จบมาตกงาน? ปัญหาใหญ่ที่ตลาดแรงงานเจอ PIM ชี้ต้องมี 6 สกิลรับโลก AI เตรียมออก Skill Transcript การันตีฝีมือ อุดช่องโหว่เด็กจบใหม่ว่างงานเฉียด 2 แสนราย

จบมาตกงาน? ปัญหาใหญ่ที่ตลาดแรงงานเจอ PIM ชี้ต้องมี 6 สกิลรับโลก AI เตรียมออก Skill Transcript การันตีฝีมือ อุดช่องโหว่เด็กจบใหม่ว่างงานเฉียด 2 แสนราย

FORBES THAILAND / ADMIN
22 Sep 2026 | 04:23 PM
READ 92

PIM ชี้ทางออกวิกฤตบัณฑิตว่างงานเฉียด 2 แสนคน ชู 6 ทักษะรับมือคลื่น AI พร้อมเตรียมใช้ "PIM Skill Transcript" นำร่องปี 2570 เพื่อการันตีความสามารถจริงให้ภาคธุรกิจมั่นใจ ตอกย้ำ 20 ปี "PIM The Original" ต้นตำรับเรียนควบทำงาน ที่ผลิตบุคลากรพร้อมใช้และมีอัตราได้งานทำสูงกว่า 96%


    ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น เพราะแม้ในระบบจะมีผู้ว่างงานอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาคธุรกิจกลับประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตรงสายและสามารถเริ่มทำงานได้ทันที สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ “จำนวนคน” แต่อยู่ที่ช่องว่างระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการขององค์กร

    รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM ฉายภาพว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน ในจำนวนนี้ราว 192,000 คน เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ขณะที่สถานประกอบการต้องการบุคลากรที่สามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้กับการทำงานได้จริง

    ช่องว่างดังกล่าวกำลังทำให้เกณฑ์การพิจารณาคนทำงานเปลี่ยนไป จากเดิมที่อาจให้น้ำหนักกับ “วุฒิการศึกษา” เป็นหลัก ไปสู่การมองหาทักษะและประสบการณ์ที่สามารถนำมาใช้กับงานได้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและคุณสมบัติของบุคลากรที่องค์กรต้องการอย่างรวดเร็ว

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์


6 ทักษะรับโลกการทำงานยุค AI

    ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุค AI จึงต้องเริ่มจากทักษะพื้นฐาน 3 ด้าน ได้แก่ AI literacy หรือความรู้เท่าทัน AI เพื่อให้เข้าใจและสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างเหมาะสม, language literacy โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งยังเป็นทักษะสำคัญต่อการเข้าถึงองค์ความรู้และการสื่อสารในระดับสากล

    รวมถึง financial literacy หรือความรู้ด้านการเงิน เพื่อให้เข้าใจเรื่องการเงินและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องทั้งกับชีวิตประจำวันและการทำงาน ขณะเดียวกันเมื่อ AI สามารถเข้ามารับงานบางประเภทได้มากขึ้น ทักษะเฉพาะของมนุษย์ หรือ human skills ก็ยิ่งมีความสำคัญ โดยเฉพาะความสามารถที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์

    รศ.ดร.สมภพ จึงเน้นย้ำถึงอีก 3 ทักษะที่จำเป็นต่อการอยู่รอด ได้แก่ critical thinking ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และพิจารณาข้อมูลอย่างมีเหตุผล, creative & imaginative thinking ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เพื่อมองหาแนวทางหรือแนวคิดใหม่

    รวมถึง human relationship หรือทักษะด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น ทั้งการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และ human touch ซึ่งยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานร่วมกับคนและองค์กร

    “ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงจาก AI จะยิ่งเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วขึ้น คนรุ่นใหม่จึงจำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้สามารถทำงานและปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้” รศ.ดร.สมภพกล่าว


Skill Transcript เติมภาพทักษะนอกเหนือจากวุฒิ

    เมื่อทักษะและประสบการณ์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคนทำงาน องค์กรจึงต้องการข้อมูลที่สะท้อนความสามารถของผู้สมัครได้มากกว่าชื่อปริญญาหรือผลการเรียนเพียงอย่างเดียว

    จากโจทย์นี้ PIM จึงพัฒนา PIM skill transcript หรือใบแสดงผลทักษะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบวุฒิการศึกษา โดยรวบรวมทักษะและประสบการณ์ที่นักศึกษาได้รับจากการเรียน การฝึกปฏิบัติ และการทำงานจริงตลอดหลักสูตร เนื่องจากนักศึกษา PIM ใช้เวลาประมาณครึ่งหนึ่งของหลักสูตรกับการฝึกและทำงานจริง

    skill transcript จึงทำหน้าที่บันทึกประสบการณ์และทักษะที่เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยข้อมูลที่จัดเก็บครอบคลุมทั้ง soft skills และ hard skills เช่น การบริหารจัดการ การสื่อสาร การคิดและแก้ปัญหา การบริหารจัดการตนเอง รวมถึงการยึดมั่นในคุณธรรม

    ซึ่งนักศึกษาจะเริ่มสะสมข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่เข้าสู่มหาวิทยาลัย ขณะที่หลักสูตรถูกออกแบบร่วมกับภาคธุรกิจ เพื่อให้ทั้งเนื้อหาวิชาการและการฝึกปฏิบัติเชื่อมโยงกับทักษะที่สถานประกอบการต้องการ รวมถึง skill transcript ยังใช้ติดตามพัฒนาการของนักศึกษาตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ทำให้ทั้งนักศึกษาและผู้สอนเห็นได้ชัดขึ้นว่าทักษะด้านใดเป็นจุดแข็ง และด้านใดที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม

    ส่วนในมุมของสถานประกอบการ ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ประกอบการพิจารณาผู้สมัครควบคู่กับวุฒิและผลการเรียน เพื่อให้เห็นทั้งความถนัด ทักษะ และประสบการณ์จากการทำงานจริง สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนากำลังคนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม



เรียนควบงาน ลดช่องว่างก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน

    รศ.ดร.สมภพ อธิบายต่อว่า การสะสมทักษะดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ work-based education ที่ PIM ใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยนำการเรียนภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติงานจริงมาอยู่ในหลักสูตรเดียวกัน ทำให้นักศึกษาเรียนและทำงานควบคู่กันได้ ขณะที่การทำงานถูกนับเป็นรายวิชาและมีหน่วยกิต

    “การทำรูปแบบนี้ทำให้นักศึกษาเริ่มสะสมประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ยังเรียน และมีโอกาสนำความรู้จากห้องเรียนไปใช้กับสถานการณ์จริง ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานเต็มตัวหลังจบการศึกษา”

    เพื่อรองรับการเรียนในรูปแบบดังกล่าว ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี PIM สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานและสถานประกอบการในประเทศกว่า 3,000 แห่ง และต่างประเทศอีกประมาณ 900 แห่ง สำหรับการฝึกงาน การจัดกิจกรรม และการพัฒนาทักษะของนักศึกษา รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษา

    รศ.ดร.สมภพ ระบุว่า บัณฑิตของสถาบันมีอัตราการมีงานทำมากกว่า 96% ขณะที่นักศึกษาบางส่วนมีโอกาสไปฝึกงานในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ เยอรมนี สวีเดน จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมัลดีฟส์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

    นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา สถานทูต และองค์กรต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการเรียนที่เชื่อมโยงกับการทำงาน เฉลี่ยประมาณ 10,000 คนต่อปี

    ทั้งหมดสะท้อนว่าโจทย์ของการเตรียมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนจากการมี “วุฒิ” เพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีทั้งทักษะและประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ AI กำลังเปลี่ยนลักษณะงานและความต้องการบุคลากรของภาคธุรกิจอย่างรวดเร็ว


ภาพ : สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พนักงานไทย 94% ใช้ AI ทำงาน ติดอันดับ 4 จาก 10 ในเอเชีย งานใหม่ผุด ทักษะใหม่มา Reskill กลายเป็นโจทย์ใหญ่องค์กร

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine