NIA เผยปี 2568 โลกเผชิญหน้าความเปลี่ยนแปลงหนัก ทั้ง AI ภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจโลกผันผวน ชูนวัตกรรมสำคัญปี 2569 รับมือสู้ชาติอื่น ชี้โอกาสธุรกิจเด่น ได้แก่ Health & Wellness, Pet Economy, ธุรกิจรักษ์โลก และธุรกิจผู้สูงวัย เดินหน้าหนุนสตาร์ตอัพ-ผู้ประกอบการนวัตกรรมครบวงจร ดันไทยหลุดประเทศกับดักรายได้ปานกลาง สู่เป้าหมายการเป็น “ชาตินวัตกรรม”
กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดเผยว่า จากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค แนวคิดสลับขั้วทางการค้าที่นำไปสู่มาตรการภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมที่สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่าโลก ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลายเป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงหลักที่เกิดขึ้นในปี 2568 โดย ‘นวัตกรรม’ ยังคงเป็นส่วนสำคัญสำหรับ การรับมือความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเหล่านี้
"อุปสรรคที่ทำให้ไทยยังไม่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม อันดับแรกคือนโยบายที่เกี่ยวกับนวัตกรรมที่ทำให้ต่างชาติหันมาสนใจลงทุนในประเทศไทย สองคืออุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง สามคือรูปแบบในการการพัฒนากำลังคน และงบประมาณการทำการวิจัยและพัฒนา (R&D)"
สำหรับปี 2569 ยังเป็นปีที่ผู้ประกอบการไทยยังคงต้องติดตามและปรับตัวให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด โดยมีเทรนด์ที่ถือเป็นโอกาสและความท้าทายของธุรกิจนวัตกรรม ได้แก่
1) เทรนด์ทางเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ ‘ต้นทุนถูกลง’ และ ‘สร้างความสามารถในแข่งขันในระยะยาว’ โดยมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เช่น Agentic AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงปฏิบัติการ) หรือ AI ที่สามารถทำงานแทนคนได้อย่างการตอบแชทลูกค้าพร้อมปิดการขาย การจัดการคำสั่งซื้อ การจองคิว การเปรียบเทียบราคา และการสั่งซื้อสินค้าโดยอัตโนมัติ Hyper-Automation (ระบบอัตโนมัติเชื่อมโยง) ระบบบอทที่ช่วยลดงานซ้ำๆ เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำ
รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อมีคำสั่งซื้อจากร้านค้า ข้อมูลจะวิ่งไปตัดสต็อกในระบบบัญชี และออกใบแปะหน้าขนส่งทันทีโดยไม่ต้องใช้คนคีย์ข้อมูลซ้ำ Carbon Accounting (ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์) ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการส่งออกหรือเป็นซัพพลายเออร์ให้กับบริษัทใหญ่ โดยต้องจัดทำตั้งแต่การใช้พลังงาน การผลิต การขนส่งและของเสีย เพื่อให้ทราบถึงร่องรอยการปลดปล่อยคาร์บอน เนื่องจากความเข้มงวดของกฎระเบียบโลก เช่น CBAM ของยุโรป ตลอดจน พ.ร.บ. โลกร้อนที่อยู่ระหว่างการเตรียมการ

2) เทรนด์ทางธุรกิจสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมีธุรกิจที่น่าจับตามอง เช่น Health and Wellness (ธุรกิจฮีลกายและใจ) ที่ไม่ได้มีแค่การ ‘รักษา’ แต่รวมถึงการ ‘ป้องกัน’ และการ ‘บำบัด’ ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความเครียดสะสมมักพบปัญหา Office Syndrome และปัญหาการนอนหลับ จึงเป็นโอกาสให้กลุ่มธุรกิจและบริการอย่างคลินิกกายภาพบำบัด ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม หรือเทียนหอมช่วยการนอนหลับ อาหารเสริมคลายเครียดจากสมุนไพรไทย หรือธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กิจกรรมโยคะหรือทำสมาธิ
สำหรับ Pet Economy ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยโตสวนกระแสเศรษฐกิจ จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มีตลาดเฉพาะกลุ่มกลายมาเป็นธุรกิจกระแสหลักที่เริ่มมีคนกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น เช่น อาหารสัตว์เกรด Holistic ปรุงสุกใหม่ (Fresh Pet Food) เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้มีฟังก์ชันสำหรับแมว ตลอดจนบริการสปา คอนโดและโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง
เทรนด์รักษ์โลกทำให้ธุรกิจ ‘Upcycling’ และ ‘Recycling’ ได้รับความสนใจ สินค้าและบริการที่มีเรื่องราวสอดรับกับเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งแม้ว่าจะมีต้นทุนสูงแต่ก็สามารถอัปราคาขายได้สูงกว่าปกติจึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีในพื้นที่ในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบเหลือทิ้ง ผ่านการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน และตอบกระแสแฟชั่น เช่น แปรรูปเปลือกผลไม้เป็นบรรจุภัณฑ์ การนำเศษผ้าจากโรงงานมาทำกระเป๋าแฟชั่น ร้านเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มและแชมพูในชุมชนเพื่อลดขยะพลาสติก
3) เทรนด์ในผู้บริโภคพฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไปสู่ความคุ้มค่าและใส่ใจตัวเองมากขึ้น โดยมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เช่น Hyper-Personalization (รู้ใจรายคน) ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่สินค้าคุณภาพดี แต่ต้องการสินค้าที่ ‘เหมาะกับฉันคนเดียว’ โดยฟันเฟืองสำคัญคือการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูล เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เช่น อาหารเสริมที่จัดชุดตามผลตรวจเลือด สกินแคร์ที่ปรับสูตรตามสภาพผิวเฉพาะ เป็นต้น Silver Solution (สูงวัยมีสุข) ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น การออกแบบธุรกิจและบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยสร้างความแตกต่าง ให้กับธุรกิจ เช่น บริการปรับปรุงห้องน้ำ บ้านเพื่อความปลอดภัย ทัวร์ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์สำหรับวัยเกษียณ บริการผู้ช่วยพาไปหาหมอ รวมถึงความเชื่อและความศรัทธาอยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน จนกลายเป็นวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เหมาะกับการส่งเสริมธุรกิจทัวร์ทำบุญไหว้พระ ผลิตภัณฑ์บนความเชื่ออย่างกำไลข้อมือและตะกรุดแฟชั่น ซึ่งผสมรวมระหว่างงานศิลปะกับความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติที่มีพลังวิเศษ

กริชผกา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา NIA มีเป้าหมายสำคัญในการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ ‘เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม’ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยมีธุรกิจสตาร์ตอัพและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และผลักดันนวัตกรรมไทยให้เติบโต พร้อมก้าวสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ ผ่านเป้าหมายหลัก ได้แก่
- การพัฒนานวัตกรรมบนฐานเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีความซับซ้อนที่เป็นจุดแข็งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย
- การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงบนฐานความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม
- การเตรียมความพร้อมกำลังคนไปสู่แรงงานสูงที่ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนอง ต่อโครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป
"ส่วนความรับผิดชอบของ AI กับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น หน่วยงานภาครัฐต้องมีกติกาว่าควรใช้สิ่งใดมากน้อยอย่างไร และเรื่องของดาต้าคือการใช้ AI ในกลุ่มการแพทย์มาตรฐานจะสูงมาก ส่วนกลุ่มของประชากรที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนก็จะมีมาตรฐานอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ปัญหาในตอนนี้คือการใช้ดาต้าที่มีความอคติ"
กริชผกา กล่าวย้ำว่า "คุณสมบัติของประเทศนวัตกรรมต้องมีความโดดเด่นหลายด้าน อาทิ การลงทุนด้านนวัตกรรม สินค้าด้านนวัตกรรม สำคัญที่สุดต้องหลุดประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ยกตัวอย่างประเทศนวัตกรรม เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สวีเดน อเมริกา เกาหลี และสิงคโปร์ ประเทศเหล่านี้คือเป้าหมายที่ NIA ปรารถนาให้ไทยเป็น"
NIA ทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในฐานะผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรมในทุกมิติผ่านแนวคิด 4G ได้แก่ Groom การบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรม Grant การให้เงินทุน Growth การสร้างโอกาสขยายตลาดและแหล่งเงินทุน และ Global การเข้าสู่ตลาดระดับโลก และเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งและแข่งขันได้ในตลาดโลก
โดยในปี 2569 NIA มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยผ่านนโยบายนวัตกรรมต่างๆ ดังนี้
1. ส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม โดย NIA มีกลไกสนับสนุนทางการเงินที่หลากหลายในรูปแบบเงินให้เปล่าซึ่งเหมาะกับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเริ่มต้น แต่สำหรับธุรกิจนวัตกรรมในระยะเติบโต ‘การร่วมลงทุน’ ถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วย ‘เติมเงินทุน’ ในการนำนวัตกรรมไปสู่ตลาดและการขยายธุรกิจ
ในปีนี้ NIA มุ่งเน้นการต่อยอดและขยายผลกลไกการร่วมลงทุน เช่น Corporate Co-funding และกลไกการร่วมลงทุนจากภาครัฐ (NIA venture) โดยดำเนินการร่วมกับบริษัทร่วมลงทุน นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรม Global Investment Link เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจนวัตกรรมผ่านการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนมาตรการการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax เพื่อส่งเสริมการระดมทุนในธุรกิจสตาร์ตอัป โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับส่วนเกินทุน
2. เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดการแปลงงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่การใช้งานจริง
โดย NIA มีการพัฒนากลไกสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงินเพื่อยกระดับงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ผ่านการเชื่อมโยงองค์ประกอบที่หลากหลายในระบบนิเวศนวัตกรรม ได้แก่ การเร่งสร้างการเติบโต (NIA Acceleration) ใน 5 อุตสาหกรรม การพัฒนาศูนย์กลางเครือข่ายนวัตกรรม แพลตฟอร์มเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม
ตลอดจนมาตรการสนับสนุนด้านภาษี เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับย่านนวัตกรรมการแพทย์ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในการสนับสนุนสิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ
ส่วนในอนาคต NIA มีแผนการส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการระดมทุนเพื่อปลดล็อกมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ตอัพ ให้ธุรกิจสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินทุนหรือระดมทุน
3. ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ผ่านกลไกการทำงานร่วมกับบุคลากรในพื้นที่อย่าง หน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่ช่วยบ่มเพาะ ยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมจนสามารถพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบหรือโครงการนำร่อง
พร้อมทั้งสนับสนุนทุนในการนำแนวคิดนวัตกรรมมาขยายผลผ่านโครงการนวัตกรรมแบบเปิด โครงการนวัตกรรมสำหรับเมืองและชุมชน และโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม รวมถึงการนำรูปแบบกลไกการให้เงินทุนอุดหนุนมาจัดทำเป็นแผนภาพการสนับสนุนตามการเติบโตของนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อให้เห็นแนวทางการเติบโตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
4. ยกระดับทักษะนวัตกรรมของประเทศ โดยชุดความคิด ความรู้ ทักษะ และระบบการจัดการด้านนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับกำลังคนและธุรกิจนวัตกรรมไทย โดยเฉพาะนวัตกรและเจ้าของธุรกิจ การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ความรู้ทางเทคโนโลยีและธุรกิจ ตลอดจนชุดความคิดความเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตสู่ตลาดสากล เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่วันเริ่มต้น
ภาพ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Samsung Wallet ยกระดับการเดินทางช่วงเทศกาล เปลี่ยน Boarding Pass เป็นดิจิทัล ใช้แทนตั๋วกระดาษ เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazineไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

