SCG คว้าอันดับ 1 จาก 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2026

SCG คว้าอันดับ 1 จาก 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2026

FORBES THAILAND / ADMIN
09 Jan 2026 | 11:02 PM
READ 228

SCG ล้มแชมป์ Google! คว้าอันดับ 1 จาก 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในไทย ประจำปี 2026


    เวิร์คเวนเจอร์ (WorkVenture) ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างแบบครบวงจร ได้ประกาศรางวัล TOP 50 Companies in Thailand 2026 จากการจัดทำผลสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด

    โดยเป็นการสำรวจที่มีคนร่วมโหวตมากที่สุดในประเทศ ซึ่งเวิร์คเวนเจอร์ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 และปีนี้ได้รวบรวมความคิดเห็นจากคนทำงานจำนวน 12,167 คน อายุระหว่าง 22-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำการสำรวจระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2568 ทั้งจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยคำถามปลายเปิดที่ให้อิสระทางความคิด โดยไม่ผ่านการชี้นำใดๆ ว่า "บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใคร และเพราะอะไร"

    พร้อมทั้งเผยถึงซูเปอร์เทรนด์ ที่เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของตลาดแรงงานไทย ที่ไม่อาจใช้สูตรเดิมในการดึงดูดและรักษาคนเก่งได้อีกต่อไป องค์กรจึงต้องควรปรับตัวเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแย่งชิงคนเก่งอย่างเข้มข้นที่สุดในรอบทศวรรษ

    จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ตลาดแรงงานไทยเปลี่ยนผ่านจากยุคที่นายจ้างเป็นผู้เลือก ไปสู่ยุคที่ AI และการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าองค์กรจะมีตัวตนในสายตาของคนเก่ง (Talent) หรือไม่ ซึ่งเป็นปีที่องค์กรต้องช่วงชิงความได้เปรียบโดยใช้ความจริงใจและเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย

    จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของเวิร์คเวนเจอร์ พบว่ามี 3 เทรนด์ที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งในยุคที่ข้อมูลและพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประกอบด้วย


CEO ต้องเป็นผู้เล่าเรื่ององค์กร

    เทรนด์แรกที่มาแรงที่สุดในปี 2569 คือ การที่ผู้นำสูงสุดขององค์กรหรือ CEO ต้องสวมหมวกเป็นผู้บริหารสูงสุดด้านแบรนด์นายจ้าง หรือ Chief Employer Branding Officer

    “ยุคที่การสร้างภาพลักษณ์องค์กรเป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือฝ่ายสื่อสารองค์กรเพียงอย่างเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากคนเก่งรุ่นใหม่ต้องการทำงานกับผู้นำที่สามารถจับต้องได้ และมีวิสัยทัศน์ที่เชื่อถือได้จริง CEO ต้องทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่องที่สื่อสารเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ” จีรวัฒน์ กล่าว

    ดังจะเห็นได้จากกรณีศึกษาระดับโลกอย่าง Satya Nadella ของ Microsoft หรือ Brian Chesky ของ Airbnb ที่ใช้ช่องทางออนไลน์และสื่อสาธารณะสื่อสารวิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ

    สิ่งนี้สะท้อนชัดว่าคนเก่งในปี 2569 ต้องการทำงานกับผู้นำที่จับต้องได้และมีวิสัยทัศน์ที่เชื่อถือได้ ซีอีโอจึงต้องเป็น Chief Storyteller ที่เล่าเรื่องขององค์กรได้ดีที่สุด  


พนักงานคืออินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์

    เทรนด์ที่สอง คือ พลังเสียงของพนักงาน (Employee Advocacy) ซึ่งทรงพลังมากกว่าการโฆษณา เพราะความน่าเชื่อถือของสื่อโฆษณาแบบเดิมจากองค์กรเริ่มลดลง และถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวคนทำงานจริงหรือเพื่อนร่วมงาน 

    “ปรากฏการณ์ระดับโลกชี้ให้เห็นว่าพนักงานคือสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุด เครือข่ายโซเชียลของพนักงานรวมกันใหญ่กว่าองค์กรถึง 10 เท่า และโพสต์ของบุคคลถูกมองเห็นมากกว่าของบริษัท
หลายเท่าตัว”
จีรวัฒน์ กล่าว

    พร้อมทั้งระบุว่า พนักงานที่เล่าเรื่องจริงคือสิ่งที่ผู้สมัครเชื่อที่สุด และปี 2569 จะเป็นปีที่แบรนด์ต้องสร้างระบบสนับสนุนให้พนักงานเล่าเรื่องด้วยความภาคภูมิใจ

    เรื่องนี้เห็นได้จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Adobe ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากโปรแกรม Adobe Life ที่ให้พนักงานบอกเล่าชีวิตการทำงานจริง หรือ Hootsuite ซึ่งพบว่า 94% ของการเข้าถึงแบรนด์มาจากการบอกเล่าของพนักงาน 

    “สิ่งนี้ทำให้ TikTok กลายเป็นสมรภูมิหลักในการสื่อสาร โดยเนื้อหาที่ได้รับความนิยมจะไม่ใช่คลิปขององค์กรที่นำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูดี แต่เป็นคลิปที่สะท้อนชีวิตการทำงานจริง หรือเบื้องหลังการทำงานที่เรียล เพื่อสร้างความผูกพันและดึงดูดคนรุ่นใหม่”


AI คือผู้ตัดสินว่าองค์กรไหนจะได้คนเก่ง

    เทรนด์สุดท้ายซึ่งถือว่าะน่าจับตามองที่สุด คือ AI & Generative Employer Branding (GEO) ซึ่งเป็นการข้ามพ้นยุคของการทำ SEO (Search Engine Optimization) ไปสู่ยุคที่ต้องทำให้อัลกอริทึมของ AI รู้จักองค์กร 

    จีรวัฒน์ ย้ำว่า พฤติกรรมการค้นหางานของผู้สมัครในปี 2569 จะไม่ค้นหางานแบบเดิม แต่จะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับ AI เช่น ChatGPT หรือ Gemini ว่าทำงานที่บริษัทนั้นๆ เป็นอย่างไร หรือเปรียบเทียบระหว่างบริษัท ทำให้ AI กลายเป็นประตูหน้าของภาพลักษณ์นายจ้างโดยตรง 

    งานวิจัยของ Edelman ยังคาดการณ์ว่า การค้นหาผ่านระบบตอบคำถามด้วย AI จะเพิ่มขึ้นกว่า 50% ภายในปี 2571 ซึ่งพบว่าข้อมูลที่ AI ดึงไปตอบมักมาจากเว็บไซต์ Career ข่าวองค์กร และการรีวิวของพนักงาน ดังนั้น องค์กรที่ไม่ทำ GEO จะเสี่ยงต่อการที่ AI ตอบข้อมูลผิดหรือไม่ครบอาจทำให้ภาพลักษณ์นายจ้างเสียหายได้

    “หากองค์กรไม่มีการจัดระเบียบข้อมูลให้ AI เข้าใจ หรือไม่มีการรีวิวที่ดีของพนักงาน AI ก็จะไม่แนะนำบริษัทนั้นให้ผู้สมัคร องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์สมัครงานให้เป็นมิตรกับ AI และส่งเสริมให้เกิดการรีวิวเชิงบวกจากพนักงาน” จีรวัฒน์ กล่าว


50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานมากที่สุด

    การจัดอันดับ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2026 นี้ จึงนับว่าเป็นมากกว่าการมอบรางวัล แต่เป็นสัญญาณให้ทุกองค์กรตื่นตัวว่าวิธีการแบบเดิมๆ ในการดึงดูดและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

    องค์กรใดที่ผู้นำไม่สื่อสาร พนักงานไม่มีความภูมิใจจนอยากบอกต่อ องค์กรที่ไม่มีตัวตนชัดเจนในโลกของ AI จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และค่อยๆ เลือนหายไปจากความสนใจของคนเก่ง

    สำหรับ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในปี 2026 มีดังนึ้




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2025

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine