคลัสเตอร์โฮม มาออกแบบ ให้พื้นที่ใช้สอยกว่า 400 ตรม. พร้อมที่จอดรถใต้ดิน 4 คัน และลิฟท์ส่วนตัว ทุกยูนิต และรองรับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) พร้อมพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำกว่า 1 ไร่ และ ออกแบบ Living Room ให้เข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง ได้ทันที เพราะเราพบว่าหนึ่งในปัญหาของลูกค้า คืออยากมีสระว่ายน้ำและสวนแต่ไม่อยากดูแล ส่วนที่จอดรถเราถือเป็นเจ้าแรกที่ออกแบบให้มี ที่จอดรถใต้ดินเพื่อบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ สูงสุด” สุธีบอกเล่าผลงานที่สะท้อนความเป็น นายณ์ เอสเตทที่ไม่เหมือนใคร

ควอเตอร์ 31

อีกหนึ่งโครงการที่นายณ์ เอสเตทภูมิใจ คือ โครงการ คราม สุขุมวิท 26 คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่ ภายใต้ แนวคิด Home-Like Condominium ที่ออกแบบให้ผนังแต่ละห้อง ไม่ติดกันเพื่อการระบายอากาศ ที่ดีและเป็นส่วนตัว ภายในห้องเน้น ความเป็นธรรมชาติด้วยหน้าต่าง สูงบานใหญ่และกระจกพิเศษกัน ความร้อน 3 ชั้น พร้อมอนุรักษ์ ต้นหางนกยูง 100 ปี โดยสุธีเผยว่า โครงการคราม จะสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้เข้าชมได้แล้ว เร็วๆ นี้

สำหรับก้าวต่อไป สุธี เผยว่า ยังคงมุ่งมั่น พัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัยต่อไป โดยในปีนี้ มีแผนจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับ ลักซ์ชัวรี่แถวซอยร่วมฤดี พร้อมโครงการที่พัก อาศัยวัยเกษียณที่หาดกมลา ภูเก็ต ตอบโจทย์ เทรนด์ผู้สูงอายุ

นอกจากจะเดินหน้าพัฒนาโครงการ คุณภาพ อีกหนึ่งภารกิจที่ไม่อาจละเลย คือ การพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อน องค์กร

“ทุกครั้งที่พัฒนาโครงการใหม่เราเห็นคุณค่า ไอเดียของทุกฝ่าย ยิ่งเราเป็นบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ เรายิ่งต้องหาไอเดียที่แปลกใหม่ตลอดเวลา ซึ่งเราสนับสนุนให้ทีมงานได้คิดอะไรใหม่ๆ เพราะสิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่มีไอเดียเดียวแล้วนำมาใช้พัฒนาต่อกับทุกโครงการ แต่สิ่งที่เราทำคือ การทำงานคราฟที่แตกต่าง และต้องใช้ฝีมือ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา”
จากความทุ่มเททั้งหมดนี้ ในฐานะตัวแทน ของ “นายณ์ เอสเตท” สุธี เผยด้วยน้ำ.เสียง มั่นใจว่า ลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัสกับตัวโครงการ

“เราอาจจะวาดฝันให้ลูกค้าผ่านไอเดียใน กระดาษได้ส่วนหนึ่ง แต่เป้าหมายสูงสุดของเรา คือ เมื่อโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่ ลูกค้าวาดฝันไว้ต้องไม่ลดลง ในทางกลับกัน ความสุขต้องเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อไหร่ที่นึกถึง “นายณ์ เอสเตท” ในฐานะบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ เราอยากให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพ และจุดเด่น ของโครงการเราทั้งดีไซน์ คุณภาพ ฟังก์ชั่น และความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม” สุธีทิ้งท้าย

BACK TO TOP