ทรู เปิดอินไซต์ช่วงน้ำท่วม เคหะร่มเกล้าโทรกระหน่ำสุด! Voice Call ช่วง 9-10 โมง พุ่ง 632% ผู้ประสบภัยแห่ส่งข้อมูลจากพื้นที่

ทรู เปิดอินไซต์ช่วงน้ำท่วม เคหะร่มเกล้าโทรกระหน่ำสุด! Voice Call ช่วง 9-10 โมง พุ่ง 632% ผู้ประสบภัยแห่ส่งข้อมูลจากพื้นที่

FORBES THAILAND / ADMIN
05 Oct 2026 | 04:56 PM
READ 100

ทรูเปิดข้อมูล True Data Insight ช่วงน้ำท่วม พบการสื่อสารเปลี่ยนชัดเจน คนในพื้นที่ประสบภัยใช้การโทรด้วยเสียง (Voice Call) มากขึ้น โดยเคหะร่มเกล้าโทรพุ่ง 632% ในช่วง 9-10 โมงของวันที่ 26 ก.ย. ขณะที่ยอดอัปโหลดทะยานเช่นกัน สะท้อนบทบาทมือถือที่ไม่ได้มีแค่รับข่าวสาร แต่ยังเป็นช่องทางส่งภาพ-คลิป รายงานสถานการณ์ และประสานความช่วยเหลือจากพื้นที่จริง ด้าน LINE ถูกใช้งานเพิ่มขึ้น 22% และการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน


    เมื่อวิกฤตฝนตกหนักและน้ำท่วมสูงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในหลายพื้นที่ สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่รวมถึง “พฤติกรรมการสื่อสาร” ของผู้คนที่ประสบภัยพิบัติ

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เผย True Data Insigh ผลวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานบนเครือข่าย TRUE 5G และ True Online ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมหนักสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน 2569 และพบว่ามีรูปแบบการสื่อสารที่น่าสนใจหลายด้าน

    โดยเฉพาะการกลับมาใช้ “การโทรด้วยเสียง” (voice call) ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวิกฤต แม้ในภาวะปกติผู้คนจะนิยมสื่อสารและใช้งานผ่านดาต้าเป็นหลัก รวมถึงการส่งข้อมูลจากพื้นที่น้ำท่วมออกสู่โลกออนไลน์ ตลอดจนการใช้งานแอปสื่อสารและอินเทอร์เน็ตบ้านที่เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

    ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า เมื่อชีวิตต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การสื่อสารไม่ได้ลดความสำคัญลง แต่กลับยิ่งมีบทบาทและมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น ทรูจึงนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อประกอบการพัฒนาและบริหารเครือข่ายให้สามารถรองรับความต้องการด้านการสื่อสารของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ซึ่งพบว่าข้อมูลการใช้งานโทรด้วยเสียงของวันที่ 26 กันยายน 2569 เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยปทุมธานีเพิ่มขึ้น 60% กรุงเทพฯ 58% สมุทรปราการ 58% และนนทบุรี 51% ขณะที่ชลบุรีเพิ่มขึ้น 29%

    ข้อมูลดังกล่าวชัดเจนขึ้นเมื่อเจาะลึกเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเคหะร่มเกล้ามีการใช้งานโทรด้วยเสียงเพิ่มขึ้น 222% และเคหะคลองจั่นเพิ่มขึ้น 169% โดยระหว่าง 09.00-10.00 น. ของวันที่ 26 กันยายน การใช้งานโทรด้วยเสียงในเคหะร่มเกล้าพุ่งถึง 632% และเคหะคลองจั่นเพิ่มขึ้น 311% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ก่อน

    พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของการใช้งานโทรด้วยเสียงที่ยังมีความสำคัญในสถานการณ์เร่งด่วน เมื่อผู้คนต้องการติดต่อครอบครัว คนใกล้ตัว หรือประสานความช่วยเหลือโดยตรงและทันทีกับหน่วยงานต่างๆ


ผู้ประสบภัยแห่ส่งข้อมูลจากพื้นที่

    อีกหนึ่งอินไซต์สำคัญคือการใช้ดาต้าบน TRUE 5G ซึ่งไม่ได้อยู่ที่การรับข้อมูล หรือ download เพียงอย่างเดียว แต่คือ upload หรือการส่งข้อมูลจากมือถือได้เพิ่มสูงขึ้นต่างจากการใช้งานปกติ

    ข้อมูลเฉลี่ยวันที่ 25-26 กันยายน 2569 พบว่าเคหะร่มเกล้ามี upload เพิ่มขึ้น 61% เทียบกับ download ที่เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่เคหะคลองจั่นมี upload เพิ่มขึ้น 44% เทียบกับ download 6%

    เมื่อเจาะช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด ความแตกต่างยิ่งชัดเจน โดยเคหะร่มเกล้าช่วง 18.00-19.00 น. มี upload เพิ่มขึ้นถึง 178% ขณะที่ download เพิ่มขึ้น 28% ส่วนเคหะคลองจั่นช่วง 20.00-21.00 น. มี upload เพิ่มขึ้น 94% เทียบกับ download 30%

    ตัวเลขนี้เป็นอีกมุมที่น่าจับตา เพราะ upload เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผู้ใช้ “ส่ง” ข้อมูลออกจากอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งภาพ วิดีโอ ไฟล์ การวิดีโอคอล หรือการโพสต์และแชร์ข้อมูล สะท้อนว่าในช่วงวิกฤตโทรศัพท์มือถือไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับข่าวสาร แต่ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญในการส่งภาพและคลิปของสถานการณ์จากพื้นที่จริงออกไปสู่คนรอบตัวและโลกออนไลน์ รวมถึงใช้รายงานสถานการณ์ ประสานงาน และขอความช่วยเหลือในยามจำเป็น


LINE - เน็ตบ้าน การใช้งานพุ่ง

    ข้อมูลจากทรูระบุอีกว่า เมื่อวิเคราะห์ mobile app traffic พบว่า LINE เพิ่มขึ้นสูงสุด 22% ตามด้วย Messenger 13%, Facebook 10%, Netflix 9% และ FaceTime 8% ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่เน็ตมือถือที่เพิ่มขึ้น แต่เน็ตบ้านก็มีการใช้งานเพิ่มขึ้นชัดเจนในพื้นที่น้ำท่วม

    สะท้อนอีกด้านของพฤติกรรมดิจิทัลในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม โดยเมื่อพิจารณาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ พบว่า ภาคตะวันออกมีปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% สูงสุดในภาพรวมของภูมิภาค และเมื่อเจาะลึกระดับจังหวัดพบว่า ตราดเพิ่มขึ้นถึง 21% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% โดยกรุงเทพฯ เพิ่มสูงสุดในกลุ่มที่ 5% และภาคกลาง-ตะวันตกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% โดยราชบุรีเพิ่มขึ้นสูงสุด 6%

    เมื่อขยายการวิเคราะห์ไปยังภูมิภาคอื่นที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลักจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ พบว่าปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านยังเพิ่มขึ้นแต่มีระดับที่น้อยกว่า ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1% โดยอุบลราชธานีเพิ่มสูงสุด 6% ภาคใต้เพิ่มขึ้น 0.6% โดยนราธิวาสเพิ่มสูงสุด 2% และภาคเหนืออัตราเฉลี่ยคงที่ 0% โดยพิษณุโลกเพิ่มสูงสุด 1%

    เมื่อพิจารณาสองกลุ่มพื้นที่ควบคู่กัน จะเห็นความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้งานที่น่าสนใจ โดยภูมิภาคที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลักจากน้ำท่วมมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบ้านในภาพรวมสูงกว่าภูมิภาคอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคกลาง-ตะวันตก

    สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดิจิทัลในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบน mobile network แต่ยังปรากฏบนการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย


ภัยพิบัติเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร

    เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน True Data Insight สะท้อนพฤติกรรมการสื่อสารที่น่าสนใจ ดังนี้ 1. การโทรด้วยเสียงถูกเลือกใช้งานสื่อสารในช่วงฉุกเฉิน เห็นได้จาก voice traffic ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

    2. ผู้ใช้งานไม่ได้เพียงรับข้อมูล แต่กำลังส่งข้อมูลออกจากพื้นที่ เห็นได้จาก upload ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า download หลายเท่าในพื้นที่ร่มเกล้าและคลองจั่น ซึ่งสะท้อนบทบาทของ 5G และ 4G ในการส่งภาพ วิดีโอ ข้อความ และข้อมูลจากสถานการณ์จริง

    3. ผู้ที่ใช้งานมือถือมีปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น โดย traffic ของ LINE และ Messenger เพิ่มขึ้น เนื่องจากแอปพลิเคชันได้รองรับการโทรด้วยเสียงเพื่อติดต่อสื่อสาร

    เมื่อพิจารณาทุกมิติของ Data Insight พบว่าการสื่อสารในสถานการณ์ภัยพิบัติ ไม่ได้อยู่เพียงที่ปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบพฤติกรรมการสื่อสารที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายบริการ

​




ภาพ: ทรู คอร์ปอเรชั่น และ กรุงเทพมหานคร




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ :“ขาดทุนทุกปี แต่ผมมีความสุข” เปิดใจ “ดร.ไชยวัฒน์” เจ้าของสวนสยาม น้ำท่วมรอบนี้เสียหาย 500 ล้าน ปิดยาว 6 เดือน หรืออาจขอลาตลอดกาล​

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine