กระแสยาลดน้ำหนัก GLP-1 กำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้ตลาดบิวตี้ L’Oréal เผยพฤติกรรมใช้สกินแคร์เริ่มเปลี่ยน เมื่อผู้ใช้ยาบางส่วนกังวลปัญหาผิวหย่อนคล้อย แบรนด์ความงามจึงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบรับความต้องการ จับตาเทรนด์ใหม่ที่อาจเปลี่ยนทั้งเกมธุรกิจสกินแคร์และตลาดเวชศาสตร์ความงามทั่วโลก
กระแสการใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 ไม่ได้ส่งผลแค่พฤติกรรมการบริโภค แต่ยังเริ่มเปลี่ยนทิศทางตลาดความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เมื่อผู้ใช้ยาบางส่วนเผชิญปัญหาผิวหย่อนคล้อยและปริมาตรใบหน้าลดลงจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ด้าน L’Oréal ยักษ์ใหญ่ความงามระดับโลก เผยปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลังส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์สกินแคร์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้
Nicolas Hieronimus ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ L’Oréal กล่าวระหว่างการประชุมกับนักลงทุนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ภายหลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ว่า การใช้ยากลุ่ม GLP-1 ที่เพิ่มขึ้นเป็นปรากฏการณ์สำคัญสำหรับธุรกิจความงาม และกำลังส่งผลต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์ความงาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
Hieronimus ระบุว่า SkinCeuticals และ Kiehl’s ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือ มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ควบคู่กับการใช้ยากลุ่ม GLP-1 และช่วยดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผิว เช่น ผิวหย่อนคล้อย รวมถึงปัญหาผิวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมความงามที่มุ่งแก้ปัญหาการสูญเสียปริมาตรผิวจากการใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งก่อนหน้านี้ Cosmetics Business สื่ออุตสาหกรรมความงามรายงานว่า ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งดูแลปัญหาดังกล่าวกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
GLP-1 โตทั่วโลก เปิดโจทย์ใหม่ตลาดความงาม
ยากลุ่ม GLP-1 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก เช่น Ozempic, Wegovy และ Mounjaro ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคเบาหวานบางประเภท และมีการนำมาใช้เพื่อควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากช่วยลดความอยากอาหาร
ข้อมูลจาก Gallup National Health and Well-Being Index ระบุว่า ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ 11% กำลังใช้ยากลุ่ม GLP-1 เพื่อลดน้ำหนัก ขณะที่ 15% เคยใช้ยาเหล่านี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
ส่วนในสหราชอาณาจักร งานวิจัยจาก University College London (UCL) ที่เผยแพร่ในวารสาร BMC Medicine ประเมินว่า มีผู้ใหญ่ในอังกฤษ เวลส์ และสกอตแลนด์ประมาณ 1.6 ล้านคนใช้ยากลุ่ม GLP-1 เพื่อลดน้ำหนักในช่วงต้นปี 2024 ถึงต้นปี 2025
แม้ผิวหย่อนคล้อยจะไม่ได้เกิดจากฤทธิ์ของยาโดยตรง แต่การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจทำให้บางคนสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ปริมาตรใบหน้าลดลงและเกิดความหย่อนคล้อย ปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นโจทย์ใหม่ที่แบรนด์ความงามพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้ามารองรับ
ยอดขาย L’Oréal โตต่อเนื่อง รับแรงหนุนกลุ่มผลิตภัณฑ์ผิวหนัง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 L’Oréal รายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 7.7% ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้ สะท้อนการเติบโตของธุรกิจท่ามกลางความท้าทายของตลาดโลก
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือธุรกิจ dermatological beauty ซึ่งเติบโต 11.6% โดยแบรนด์หลักทั้ง La Roche-Posay, CeraVe และ SkinCeuticals ต่างมียอดขายเติบโตในระดับเลขสองหลัก
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในเครือ L’Oréal ยังขยายการลงทุนในตลาดเวชศาสตร์ความงาม โดยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Galderma บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์เป็น 20% เมื่อเดือนธันวาคม 2025
Reuters รายงานว่า L’Oréal และ Galderma ต่างดำเนินการทดลองทางคลินิกเพื่อศึกษาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้ใช้ยาลดน้ำหนัก GLP-1 ที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย โดยเป็นการทดลองแยกจากกัน
ทั้งนี้ Galderma เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ เช่น Sculptra ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ฉีดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และ Restylane ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มผิวชนิดฉีด
ก่อนหน้านี้ Galderma ยังเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการใช้ยากลุ่ม GLP-1 ที่เพิ่มขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า โดยผลสำรวจผู้ใช้ยาลดน้ำหนักของบริษัทพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ใบหน้าหลังใช้ยา
การเติบโตของยากลุ่ม GLP-1 จึงไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการลดน้ำหนัก แต่ยังสร้างความต้องการใหม่ในตลาดความงาม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวประจำวันไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ โดยโจทย์สำคัญของแบรนด์คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสมและมีหลักฐานรองรับ
ภาพ: INDRANIL MUKHERJEE / AFP และ Image by magnific
ออกแบบภาพปก: ชัยกานต์ มณีจักร์
แปลและเรียบเรียงจาก:
- L'Oreal says weight loss drugs are impacting beauty and skincare sales
- L’Oréal CEO Nicolas Hieronimus on GLP-1’s ‘impact’ on skin care sales
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Sephora เผย 4 กลยุทธ์เจาะอินไซต์ผู้บริโภคไทย ดันยอดขายโต 5 เท่าภายใน 5 ปี ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 2 สาขา "เชียงใหม่และพัทยา"
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


