“ไปรษณีย์ไทย” ประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง บริการ EMS และ eCo Post เพิ่ม 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 16 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป

“ไปรษณีย์ไทย” ประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง บริการ EMS และ eCo Post เพิ่ม 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 16 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป

FORBES THAILAND / ADMIN
01 Apr 2026 | 10:36 AM
READ 108

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง สำหรับบริการในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ และบริการ eCo Post เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในอัตราเพิ่ม 3 บาทต่อชิ้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยการปรับในครั้งนี้เป็นการปรับเฉพาะส่วนเพิ่มตามต้นทุนพลังงาน (Fuel Surcharge) และยังคงคำนึงถึงความเหมาะสมและผลกระทบต่อผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ


    ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยขานรับนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตรึงราคาค่าบริการขนส่ง ไปรษณีย์ทุกประเภท จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะ “ค่าเชื้อเพลิง” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ โดย ปณท พยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ บริการไปรษณีย์พื้นฐาน ได้แก่ ไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน พัสดุไปรษณีย์ ยังคงอัตราค่าบริการเดิมไม่มีการปรับขึ้น

    แต่สำหรับบริการในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในประเทศ และบริการ eCo Post มีความจำเป็นในการปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มปรับเพิ่มในอัตรา 3 บาทต่อชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป

    การปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงเป็นแนวทางที่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ใช้ในการบริหารต้นทุน โดยเป็นการปรับเฉพาะส่วนที่ผันแปรตามราคาพลังงาน ไม่ใช่การปรับโครงสร้างราคาทั้งระบบ และไปรษณีย์ไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ

    “ไปรษณีย์ไทยตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในปัจจุบัน จึงพยายามบริหารจัดการต้นทุนในทุกมิติ และเลือกปรับในอัตราที่จำเป็นและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพและเข้าถึงได้ทุกคน” ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติม

    พร้อมกันนี้ ไปรษณีย์ไทยจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไปรษณีย์ไทยขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านสำหรับความเข้าใจและความเชื่อมั่นที่มีให้มาโดยตลอด และยังคงมุ่งมั่นดูแลประชาชนพัฒนาคุณภาพบริการ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่การเป็น “Trusted Logistics Partner” ของคนไทยในทุกสถานการณ์​



ภาพ: ไปรษณีย์ไทย



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Grab เยียวยาค่าน้ำมัน อัดงบ 10 ล้านบาท มอบเป็น “อินเซนทีฟ” ช่วยคนขับ-ไรเดอร์ทั่วประเทศ

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine