“เทนเซ็นต์ คลาวด์” จับมือ “ShareRing” ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในยุค New Normal - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • IT
  • News >
  • “เทนเซ็นต์ คลาวด์” จับมือ “ShareRing” ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในยุค New Normal

“เทนเซ็นต์ คลาวด์” จับมือ “ShareRing” ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในยุค New Normal

Forbes Thailand / Admin
16 Nov 2020 | 4:57 pm 414

เทนเซ็นต์ คลาวด์ (Tencent Cloud) กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ ผู้นำบริการด้านอินเตอร์เน็ตของโลก ประกาศความร่วมมือกับ “แชร์ริง” (ShareRing) แพลตฟอร์มพร้อมใช้สำหรับองค์กรภายใต้ระบบนิเวศของแชร์ริงที่มีเครือข่ายผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านรายทั่วโลก

Chang Foo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “เทนเซ็นต์ คลาวด์ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน และผลักดันองค์กรต่าง ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในยุคที่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในยุค New Normal ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองหลังจากที่หลายประเทศเริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 คือ ‘อุตสาหกรรมท่องเที่ยว’

การท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้งภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่เข้มงวด ประกอบกับเทรนด์การใช้เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวที่มีกระแสมาตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด-19 เช่น การจองที่พัก การจองตั๋วเครื่องบิน การเช็คอินบริการต่างๆ หรือบริการรถเช่าผ่านแอปพลิเคชัน ดังนั้นเทคโนโลยีคลาวด์ และเอไอ จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ”

ล่าสุด เทนเซ็นต์ คลาวด์ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ ShareRing ผู้นำด้านระบบนิเวศสำหรับการท่องเที่ยว และธุรกิจแบบแบ่งปัน โดยเราได้นำความเชี่ยวชาญด้านระบบปฏิบัติการคลาวด์ และเอไออัจฉริยะมาพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการเอกสาร และการยืนยันตัวตนให้กับแชร์ริงด้วยเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่สามารถแปลงภาพตัวอักษรทั้งตัวพิมพ์ และลายมือให้เป็นข้อความเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการ์ด ใบรับรอง และเอกสารต่างๆ และรองรับเทมเพลทที่สร้างขึ้นเอง (Self-customized template) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้อนข้อมูล และลดต้นทุนการใช้งานลง

และด้วยเทคโนโลยีด้านการจดจำใบหน้า หรือ Face Recognition (FR) ให้คุณสมบัติในการพิสูจน์ตัวตนซึ่งทำงานคู่กับเทคโนโลยี Liveness Detection โดยเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับบริการที่สะดวก และปลอดภัยแล้ว ยังช่วยมอบประสบการณ์ในการจัดการเรื่องต่างๆ ในการท่องเที่ยวได้แบบครบวงจร สะดวกสบาย และไร้รอยต่อ อีกทั้งยังช่วยลดความยุ่งยาก เพิ่มความรวดเร็วให้กับขั้นตอนงานเอกสารต่างๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย

 

Tim Bos ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง ShareRing กล่าวว่า “แชร์ริงเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการแบบครบวงจร ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ เกี่ยวกับการเดินทาง และท่องเที่ยวได้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การจองโรงแรม การเช่ารถ การซื้อแพคเกจทัวร์ต่างๆ ไปจนถึงการซื้อประกันต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ดำเนินธุรกิจด้วยเป้าหมายที่จะมอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ระบบนิเวศของเราพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยี ‘Distributed Ledger Technology’ (DLT) หรือที่เรียกว่า Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง”

Tim กล่าวต่อว่า “แชร์ริงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเทนเซ็นต์ คลาวด์ในการร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการเอกสาร และการยืนยันตัวตน ซึ่งแชร์ริงเชื่อมั่นในศักยภาพของเทนเซ็นต์ที่เป็นผู้ให้บริการคลาวด์แพลตฟอร์มประสิทธิภาพสูงที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับโลก อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจอยู่ในแถบอาเซียน และประเทศไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เราให้ความสำคัญ โดยเราวางแผนที่จะเปิดให้บริการแอปพลิเคชันในแถบอาเซียนเป็นพื้นที่แรก และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในปีนี้”

ด้วยความแข็งแกร่งของเทนเซ็นต์ คลาวด์ และ ShareRing จะช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในยุค New Normal ที่นักท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ลดความยุ่งยากในการยืนยันตัวตน ลดการสัมผัส หรือการยื่นเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรมต่างๆ เพื่อซื้อบริการจากแพลตฟอร์ม โดยสามารถทำได้บนสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้แชร์ริงแตกต่างจากแอปพลิเคชันท่องเที่ยวรายอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดย ตั้งเป้าว่าจะขยายเครือข่ายพันธมิตร พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกภายใต้ระบบนิเวศของแชร์ริงที่มีเครือข่ายครอบคลุมผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านรายทั่วโลก

“ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเทนเซ็นต์ ประเทศไทยที่มุ่งมั่นนำความก้าวล้ำของบริการคลาวด์ระดับเวิลด์คลาส และความเชี่ยวชาญในการให้บริการแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนพันธมิตรอย่างแชร์ริงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจพร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลในยุค New Normal” Chang กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาพร้อมระบบนิเวศเพื่อการเดินทาง และการท่องเที่ยวแบบครบวงจร จับมือพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการเอกสาร และการยืนยันตัวตน (Identity and document management platform) ด้วยระบบคลาวด์ระดับเวิลด์คลาส และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อัจฉริยะจากเทนเซ็นต์ และพร้อมเปิดให้บริการแอปพลิเคชันแชร์ริงในแถบอาเซียน และประเทศไทยภายในปีนี้ รองรับดีมานด์ด้านเทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว (Travel Technology)

ในยุค New Normal หลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง โดยการร่วมมือกันครั้งนี้ มุ่งมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน รวมถึงเพิ่มความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือให้กับระบบ อีกทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย และนานาชาติในการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบนิเวศของแชร์ริงที่มีเครือข่ายผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านรายทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม: Michael Kim ปรมาจารย์แห่ง ไพรเวท อิควิตี้


ไม่พลาดบทความด้านกลยุทธ์องค์กรและธุรกิจ ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine และ ทวิตเตอร์ Forbes Thailand

 

 

BACK TO TOP