เหตุผลที่ Jeff Bezos 'ต้อง' เป็นพาร์ทเนอร์กับมหาเศรษฐีอินเดีย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • เหตุผลที่ Jeff Bezos ‘ต้อง’ เป็นพาร์ทเนอร์กับมหาเศรษฐีอินเดีย

เหตุผลที่ Jeff Bezos ‘ต้อง’ เป็นพาร์ทเนอร์กับมหาเศรษฐีอินเดีย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
22 Aug 2019 | 4:15 pm 9207

มหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในโลก Jeff Bezos อาจกำลังมองหาข้อตกลงกับมหาเศรษฐีแนวหน้าของอินเดีย เพื่อที่จะคว้าสัดส่วนชิ้นใหญ่ในตลาดค้าปลีกขนาดมหึมาของประเทศ

หนังสือพิมพ์ Economic Times และ Reuters รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า Jeff Bezos ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Amazon อยู่ในช่วงการเจรจาพูดคุยถึงการลงทุนใน Reliance Retail ธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียซึ่งมีมหาเศรษฐี Mukesh Ambani เป็นเจ้าของ โดยแหล่งข่าวกล่าวกับทั้งสองสื่อว่า ยักษ์ใหญ่จากอเมริกากำลังมองหาการซื้อหุ้นมากถึง 26%

เราไม่ขอออกความเห็นในการคาดเดาของสื่อ อย่างไรก็ตาม บริษัทของเรามีการประเมินโอกาสต่างๆ อย่างต่อเนื่องแหล่งข่าวจาก Reliance กล่าวกับ CNN Business และว่าเราจะเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นตามหน้าที่ของเรา

ขณะที่แหล่งข่าวจาก Amazon ในอินเดียปฏิเสธต่อการแสดงความคิดเห็นถึงกรณีนี้

ทั้งนี้ Reliance Retail มีสาขาเกือบ 11,000 สาขากระจายอยู่ทั่วอินเดีย โดยขายสินค้าทุกอย่างตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงของกินของใช้ ซึ่งหากร่วมเป็นพันธมิตรกันจริงก็จะทำให้สถานะร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick and Motar) ของ Amazon แข็งแกร่งมากขึ้นในประเทศที่ Bezos ลงทุนไปแล้วมากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการต่อยอดการเติบโตของธุรกิจ

Amazon กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับ Flipkart อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของอินเดียที่มีเจ้าของเป็นคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Walmart โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ของอินเดียจะมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2027 แต่ตลาดค้าปลีกจะกว้างกว่าและประมาณการว่ามีมูลค่ามากกว่า 6.7 แสนล้านเหรียญ

บริษัทวิจัย Forrester คาดการณ์ว่า ทั้งสองกลุ่มบริษัทจะครองสัดส่วนเพียง 30% ของอีคอมเมิร์ซอินเดียเท่านั้น แม้ว่า Flipkart จะเป็นผู้นำหลักอยู่ก็ตาม

สำหรับ Amazon สิ่งที่พวกเขามองหาคือการเข้าไปในโครงสร้างของตลาดออฟไลน์ ซึ่งรวมถึงซัพพลายเชนและร้านค้าออฟไลน์ด้วยSatish Meena นักวิเคราะห์จาก Forrester กล่าว และว่าหากไม่มีออฟไลน์ ก็เป็นเรื่องยากที่ Amazon จะเข้ามาจับตลาดที่ใหญ่กว่าได้

Mukesh Ambani เจ้าของธุรกิจรีเทลที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย Reliance

บริษัทจาก Seattle อย่าง Amazon นั้นได้พยายามสร้างการเติบโตของร้านค้าออฟไลน์ในอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยได้เข้าซื้อหุ้นจำนวนเล็กน้อยในเชนห้างสรรพสินค้าอย่าง Shopper Stop ในปี 2017 และลงทุนในเชนร้านค้าปลีกอย่าง More เมื่อปีที่ผ่านมา

ดังนั้น ดีลกับ Reliance จะทำให้ Amazon เข้าถึงค้าปลีกนับหมื่นสาขาทั่วอินเดียได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังทำได้ไม่ดี โดยห้างสรรพสินค้าของ Reliance นั้นกระจายตัวอยู่ในเมืองมากกว่า 6,700 เมืองในอินเดีย

ขณะเดียวกัน ดีลกับ Reliance ของ Ambani ยังอาจนำมาซึ่งประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทอินเดียรายนี้ยังเป็นเจ้าของ Reliance Jio หนึ่งในเครือข่ายมือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านราย และกำลังพยายามให้ชาวอินเดียเข้าถึงโลกออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตราคาถูก ขณะที่ Amazon มีสถานะออนไลน์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว การเข้าถึงเครือข่าย Jio อาจหมายถึงการได้อยู่ต่อหน้าชาวอินเดียส่วนใหญ่ที่เข้าสู่ระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก

ขณะที่ Ambani ได้ประกาศเจตนาอย่างชัดเจนว่าจะควบรวมอิทธิพลของดิจิทัลและค้าปลีกของเขา ในการประกาศแผนงานเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซของเขาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งการร่วมมือกับ Amazon ก็จะเป็นกำลังสำคัญของแผนงานของเขาได้

ดีลครั้งนี้จะทำให้ Reliance Retail พร้อมที่เข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Kiran Pedada ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการตลาดจาก Indian School of Business กล่าวและว่า “Reliance จะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีของ Amazon รวมไปถึงองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับโลก

โดย Amazon กำลังเผชิญกับการแข่งขันอย่างรุนแรงเพื่อช่วงชิงการครองตลาดอินเดีย ซึ่งมีรายงานว่ายักษ์ใหญ่แห่งอเมริการายนี้ได้พยายามโฉบเข้าซื้อ Flipkart ก่อนที่จะพ่ายแพ้ให้กับ Walmart ไป

ขณะที่ทั้งสองบริษัทต่างได้รับผลกระทบจากกฎหมายใหม่เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซของอินเดียที่จำกัดการลงทุนในประเทศ ซึ่ง CNN Business มองว่าการเป็นพันธมิตรกับหนึ่งในบริษัทท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียและมหาเศรษฐีคนหนึ่งของประเทศ จะช่วยให้รัฐบาลอินเดียผ่อนปรนมาตรการที่กระทบต่อธุรกิจของเขาได้มากขึ้น

Meena จาก Forrester กล่าวว่า หากดีลนี้ยังเดินหน้าก็จะทำให้ Amazon แซงหน้าคู่แข่ง และสถานการณ์อันยากลำบากจะตกมาอยู่ที่ Walmart และ Flipkart

 

ที่มา

 

แปลและเรียบเรียงโดย กนกวรรณ มากเมฆ / Online Content Creator


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP