"อุซเบกิสถาน" Hidden Gem ในเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • “อุซเบกิสถาน” Hidden Gem ในเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน

“อุซเบกิสถาน” Hidden Gem ในเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน

กนกวรรณ มากเมฆ

อุซเบกิสถาน อาจเป็นประเทศที่ดีที่สุดในเรดาร์การลงทุนของโลกปัจจุบันนี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงประเทศจากสังคมนิยมไปสู่ทุนนิยมโดยประธานาธิบดีคนใหม่ Shavkat Mirziyoyev นั้นเป็นการวางเศรษฐกิจมูลค่า 5 หมื่นล้านเหรียญของประเทศลงบนกระดานการลงทุนเลยก็ว่าได้

อุซเบกิสถาน เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเมืองโบราณอย่าง Samarkand และ Tashkent ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมเก่า โดยสองเมืองนี้เชื่อมต่อกันด้วยรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 344 กิโลเมตร และเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการค้าโลก ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม อุซเบกิสถานกำลังสร้างศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจระหว่างประเทศมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญในเมือง Tashkent ซึ่งโครงการดังกล่าวประกอบไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม 1 แห่ง, ศูนย์ธุรกิจ 8 แห่ง, ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร และศูนย์วัฒนธรรม รวมถึงที่อยู่อาศัยในรูปแบบอะพาร์ตเมนต์บนพื้นที่ขนาด 70 เฮกตาร์ด้วย

ภายใต้การนำของ Mirziyoyev ผู้เข้ามารับตำแหน่งในปี 2016 หลังการเสียชีวิตของอดีตประธานาธิบดี Islam Karimov อุซเบกิสถานก็กลายเป็นประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลก เพียงแค่เวลากว่า 2 ปี อุซเบกิสถานได้เปลี่ยนจากประเทศนอกสายตาในด้านเศรษฐกิจและสังคม ไปสู่ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี

การดำเนินงานของ Mirziyoyev นั้นรวมไปถึงการทำให้อัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว, ยกระดับการควบคุมเงินทุน และแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อขายหุ้นในธุรกิจที่ไม่ใช่เชิงกลยุทธ์ออกไปให้ภาคเอกชน ซึ่งผลจากการปฏิรูปดังกล่าวทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอุซเบกิสถานเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2018 และมีการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในครึ่งปีแรกของปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกกำลังอยู่ในภาวะหนี้ท่วมหัว แต่อุซเบกิสถานกลับอยู่ภายใต้ภาวะหนี้สินรวมต่อจีดีพี 19.8% เท่านั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อุซเบกิสถานสามารถระดมทุนจากการขายพันธบัตรระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกได้ 1 พันล้านเหรียญ โดยขณะนี้พันธบัตรอายุ 10 ปีมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 110 เหรียญ และมีอัตราผลตอบแทนลดลงเหลือ 4% จากเดิม 5.375% โดย S&P Global Rating และ Fitch Rating จัดอันดับเครดิตให้อยู่ในระดับ BB- เช่นเดียวกับโบลิเวีย, บราซิล และบังคลาเทศ

Mark Mobius นักลงทุนรายหนึ่ง กล่าวว่า ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับอันดับเครดิตการลงทุนที่ต่ำของอุซเบกิสถาน นอกจากนี้ อุซเบกิสถานยังดึงดูดนักลงทุนได้อย่างดีเนื่องจากเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอย่างแก๊ส, ทองคำ และโลหะอีกหลายชนิด และยังเป็นหนึ่งในผู้นำการส่งออกฝ้ายของโลกอีกด้วย

(ซ้าย) Shavkat Mirziyoyev ประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน จับมือกับ Xi Jinping (ขวา) ประธานาธิบดีจีน ก่อนการประชุมที่เมือง Beijing เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา (Photo Credit: AFP)

Yodgor Gafurov หุ้นส่วนผู้จัดการแห่ง Daruma Capital ระบุว่า ธุรกิจท้องถิ่นในอุซเบกิสถานมีความต้องการเงินทุนจำนวนมาก ขณะที่ตลาดทุนในประเทศไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ เนื่องจากธนาคารมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์มากมาย และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในประเทศก็ยังสูง (ธนาคารกลางของอุซเบกิสถานกำหนดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 16% ต่อปี) ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจท้อใจต่อการกู้ยืมเงินในประเทศ จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่พร้อมเข้ามารับมือกับตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นอุซเบกิสถาน

ขณะที่ภาคธนาคารก็อาจเป็นโอกาสที่สำคัญของนักลงทุนระดับโลก เนื่องจากในอดีตประชากรส่วนใหญ่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร (unbanked) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางรายประเมินว่ามีประชากรเพียง 5% เท่านั้นที่มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด แต่ในไม่ช้านี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เพราะรัฐบาลกำลังจะออกกฎหมายใหม่ที่ระบุให้จ่ายเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคาร

สำหรับเศรษฐกิจของอุซเบกิสถานเมื่อปีที่ผ่านมามีการเติบโต 6% และ IMF คาดการณ์ว่าการเติบโตจะเร็วขึ้นเป็น 8% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่ประชากรวัยทำงานก็มีสูงมาก โดยราว 64% ของประชากร 33 ล้านคนของประเทศนี้มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และยังมีจีดีพีต่อหัวต่ำสุดในแถบประเทศเอเชียกลางคืออยู่ที่ 1,500 เหรียญเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับจอร์เจียที่มีจำนวนประชากรเป็น 1 ใน 5 ของอุซเบกิสถานและไม่มีทรัพยากรใดๆ มีจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 4,500 เหรียญ ส่วนประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันอย่างคาซัคสถานมีจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 9,000 เหรียญ

นอกจากนี้ อุซเบกิสถานยังเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียกลางซึ่งมีพรมแดนติดกับคาซัคสถาน, ทาจิกิสถาน, คีร์กีซสถาน, เติร์กเมนิสถาน และอัฟกานิสถาน ซึ่งยุทธศาสตร์ของอุซเบกิสถานยังเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญในโครงการ One Belt, One Road ของจีนด้วย

ส่วนรัฐบาลก็มีการรุกภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเชิญชวนให้ผู้ผลิตรถยนต์เกาหลีใต้และจีนให้มาผลิตทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ปกติในประเทศ ซึ่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อุซเบกิสถานได้รับเงินประกันลงทุนจำนวน 2.3 พันล้านเหรียญจากจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น และรัสเซีย เพื่อสร้างโรงงานในภูมิภาค Kashkadarya ซึ่งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

แม้ว่าจะถูกมองข้าม แต่หุ้นอุซเบกิสถานก็ยังมีแนวโน้มการลงทุนที่คุ้มค่า และตลาดในประเทศก็ยังมีโอกาสขยายได้Scott Osheroff ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศของ AFC Uzbekistan Fund กล่าว และว่า นอกจากนี้ บริษัทหลายแห่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Tashkent มีการซื้อขายที่ P/E น้อยกว่า 5 เท่า และเสนอผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 25%

 

แปลและเรียบเรียงจาก Uzbekistan Is The Hidden Gem In China’s New Silk Road


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP