ไวรัสโคโรน่าส่งผลต่อราคาของ "บิทคอยน์" หรือไม่? - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • IT
  • News >
  • ไวรัสโคโรน่าส่งผลต่อราคาของ “บิทคอยน์” หรือไม่?

ไวรัสโคโรน่าส่งผลต่อราคาของ “บิทคอยน์” หรือไม่?

Forbes Thailand

ในช่วงปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างเกิดขึ้น หลายเหตุการณ์ส่งผลให้ราคา บิทคอยน์ พุ่งขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งแบบเฉพาะพื้นที่และแบบที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก

ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดจะเป็นเหตุการณ์ “สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ” ที่มีทีท่าว่าจะก่อตัวขึ้นในช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ข่าวนี้นอกจากจะส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง ยังส่งผลต่อราคา บิทคอยน์ ในประเทศอิหร่านอย่างมาก ถึงขนาดราคาพุ่งไปสูงถึง 30,000 เหรียญ (1,000,000,000 IRR)

ดังภาพตัวอย่างในด้านล่าง เป็นสถานการณ์ที่ผู้ใช้ในทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์แชร์ถึงราคาของบิทคอยน์ในตลาดแบบ P2P (ตลาดที่ทั้งผู้ใช้และผู้ขายมาติดต่อซื้อขายกันเอง) จะเห็นได้ว่าราคาของบิทคอยน์ต่อเหรียญนั้นพุ่งไปสูงมาก (สูงกว่าตลาดทั่วไป ณ ตอนนั้นเกือบเท่าตัว)

ภาพจาก https://twitter.com/mattysino/status/1213044395978575873

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า โดยทั่วไปตลาดแลกเปลี่ยนในประเทศใดๆ ก็ตาม หากมีการรับซื้อขายด้วยสกุลเงินจริงๆ (Fiat) ส่วนมากผู้ขายมักรับชำระด้วยสกุลเงินของประเทศนั้นๆ เนื่องด้วยความไม่ต้องการรับภาระในการแปลงสกุลเงิน ส่งผลให้จำนวน BTC ที่ขายที่มีจำนวนจำกัดนั้นกลายเป็นที่ต้องการ ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นตามมา

แท้จริงแล้วเหตุการณ์อะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาของบิทคอยน์?

  1. เมื่อผู้คนรู้สึกขาดความมั่นคงในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่
  2. เมื่อผู้คนต้องการความคล่องตัวและอิสระในการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์อย่างสูง
  3. เมื่อคนรู้สึกว่าทรัพย์สินของตนเองกำลังจะไม่ปลอดภัย (ภัยพิบัติ, การทำลายล้างจากสงคราม)
  4. เมื่อคนรู้สึกขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล (การบริหารที่ล้มเหลว, อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น)
  5. ความไม่อยากพลาดโอกาสในการทำกำไร
  6. ความอยากรู้อยากลองในตลาดลงทุนใหม่ๆ
  7. การเคลื่อนย้ายเงินจำนวนมาก
  8. ข่าวการปิด-เปิดตลาดซื้อขาย
  9. ข่าวความไม่มั่นคงต่างๆ เช่น กระเป๋าโดนแฮ็ค, Node เหรียญพัง

โดยเฉพาะสาเหตุใน 4 ข้อแรก สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้คนที่ยอมเสี่ยงแปลงสินทรัพย์ของตัวเองไปอยู่ในรูปแบบของสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง แต่อิงกับเรตของสกุลเงินที่ที่คนทั้งโลกให้ค่า

เว้นแต่ว่า ณ ขณะนั้นคุณมีแต่เงินสดหรือเงินสกุลชาติตัวเอง แล้วเหรียญในตลาดมีน้อย  เมื่อนั้นอาจต้องสู้ราคากันหน่อย ส่งผลให้ราคาต่อเหรียญมีมูลค่าสูงขึ้นตามลำดับ

 

เชื้อ Covid-19 ระบาด ส่งผลต่อราคาของบิทคอยน์หรือไม่?

หลังจากการแสข่าวที่จีนประกาศรับมือกับเชื้อไวรัส Covid-19 หรือไวรัสโคโรน่า อย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ช่วงมกราคม ที่มาพร้อมกับมาตรการห้ามพลเมืองจีนเดินทางออกนอกประเทศ สิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจในหลายประเทศ หลายภาคส่วน และดูท่าจะไม่สงบลงได้โดยง่าย

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มักเป็นช่วงที่ทั่วโลกจัดงานเทศกาลตรุษจีนขึ้น เป็นช่วงที่คนจีนมักจะมีการใช้จ่ายเงินหรือท่องเที่ยวกับครอบครัวมากเป็นพิเศษ ในโลกของคริปโตเอง ตลาดเงินดิจิทัลในช่วงนี้มักจะเป็นช่วงที่คนจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน และมีการนำเงินดิจิทัลของตัวเองมาเทขายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาจะตกลงเล็กน้อย ก่อนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ปีนี้ค่อนข้างไม่มีอะไรหวือหวามากนัก จะเห็นว่าตลาดมีความหวือหวาอยู่ช่วงวันที่ 24-25 มกราคม ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตกลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังกจากนั้นไม่กี่วันทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ มีคนเริ่มกลับเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลให้ราคาค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นตาม

ขณะเดียวกันข่าวปิดเหมืองขุดในจีนปรากฏออกสู่สาธารณชนเป็นระยะๆ

ประเด็นที่น่าสนใจของข่าวอยู่ที่จีนได้สั่งปิดเหมืองขุดซึ่งอยู่ห่างไกลจากชุมชนและไม่มีพนักงานคนใดที่เดินทางมาจากเมือง Wuhan เสียด้วยซ้ำ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้แจ้งว่าต้องการให้พนักงานทุกคนที่ดูแลเครื่องพักอาศัยอยู่แต่ในเฉพาะบริเวณบ้านเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและเพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมโรคที่ดี

โดยเจ้าของเหมือนได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลค่อนข้างมาก “แม้แต่โรงงานที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งหมด ทั้งยังตั้งอยู่ในเขตห่างไกลจากผู้คนและเมืองที่มีโรคระบาด ยังโดนสั่งให้ปิดทำการชั่วคราวได้ เหมืองอื่นๆ ในจีนก็อาจถูกสั่งให้หยุดทำการได้เช่นกัน”

ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อบิทคอยน์ได้อย่างแน่นอน อย่างที่ทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศที่มีกำลังขุดบิทคอยน์สูงมาก มีโรงงานสำหรับประมวลผลขนาดใหญ่และเป็นระบบ รวมถึงกำลังขุดที่เกิดขึ้นในโลกนั้นมาจากประเทศเทศจีนถึง 65% นั่นหมายความว่าหากเหมืองขุดในจีนต้องหยุดลงชั่วคราว ก็อาจส่งผลต่อแรงขุดในโลกได้

แต่นั่นก็ดูเหมือนไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากระบบของบิทคอยน์ บล็อคเชน นั้นถูกออกแบบมาให้มีการปรับความสมดุลของค่า Difficulty ในระบบกับจำนวนนักขุดให้มีความสมดุลกันอยู่แล้ว

พูดกันตามตรงก็คือ หากเงื่อนไขที่อาจส่งผลต่อความวิตกกังของผู้คนยังไม่ครบ 4 ข้อแรกนั้น ก็อาจไม่ต้องกังวลถึงความผันผวนของราคามากนัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังต้องจับตาดูกันต่อไป

 

ขอบคุณบทความจาก Bitkub.com

BACK TO TOP