6 พลัง ผู้นำหญิง พาประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • 6 พลัง ผู้นำหญิง พาประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19

6 พลัง ผู้นำหญิง พาประเทศฝ่าวิกฤตโควิด-19

กัมปนาท กาญจนาคาร

หากคุณกำลังมองหาตัวอย่างผู้นำในช่วงวิกฤต? 6 ผู้นำหญิง ของประเทศเหล่านี้ได้แสดงให้โลกเห็นว่าพวกเธอจัดการกับความยุ่งยากที่มีต่อมนุษยชาติ ด้วยวิธีการต่างๆ ผ่านการควบคุมการแพร่ระบาดโดยใช้อำนาจการบริหารที่พวกเธอได้รับจากการเลือกตั้ง และนี่คือสารที่พวกเธอได้ส่งออกไป

 

ความเป็นจริง


Angela Merkel ประธานาธิบดีแห่งประเทศเยอรมนี แถลงอย่างตรงไปตรงมาว่าคนในประเทศจะมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 มากถึง 70% ของประชากรทั้งหมด เธอพูดอย่างจริงจัง และดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยความจริงจัง จึงทำให้ได้รับความร่วมมือจากคนในประเทศ

ทำให้สถานการณ์ประเทศอยู่ในความสงบก้าวข้ามความสงสัย ความโกรธ หรือ การละเลยหน้าที่พลเมือง เหมือนที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ จริงอยู่ว่าเยอรมนีมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศจากยุโรป แต่จากการตระหนักสถานการณ์ในปัจจุบันในประเทศกำลังดีขึ้นตามลำดับและเราจะได้เห็นการผ่อนปรนมาตรการบังคับที่เข้มงวดในไม่ช้า

 

ความเด็ดขาด

Tsai Ing-wen ประธานาธิบดี ไต้หวัน เธอเป็นผู้นำคนแรกที่บริหารจัดการการแพร่ระบาดได้รวดเร็วที่สุด ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาหลังมีสัญญาณของการแพร่กระจายจากคนสู่คน เธอใช้หลากหลายมาตรการใช้ในการสกัดกั้นการแพร่กระจาย โดยปราศจากการล็อคดาวน์ธุรกิจ และผู้คนยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ท่ามกลางมาตรการที่เข้มข้นด้านอื่นๆ

ปัจจุบันไต้หวันยังช่วยเหลือนานาประเทศ อาทิ การส่งหน้ากากอนามัยจำนวน 10 ล้านชิ้นให้กับสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป สื่อ CNN เรียกเธอว่า “ผู้นำที่คล่องแคล่วที่สุดในโลก” ซึ่งมาจากมาตรการที่เด็ดขาดรวดเร็วทำให้การควบคุมการระบาดมีประสิทธิภาพ โดยไต้หวันมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ 6 ราย

ด้าน Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ประกาศปิดประเทศ สั่งห้ามประชาชนออกนอกบ้าน และใช้มาตรการสูงสุดเพื่อกักตัวผู้เดินทางเข้ามายังประเทศ ก่อนสั่งห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศในเวลาต่อมา

จากมาตรการที่เด็ดขาด นิวซีแลนด์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวน 6 ราย และจนถึงกลางเดือนเมษายนนี้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 4 ราย

ในขณะที่บางประเทศเริ่มผ่อนปรนนโนบาย แต่ Arden ยังคงตรึงมาตรการการบังคับต่อไป ประชาชนที่เดินทางกลับเข้าประเทศจะถูกส่งไปกักตัวยังสถานที่ที่รัฐบาลจัดให้เป็นเวลา 14 วัน

 

ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

ไอซ์แลนด์ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Katrín Jakobsdóttir เธอได้สั่งชุดตรวจสอบไวรัสโคโรน่าให้กับพลเมืองทุกคนเพื่อตรวจหาจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง ในขณะที่บางประเทศทำการทดสอบกับผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อแต่กับที่ไอซ์แลนด์ทุกคนต้องทำการทดสอบ ทั้งยังมีการนำระบบเข้ามาติดตามตรวจสอบ ทำให้ ไอซ์แลนด์ไม่จำเป็นต้องล็อคดาวน์ หรือ สั่งปิดโรงเรียน

ด้าน Sanna Marin นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ที่มีอายุน้อยที่สุดในขณะนี้ เธอจัดการกับสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศด้วยการใช้เหล่าผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียลเป็นหัวหอกในการต้านโควิด-19 เพราะเธอเข้าใจดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่เสพข่าว จึงส่งเทียบเชิญผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียลทุกๆ ช่วงวัย กระจายข้อมูลแห่งโรคที่ถูกต้องเพื่อสร้างความรู้และควบคุมการแพร่ระบาด

 

ความรัก


Erna Solberg นายกรัฐมนตรี นอร์เวย์ สร้างบรรยากาศประเทศด้วยการใช้สื่อโทรทัศน์กับเด็กๆ ในประเทศ โดยใช้ช่วงเวลาการแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามกับเด็กๆ อธิบายให้พวกเขาฟังถึงการระบาดครั้งนี้

โดยปกติแล้วบุคคลิกผู้นำแม้จะเป็นผู้นำหญิงต้องมีความแข็งแกร่งเด็ดเดี่ยว แต่สิ่งที่ Erna Solberg สื่อสารกับเด็กๆ เป็นที่กล่าวขานถึงสัมผัสความห่วงใยที่มอบให้กับเด็กๆ และทำให้บรรยากาศของประเทศโดยรวมอบอุ่นและเกิดความเข้าอกเข้าใจกันในภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP