คนรุ่นใหม่หัวใจศิลปะ ชาวเอเชียน Gen Z ใช้จ่ายเฉลี่ย 56,000 เหรียญซื้องานศิลป์ในครึ่งแรกของปี 2023 - Forbes Thailand

คนรุ่นใหม่หัวใจศิลปะ ชาวเอเชียน Gen Z ใช้จ่ายเฉลี่ย 56,000 เหรียญซื้องานศิลป์ในครึ่งแรกของปี 2023

ผลสำรวจล่าสุดเผย คนอายุน้อยที่มั่งคั่งในเอเชียหันมาให้ความสนใจการประมูลและซื้อขายงานศิลปะมากขึ้น จีนและฮ่องกงกลายเป็นตลาดซื้อขายงานศิลป์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แซงหน้าสหราชอาณาจักร


    ผลสำรวจ Survey of Global Collecting 2023 โดย Art Basel & UBS เผยว่า ผู้ซื้องานศิลปะร่วมสมัยจากบริษัทฯ กว่า 40% เป็นคนกลุ่มมิลเลนเนียล ส่วน Gen X อยู่ที่ 27%, กลุ่มคนที่เกิดในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และรุ่นเบบี้บูมเมอร์รวมกัน 19% และ Gen Z อยู่ที่ 13%

    “ผู้ซื้อมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ” Nicolas Chow ประธาน Sotheby’s ฝั่งเอเชีย ให้สัมภาษณ์กับ CNBC “ในปี 2023 เราพบว่า Gen X คือฐานลูกค้าที่สำคัญที่สุด ใช้จ่ายสูงกว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นผู้ครองตลาด”

    ผลสำรวจดังกล่าวยังเผยว่าชาวมิลเลนเนียลผู้มั่งคั่งในเอเชียใช้จ่ายเฉลี่ย 59,785 เหรียญไปกับงานศิลป์และของโบราณในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 ส่วนชาว Gen Z ใช้จ่ายอยู่ที่ 56,000 เหรียญ

    นอกจากนี้ ชาวมิลเลนเนียลและ Gen X ทั่วโลกนิยมประมูลงานศิลปะมากกว่าซื้อกับตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะ ซึ่งเทรนด์นี้กำลังเติบโตในฝั่งเอเชีย จากรายงานของ Christie’s ว่าด้วยงานประมูลฤดูใบไม้ผลิที่ฮ่องกงระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2024 ที่ผ่านมา ราว 1 ใน 4 ของผู้ซื้อต่างก็เป็นหน้าใหม่ และ 43% ของผู้ซื้อกลุ่มนี้ก็เป็นชาวมิลเลนเนียล


Nicolas Chow

    และแม้ขนาดตลาดงานศิลปะทั่วโลกจะหดตัวลง 4% ในปีที่ผ่านมาเหลือเพียงประมาณ 6.5 หมื่นล้านเหรียญ อ้างอิงรายงาน Art Market Report 2024 ของ Art Basel & UBS แต่ยอดขายในจีนและฮ่องกงกลับเติบโต 9% ในปี 2023 แซงหน้าสหราชอาณาจักรขึ้นเป็นตลาดงานศิลปะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนอันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกาซึ่งครองตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2013

    “หลังคลายล็อคดาวน์ การซื้อขายงานศิลปะก็เพิ่มขึ้น เพราะผู้ซื้อพากันประมูลศิลปะที่บริษัทประมูลแต่ละแห่งมีอยู่ในคลัง อีกทั้งงานจัดแสดงและนิทรรศการใหญ่ๆ ในฮ่องกงต่างก็กลับมาจัดงานเต็มรูปแบบกันแล้ว” Clare McAndrew นักเศรษฐศาสตร์วัฒนธรรมผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและก่อตั้ง Arts Economics กล่าว

    สำหรับ Sotheby’s การมีผู้ซื้ออายุน้อยเพิ่มมากขึ้น ต้องขอบคุณช่องทางออนไลน์ Chow เล่าว่า “ระหว่างโควิด-19 แพร่ระบาด เราได้ทำการพัฒนาขีดความสามารถทางดิจิทัลผ่านการสตรีมมิงสด...สิ่งนี้ได้นำพาศิลปะมาสู่ชุมชนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น และทำให้เราได้มีโอกาสพบปะกับผู้ซื้อจากทั่วทุกมุมโลก”

    นักสะสมงานศิลป์รุ่นใหม่ให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มงานศิลปะใหม่ๆ โดยนักสะสม Gen Z ทั่วโลกใช้เวลากับงานศิลปะดิจิทัลเฉลี่ยสูงสุดมากกว่ากลุ่มคนรุ่นอื่นๆ

    หนึ่งในงานศิลปะยุคดิจิทัลที่มาแรงช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้คือ NFT Art หรืองานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับ NFT (Non-Fungible Token) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่งบนบล็อกเชน อย่างไรก็ตามในปี 2023 ที่ผ่านมา ยอดขาย NFT Art อยู่ที่ 1.2 พันล้านเหรียญ น้อยกว่าช่วงพีคในปี 2021 ที่ 2.9 พันล้านเหรียญเกินครึ่ง แต่ก็ยังสูงกว่าในปี 2020 ที่มีมูลค่ายอดขายเพียง 20 ล้านเหรียญ


ผลงานบางส่วนในงานประมูลของ Sotheby's Hong Kong เดือนเมษายน 2024


    “ยิ่งกลุ่มคนอายุน้อยเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดศิลปะมากขึ้นเรื่อยๆ ดิจิทัลอาร์ทิสต์จะกลายมาเป็นกลุ่มศิลปินที่ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน” Angelle Siyang-Le ผู้อำนวยการ Art Basel ในฮ่องกง กล่าว

    Chow จาก Sotheby’s บอกว่า บริษัทฯ เปิดใจรับศิลปะร่วมสมัยและโมเดิร์นมากขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา “ห้าสิบปีก่อน ตอนที่เราเพิ่งขยายมายังเอเชีย...เราเริ่มจากศิลปะจีน...ปัจจุบัน เราเปิดกว้างรับประสบการณ์และผลงานใหม่ๆ ทุกประเภท ตั้งแต่ไดโนเสาร์ รถยนต์ ไปจนงานศิลป์ร่วมสมัยจากทั่วทุกมุมโลก”

    Hong Kong Art Gallery Association องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรผู้สนับสนุนแกลเลอรีงานศิลป์ต่างๆ ในฮ่องกงเผยสถิติจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น 27% ระหว่างปี 2021 ถึง 2023 อีกทั้งการเปิด M+ Museum ในปี 2021 และ Hong Kong Palace Museum ในปี 2022 ซึ่งต่างก็เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในฮ่องกง ยังเป็นเสมือนการส่งเสริมชุมชนงานศิลป์ในเอเชียให้เติบโตกว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย


แปลและเรียบเรียงจาก Younger generations of Asians are spending big on art

ภาพ: Sotheby’s


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Disney เล่นใหญ่! เปิดโปรเจ็กต์เรือสำราญในญี่ปุ่น พร้อมให้บริการปี 2029

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine