ตลาดมอเตอร์ไซค์โตสวนเศรษฐกิจ ครึ่งปีแรก “ไทยฮอนด้า” ขาย 7.6 แสนคัน พร้อมส่ง 4 รุ่นใหม่ลุยตลาด เคลียร์ชัด ไม่ได้ย้ายฐานผลิตอีวีไปเวียดนาม

ตลาดมอเตอร์ไซค์โตสวนเศรษฐกิจ ครึ่งปีแรก “ไทยฮอนด้า” ขาย 7.6 แสนคัน พร้อมส่ง 4 รุ่นใหม่ลุยตลาด เคลียร์ชัด ไม่ได้ย้ายฐานผลิตอีวีไปเวียดนาม

ไทยฮอนด้าเผยตลาดรถจักรยานยนต์ไทยครึ่งปีแรกเติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยทำยอดขายได้ 7.6 แสนคัน พร้อมปรับเพิ่มเป้ายอดทั้งปี เป็น 1.4-1.43 ล้านคัน เดินหน้ารุกตลาดครึ่งปีหลังด้วยรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ย้ายฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปยังเวียดนาม


    Masayuki Hamamatsu ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา Honda ต้องเผชิญกับความท้าทายในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของ Honda Motor ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์และโครงสร้างธุรกิจจะช่วยให้ผลการดำเนินงานกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลกำไรได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

    สำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ยอดขายรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอยู่ที่ 9.5 แสนคัน อัตราการเติบโตคิดเป็น 104% ของช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจำหน่ายของ Honda อยู่ที่ 7.6 แสนคัน อัตราการเติบโตคิดเป็น 102% ของช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้

    นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ของ Honda ในกลุ่ม A.T. (ออโตเมติก) ยังเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเป้าหมาย 4 แสนคัน แต่สามารถทำยอดขายได้จริง 4.2 แสนคัน คิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 52% เป็น 57% สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยหันมาเลือกใช้รถที่สะดวกสบายมากขึ้ สอดคล้องกับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ A.T. ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 58% เป็น 66% ของตลาด โดยรถจักรยานยนต์ A.T. ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของ Honda ได้แก่ Giorno+ รองลงมาคือ Scoopy และ PCX ส่วนรถครอบครัวยังคงมี Honda Wave 110 และ Honda Wave 125 เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท

    สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคาดว่ายอดขายรถจักรยานยนต์รวมตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 1.73-1.77 ล้านคัน โดย Honda ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดจำหน่ายเป็น 1.4-1.43 ล้านคัน ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้เมื่อต้นปีเล็กน้อย

    ในขณะเดียวกัน Honda ยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่เริ่มจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Honda UC3 แม้ว่าตลาดในประเทศไทยจะยังไม่เติบโตในระยะอันใกล้ก็ตาม แต่การเปลี่ยนผ่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของ Honda ในระดับโลก และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย” Hamamatsu กล่าว


Masayuki Hamamatsu

​

ความต้องการสวนกำลังซื้อ

    วิวัฒน์ เลิศผาติ ผู้บริหารกลุ่มงานขายและบริการลูกค้า บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศไทยยังไม่อยู่ในระดับที่ดีนัก จากปัจจัยด้านสงคราม ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง แต่สำหรับธุรกิจรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นพาหนะพื้นฐานในการเดินทางและมีราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้รถจักรยานยนต์มากขึ้น ทำให้ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต

    สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทมองว่ายังมีปัจจัยบวกจากมาตรการของภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และมาตรการต่างๆ ที่มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นปัจจัยเสี่ยง

    ดังนั้น ไทยฮอนด้าจึงมุ่งดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการที่ศูนย์บริการ พร้อมสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์สงครามและราคาวัตถุดิบจะทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่


ส่ง 4 รุ่นใหม่ลุยตลาดครึ่งปีหลัง

    สำหรับครึ่งปีหลัง Honda เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่รวม 4 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium A.T., Sport A.T. และ Lifestyle ได้แก่ New Honda Click160, New Honda PCX160, New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition

    New Honda Click160 ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ในสไตล์สปอร์ต พร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี และระบบ ABS ที่ล้อหน้า วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 69,900 บาท ขณะที่รุ่นตกแต่งพิเศษ CLICK160 R Limited Edition จาก H2C ผลิตจำนวนจำกัด 500 คัน ราคาแนะนำ 76,400 บาท

​

​

    New Honda PCX160 มาพร้อมสีใหม่ 3 เฉดสี พร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี ระบบ ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) โดยรุ่น RoadSync Type ราคาแนะนำ 99,900 บาท และรุ่น Standard Type ราคาแนะนำ 96,000 บาท

​

​

    New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition เป็นรุ่นพิเศษที่พัฒนาร่วมกับ Disney & Pixar ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวละคร Buzz Lightyear ผ่านการออกแบบตัวรถและอุปกรณ์ตกแต่ง ผลิตจำนวนจำกัด 2,000 คัน ราคาแนะนำ 74,900 บาท

​


    ส่วน New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นยุค 80s พร้อมชุดแต่งพิเศษสไตล์วินเทจ ผลิตจำนวนจำกัด 500 คัน ราคาแนะนำ 54,000 บาท

​

​

ยืนยันไม่ย้ายฐานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปเวียดนาม

    Hamamatsu กล่าวถึงกระแสข่าวการย้ายฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากไทยไปเวียดนามว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสายการผลิตทั้ง Honda UC3 และ Honda CUV โดยบริษัทจะพิจารณาการลงทุนตามการเติบโตของตลาด นโยบายของ Honda คือ “ที่ไหนมีตลาด เราก็จะพยายามไปผลิตที่นั่น” โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มทำตลาด Honda UC3 ในประเทศเวียดนาม

    ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีฐานลูกค้าของ Honda UC3 เช่นกัน ดังนั้นบริษัทจะยังคงผลิตรถรุ่นดังกล่าวในประเทศไทย ไม่ได้มีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเวียดนาม กล่าวคือ หากตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง บริษัทก็จะเดินหน้าลงทุนและผลิตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

    ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นของการทำตลาดในประเทศเวียดนาม บริษัทได้ส่งออกรถรุ่นดังกล่าวจากประเทศไทยไปจำหน่าย เนื่องจากตลาดเวียดนามมีความต้องการในระยะเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากเริ่มการผลิตในประเทศเวียดนามแล้ว จะมีชิ้นส่วนบางรายการที่นำเข้าจากประเทศไทย

    Hamamatsu กล่าวว่า ทั้งไทยและเวียดนามต่างเป็นตลาดสำคัญของ Honda โดยบริษัทไม่ได้แบ่งบทบาทให้เวียดนามเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป แต่จะพิจารณาจากความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาดเป็นหลัก

    สำหรับปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเวียดนามเติบโต ส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายที่กำหนดให้บางพื้นที่อนุญาตให้เฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเข้าใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม ประเทศเวียดนามยังคงมีการจำหน่ายรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปในปริมาณสูงเช่นกัน

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน Honda มีกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยอยู่ที่ 1.75 ล้านคันต่อปี และในประเทศเวียดนามอยู่ที่ 2.5 ล้านคันต่อปี ขณะที่ยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรกในไทยอยู่ที่ประมาณ 1,000 คัน และบริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายตลอดปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 4,000 คัน

​

​

เร่งขยายสถานีชาร์จ รับการเติบโตในไทย

    Hamamatsu กล่าวว่า ข้อจำกัดสำคัญของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคือไม่สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ได้เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่สามารถเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปได้

    ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคือการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังไม่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน

    อย่างไรก็ตาม Honda ได้ทยอยติดตั้งสถานีชาร์จในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

    ปัจจุบัน Honda มีสถานีชาร์จใน 16 จังหวัด รวม 49 แห่ง คิดเป็นจำนวนเสาชาร์จ 100 เสา และมีหัวชาร์จรวม 200 หัว โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมสถานีชาร์จที่ติดตั้งภายในศูนย์บริการของผู้จำหน่าย ซึ่งจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับการใช้งานในกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดภายในปี 2027

​


​


ภาพ : ไทยฮอนด้า




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Mercedes-Benz ในไทย ยอดขายครึ่งปีแรก 2,845 คัน CLA ดันยอดรถ EV โต 130% ลุยต่อครึ่งปีหลัง เพิ่มทางเลือกซื้อรถให้ลูกค้า​

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine