Lenovo ทำนิวไฮไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุด ณ เดือนธันวาคม 2025) รายได้พุ่ง 2.2 หมื่นล้านเหรียญ ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ตลาด PC ด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI โตแรง 72% เดินหน้าเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ๆ รุกทั้งตลาดองค์กรและลูกค้าทั่วไป
วรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไป Lenovo ประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ผลประกอบการทั่วโลกของ Lenovo งวดไตรมาสล่าสุด ณ เดือนธันวาคม ปีงบประมาณ 2025/26 โดยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กว่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่กำไรอยู่ที่ 589 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 36% นับเป็นหนึ่งในไตรมาสที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของบริษัท อีกทั้งยังคงครองส่วนแบ่งตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer : PC) อันดับ 1 ของโลก ด้วยสัดส่วนทั่วโลก 25% และ 35% ในประเทศไทย
การที่ทุกองค์กรหันมาให้ความสำคัญกับ AI ทำให้รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ Lenovo เติบโตกว่า 72% และมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของรายได้รวม หรือราว 32% สะท้อนบทบาทของ AI ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ
เมื่อแยกตามประเภทธุรกิจแล้ว กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ เติบโต 14% กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เติบโต 32% และกลุ่มโซลูชันและบริการ เติบโต 18% พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 22%
สำหรับภาพรวมของตลาด AI นั้น เริ่มเปลี่ยนผ่านจากช่วงทดลองไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร โดยในปี 2026 มีองค์กร 66% ที่อยู่ในขั้นทดลอง ใช้งานจริง หรือใช้งานอย่างเป็นระบบ เพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2025
ขณะที่สัดส่วนองค์กรซึ่งยังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะใช้ AI หรือไม่ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือ 19% จาก 56% สะท้อนว่าการนำ AI ไปใช้เริ่มเข้าสู่ระยะที่เน้นผลลัพธ์มากขึ้น โดยองค์กรถึง 96% ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการลงทุนด้าน AI เป็นลำดับแรก ซึ่งหากดูในระดับอาเซียน มีสัดส่วนการใช้งาน AI อยู่ที่ 67% โดยรูปแบบการใช้งานแบบ Hybrid เป็นตัวเลือกหลัก
ทั้งนี้ องค์กรในหลายประเทศยังเพิ่มการลงทุนใน Agentic AI อย่างต่อเนื่อง โดยในรอบปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 2.8 เท่า ตามด้วยอินเดีย 2.4 เท่า ขณะที่อาเซียนเพิ่มขึ้น 1.9 เท่า และเกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า โดย 88% ขององค์กรตั้งเป้าว่าจะได้รับผลตอบแทนเชิงบวกจาก AI เฉลี่ยที่ 2.85 เหรียญต่อเงินลงทุนทุก 1 เหรียญ สะท้อนถึงการเข้าสู่จุดเปลี่ยนของการใช้งาน AI ในระดับองค์กรอย่างชัดเจน

สัดส่วน AI PC พุ่ง 50% เดินหน้าเปิดตัวเทคโนโลยีอัจฉริยะ
วรพจน์ เผยว่า สัดส่วน AI PC ของ Lenovo เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราว 10% เมื่อสองปีก่อน เป็น 20% ในปีที่ผ่านมา และเพิ่มเป็น 50% ของพอร์ตในปีนี้ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาด PC ไปสู่ยุคที่ AI กลายเป็นองค์ประกอบหลัก
Lenovo จึงเดินหน้ากลยุทธ์ Hybrid AI ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มและบริการ เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น
ในฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป บริษัทเปิดตัว Lenovo Qira ซึ่งเป็น Personal AI ที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ โดยถูกออกแบบให้ทำงานในระดับระบบ สามารถเชื่อมต่อการใช้งานระหว่าง PC สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของ Lenovo และ Motorola
ขณะที่ฝั่งองค์กร บริษัทเปิดตัว Lenovo Agentic AI และแพลตฟอร์ม Lenovo xIQ เพื่อรองรับการใช้งาน AI แบบครบวงจร โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการ AI agents พร้อมรองรับการใช้งานแบบ Hybrid AI
โซลูชันดังกล่าวต่อยอดจากแพลตฟอร์ม Lenovo Hybrid AI Advantage ซึ่งผสานโครงสร้างพื้นฐาน บริการ และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน AI ในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเสริมด้วยบริการด้านการวางกลยุทธ์และการติดตั้ง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเริ่มต้นและขยายการใช้งาน AI ได้รวดเร็วขึ้น
การผสานการทำงานของอุปกรณ์ AI PC โครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริด และแพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยยึด AI เป็นศูนย์กลาง จะช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้จริงในทุกระดับ ตั้งแต่การพัฒนาโซลูชัน ไปจนถึงการใช้งานในเชิงธุรกิจ และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระยะยาว
“AI จะช่วยเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และจุดประกายจินตนาการ เนื่องจาก AI ในวันนี้สามารถเรียนรู้จากภาษา พฤติกรรม ประสบการณ์ และความทรงจำที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการส่งเสริม ยกระดับ และดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาอย่างเต็มที่...สำหรับภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนั้นยิ่งลึกซึ้งกว่า เพราะ AI ไม่ได้เป็นเพียงตัวช่วยเพื่อการบริหารจัดการกระบวนการทำงาน แต่จะเป็นตัวนำไปสู่การเสริมศักยภาพให้องค์กรด้วยการนำข้อมูลขององค์กรที่เกิดขึ้นจริงไปประยุกต์ใช้ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้แก่พนักงานผู้ใช้งาน เพื่อพัฒนาองค์กรให้กลายเป็นระบบที่สามารถเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนได้อย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง” วรพจน์ กล่าว
ภาพ : Lenovo Thailand
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Microsoft - Meta ลดคนครั้งใหญ่ เตรียมเลิกจ้างเฉียดหมื่นคน! แต่ทุ่มงบแสนล้าน เร่งพัฒนา AI
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

