วอลโว่ คาร์ ปรับโมเดลธุรกิจ ฝ่าด่านโควิด-19 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Motoring
  • News >
  • วอลโว่ คาร์ ปรับโมเดลธุรกิจ ฝ่าด่านโควิด-19

วอลโว่ คาร์ ปรับโมเดลธุรกิจ ฝ่าด่านโควิด-19

Forbes Thailand / Admin
18 Mar 2021 | 7:01 pm 71

วอลโว่ คาร์ เผยผลประกอบการปี 2563 ชี้ผู้บริโภคชาวไทยสนใจรถยนต์ไฮบริดต่อเนื่องเตรียมปูแผนธุรกิจรถยนต์พลังไฟฟ้าระยะยาว 10 ปี

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดเผยผลประกอบการปี 2020 ระบุรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดได้รับความนิยมสูงด้วยยอดจำหน่ายทะลุเกือบ 2,000 คันแม้อยู่ท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 แสดงถึงแนวโน้มผู้บริโภคชาวไทยใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดมากขึ้น

คาดการณ์ปี 2021 ยอดขายรถยนต์จะกลับมาเติบโตขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 โดยแบรนด์จะเน้นการเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ตามแผนธุรกิจระยะ 10 ปีของวอลโว่เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานสะอาดเกรดพรีเมียมของโลก รวมถึงส่งเสริมการจำหน่ายรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ การขยายเครือข่ายศูนย์บริการตามมาตรฐาน Volvo Retail Experience (VRE) และ Volvo Selekt Approved Used Car วอลโว่ยังมีแผนเพิ่มอัตราการจ้างงานในเมืองไทยเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วิกฤตการณ์ในปี 2020 ส่งผลกระทบต่อทุกภาคธุรกิจไม่เว้นแม้กระทั่งอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก สำหรับวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เรามีการตั้งรับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ด้วยการยกระดับช่องทางการสื่อสารออนไลน์และมาตรฐานด้านสุขอนามัยในศูนย์บริการทุกแห่ง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและลดผลกระทบทางธุรกิจ

ซึ่งทำให้วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย สามารถจำหน่ายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดได้มากเกือบ 2,000 คัน แม้ในปีแห่งการแพร่ระบาดโรค โควิด-19 อันตึงเครียด สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น

นอกจากนี้ เรายังขับเคลื่อนโชว์รูมวอลโว่ทุกแห่งให้ดำเนินงานตามมาตรฐาน Volvo Retail Experience แบบ 100% ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าของเราว่าจะได้รับบริการบนมาตรฐานขั้นสูงสุดจากศูนย์บริการวอลโว่ทุกแห่ง”

ยอดขายและผลการดำเนินงานปี 2020

ตลอดปี 2020 ที่ผ่านมา วอลโว่ ประเทศไทย มียอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ 1,824 คัน (ลดลงร้อยละ 13 จากปี 2019) โดยแบ่งเป็นลูกค้าองค์กรร้อยละ 26 ส่วนการจำหน่ายรถยนต์มือสองภายใต้มาตรฐาน Volvo Selekt Used Cars ลดลงเพียงร้อยละ 10 หากพิจารณาจากลูกค้าในแต่ละหมวดจะเห็นได้ว่า สำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ผู้บริโภครายย่อยยังคงเชื่อมั่นในประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของรถยนต์วอลโว่

สำหรับการดำเนินงานด้านการยกระดับคุณภาพของศูนย์บริการในปี 2020 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย สามารถขยายเครือข่ายโชว์รูมพันธมิตรเพิ่มอีก 3 แห่ง และยังสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานของโชว์รูมและศูนย์บริการพันธมิตรทุกสาขาให้สอดคล้องตามมาตรฐาน Volvo Retail Experience (VRE) ทุกขั้นตอน

รถยนต์รุ่นขายดีประจำปี

สำหรับรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในปี 2020 ได้แก่รุ่น XC40 คอมแพ็กต์เอสยูวีที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับคนเมือง โดยคิดเป็นร้อยละ 30 ของยอดจำหน่ายรวม อันดับสองคือรุ่น XC60 เจ้าของรางวัล Best Hybrid SUV UNDER 2,000 ซีซี จากงาน Car of the Year Awards 2020 คิดเป็นร้อยละ 26 และอันดับสามคือรุ่น V60 เอสเตตคาร์ระดับอัลตร้าลักชัวรีสำหรับครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 16

นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่น่าจับตามองอย่างมากคือรุ่น S60 สปอร์ต ซีดานเกรดพรีเมียม ซึ่งเปิดตัวในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างหนัก แต่ยังสามารถจำหน่ายได้นับร้อยคันเมื่อเปิดจอง โดยถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่คุ้มค่าต่อการครอบครองมากที่สุดของวอลโว่

การปฏิรูปโมเดลธุรกิจในปี 2021 แนวคิด Freedom to Move: Personal / Safe / Sustainable

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง โดยในปีนี้จะเริ่มจำหน่ายเฉพาะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์พลังไฟฟ้าเท่านั้น โดยเฉพาะรถยนต์พลังไฟฟ้าจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ด้วย รวมถึงนำเสนอแพ็คเกจใหม่ Volvo Care เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานรถยนต์พลังไฟฟ้าระดับเวิลด์คลาสให้แก่ผู้ซื้อ โดยนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย    จะเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ วอลโว่จะขยายเครือข่ายศูนย์จำหน่าย Volvo Selekt Approved Used Cars ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เป้าหมายธุรกิจในปี 2021 ของวอลโว่ ประเทศไทย แม้ภาพรวมของตลาดรถยนต์ทั่วโลกยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ไม่สูงมากในปีนี้ หากบริษัทฯ คาดการณ์ว่า ด้วยการปฏิรูปโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญจะส่งผลให้วอลโว่ ประเทศไทย สามารถเพิ่มอัตราการเติบโตได้มากกว่าร้อยละ 30 และมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งในหมวดลูกค้าปลีกและลูกค้าองค์กรเพิ่มมากขึ้น

โดยเฉพาะรุ่น XC40 T5 Recharge และหลังจากการเปิดตัวรถยนต์พลังไฟฟ้าแบบสมบูรณ์รุ่น XC40 Recharge Pure Electric บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเรียกกระแสรถยนต์พลังไฟฟ้าในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างมาก การยกเครื่องธุรกิจครั้งใหญ่นี้ยังส่งผลถึงความต้องการกำลังคนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งวอลโว่มีแผนเพิ่มอัตราการจ้างงานบุคลากรในอนาคตอันใกล้ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ได้เตรียมแผนการเปิดตัวแทนจำหน่ายรถยนต์วอลโว่ใหม่อีกสองราย โดยจะประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

 

แผนการดำเนินงานระยะยาว 10 ปีสู่อนาคตแห่งพลังงานสะอาด

วอลโว่ ประเทศไทย กำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของวอลโว่ คาร์ คอร์เปอร์เรชั่น นั่นคือภายในปี 2025 นั้น 50 เปอร์เซ็นต์ของยอดจำหน่ายรถยนต์วอลโว่ต้องมาจากรถยนต์พลังไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ และภายในปี 2030 รถยนต์ทุกรุ่นที่วอลโว่จำหน่ายจะต้องเป็นรถยนต์พลังไฟฟ้าแบบสมบูรณ์เท่านั้น

“วอลโว่เล็งเห็นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะเปลี่ยนเป็นระบบพลังงานไฟฟ้า และเรามุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้ให้ได้ เราจึงร่วมมือกับรีเทลเลอร์ในการเพิ่มช่องทางจำหนายออนไลน์สำหรับรถยนต์พลังไฟฟ้าควบคู่ไปกับการจำหน่ายตามปกติสำหรับรถยนต์วอลโว่รุ่นอื่นๆ ในโชว์รูม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดายตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะจากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือเดินทางมาดูรถเองที่โชว์รูม

นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะใช้นโยบายการตั้งราคาอย่างโปร่งใส ผสานการนำเสนอแพ็คเกจที่คุ้มค่าแก่ลูกค้าทุกราย และการปรับปรุงบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์พลังไฟฟ้าและร่วมเดินทางสู่อนาคตแห่งพลังงานสะอาดไปพร้อมกับเรา” มร.คริส เวลส์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม: COTTO ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ยุค new normal


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP