งานวิจัยทางจิตวิทยาชี้ “คนรวย” มีพื้นฐานบุคลิกภาพแตกต่างจากคนทั่วไป - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • HR
  • News >
  • งานวิจัยทางจิตวิทยาชี้ “คนรวย” มีพื้นฐานบุคลิกภาพแตกต่างจากคนทั่วไป

งานวิจัยทางจิตวิทยาชี้ “คนรวย” มีพื้นฐานบุคลิกภาพแตกต่างจากคนทั่วไป

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

ผู้คนต่างคาดคะเนว่าบุคคลมั่งคั่งนั้นน่าจะมีสิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป ไม่ใช่เพียงแค่ทรัพย์สินที่พวกเขามีเท่านั้น แต่คนรวยยังมีบุคลิกภาพที่แตกต่างด้วย

แปลและเรียบเรียงจาก New Psychological Studies: How The Wealthy Really Are Different From Everyone Else โดย Rainer Zitelmann นักวิจัยและนักเขียนด้านจิตวิทยาและสังคม

มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไม่มากที่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธข้อสันนิษฐานเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิจัยทางเศรษฐศาสตร์และจิตวิทยาชาวเยอรมัน 6 คนได้ทำการวิจัยขนาดใหญ่ในประเด็นดังกล่าว พวกเขาสัมภาษณ์บุคคลมั่งคั่งทั้งหมด 130 คน เพื่อนำผลลัพธ์มาสร้างบุคลิกทางจิตวิทยาเฉพาะของกลุ่มคนรวย จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับประชากรทั้งหมด

 

หลัก Big Five เพื่อทดสอบเปรียบเทียบ

ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา แบบวัดบุคลิกภาพ 5 อย่าง (Big Five) ถือเป็นโมเดลการวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทำให้ถูกนำมาใช้ในงานวิจัยทางจิตวิทยาของบุคคลมั่งคั่งนี้ด้วยเพื่อหาข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ซึ่งแกนบุคลิกภาพ 5 อย่างดังกล่าว ได้แก่

  1. การมีจิตสำนึก (Conscientious) อธิบายบุคลิกของคนที่มีความละเอียดถี่ถ้วน พิถีพิถัน ขยัน มีประสิทธิภาพ มีความเป็นระบบระเบียบ ตรงต่อเวลา ทะเยอทะยานและมุ่งมั่น
  2. ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ (Neuroticism) บุคคลที่มีบุคลิกภาพข้อนี้สูงมักจะเป็นคนขี้กังวล ไม่มั่นใจต่อสิ่งใดก็ตามที่มีโอกาสไม่เป็นอย่างที่คาด กลุ่มนี้มีแนวโน้มตอบโต้กลับตามอารมณ์ และไม่มั่นคงทางจิตใจ
  3. ความเป็นมิตร (Agreeableness) บุคคลที่มีความเป็นมิตรสูงมักจะต้องการความสมัครสมานกลมเกลียว ดังนั้นพวกเขามักจะยอมถอยอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญความขัดแย้ง และมีความไว้วางใจผู้อื่นมากเกินไป
  4. การเปิดตัว (Extraversion) คนที่มีบุคลิกนี้สูงมักจะช่างพูด มุ่งมั่น กล้าได้กล้าเสีย พลังงานสูง และกล้าหาญ
  5. การเปิดรับประสบการณ์ (Openness to Experience) คนที่มีบุคลิกเปิดรับประสบการณ์มักจะเป็นคนมีจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ และช่างสงสัย

จากการเปรียบเทียบแกนบุคลิกภาพ 5 อย่างระหว่างกลุ่มผู้มั่งคั่งที่รับการสัมภาษณ์กับคนทั่วไป จะพบรูปแบบความแตกต่างเหล่านี้

  1. คนรวยมีอารมณ์ที่มั่นคงกว่า (มีบุคลิกแบบ Neuroticism น้อย)
  2. คนรวยมีบุคลิกเปิดตัว (Extraversion) สูงเป็นพิเศษ
  3. คนรวยมีการเปิดรับประสบการณ์สูงกว่า
  4. คนรวยยอมโอนอ่อนผ่อนตามน้อยกว่า หมายความว่าเป็นไปได้น้อยที่พวกเขาจะหนีจากข้อขัดแย้ง
  5. คนรวยมีบุคลิกการมีจิตสำนึก (Conscientious) มากกว่า

นอกจากการทดสอบ Big Five แล้ว นักวิจัยกลุ่มนี้ยังวัดผลบุคลิกภาพอีก 2 ด้านด้วย คือ บุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissism) และ วัดระดับลักษณะมุ่งอนาคตควบคุมตน (Internal Locus of Control = LOC ยิ่งมีมากจะยิ่งเป็นคนที่เชื่อโชคชะตาน้อย เชื่อตนเองมากกว่า) สิ่งที่พวกเขาค้นพบคือ

  1. คนรวยมีความหลงตัวเองมากกว่าคนทั่วไป
  2. คนรวยแสดงค่า LOC ที่สูงกว่าคนทั่วไป กล่าวคือ พวกเขามักจะเห็นด้วยกับแนวคิด เช่นฉันเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์ของชีวิตด้วยตัวเองมากกว่าแนวคิดอย่างความสำเร็จในชีวิตเกิดจากโชคชะตาเป็นหลัก

 

แรงขับเบื้องหลังคนรวย

คนรวย แตกต่าง
Image by SplitShire from Pixabay

นอกจากจะตอบสัมภาษณ์เกี่ยวกับบุคลิกภาพ Big Five อย่างเข้มข้นเป็นเวลาคนละ 1-2 ชั่วโมงแล้ว พวกเขายังต้องตอบคำถามเรื่องบุคลิกภาพเชิงลึกอีก 50 คำถามด้วย

กุญแจสำคัญที่ทีมวิจัยค้นพบคือ มหาเศรษฐีเหล่านี้มักจะมีขบถต่อธรรมเนียมปฏิบัติ พวกเขาเพลินใจกับการว่ายทวนกระแสสังคมและไม่มีปัญหาหากต้องต่อต้านแนวคิดปกติทั่วไป

กลุ่มคนรวยเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจจาก ‘gut feeling’ คือมักจะใช้สัญชาตญาณมากกว่าดูบทวิเคราะห์อย่างละเอียด

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามีวิธีการรับมือกับความพ่ายแพ้และล้มเหลวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคนส่วนใหญ่

ประชากรส่วนใหญ่นั้นมักจะต้องการเครดิตในความสำเร็จ ขณะที่พยายามโยนความผิดให้กับผู้อื่นเมื่อเกิดความผิดพลาดหรือพ่ายแพ้ ในทางตรงข้าม เหล่าคนรวยมักจะมองหาเหตุแห่งความผิดพลาดในตัวพวกเขาเอง ไม่ใช่ในสภาพแวดล้อมหรือคนอื่น

ความสำคัญของวิธีคิดนี้คือ มันทำให้พวกเขารู้สึกถึงอำนาจถ้าความผิดนั้นเป็นเพราะตัวฉัน ฉันจะสามารถเปลี่ยนมันได้ ฉันสามารถควบคุมชีวิตของตนเองได้

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนบางกลุ่มประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่งคั่งในขณะที่คนอื่นทำไม่ได้ การผสมผสานของบุคลิกภาพรูปแบบเฉพาะซึ่งงานวิจัยได้ค้นพบคือหนึ่งในเหตุผลเหล่านั้น คนรวยรวยได้เพราะพวกเขามีวิธีปฏิบัติที่ต่างจากคนทั่วไป และพวกเขาปฏิบัติแตกต่างก็เพราะพวกเขาคิด ตัดสินใจ และตอบโต้กับสิ่งต่างๆ แตกต่างออกไปเช่นกัน

BACK TO TOP