ยอดขายดิ่งหนัก! Victoria’s Secret ปิดถาวร 250 สาขาในสหรัฐฯ-แคนาดา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • ยอดขายดิ่งหนัก! Victoria’s Secret ปิดถาวร 250 สาขาในสหรัฐฯ-แคนาดา

ยอดขายดิ่งหนัก! Victoria’s Secret ปิดถาวร 250 สาขาในสหรัฐฯ-แคนาดา

กนกวรรณ มากเมฆ

โควิด-19 ฉุดยอดขายร่วงลงเหว! Victoria’s Secret เตรียมปิดสาขาในสหรัฐฯ-แคนาดาอย่างถาวร 250 สาขา พร้อมปิดสาขา Bath & Body Works 50 สาขาด้วย

L Brands บริษัทแม่แบรนด์ชุดชั้นในชื่อดังอย่าง Victoria’s Secret เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปิดสาขาของแบรนด์ชุดชั้นในนี้ 250 สาขา ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา สะท้อนถึงค้าปลีกรายใหญ่ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ แบรนด์ชุดชั้นในรายนี้มีสาขาในสหรัฐฯ และแคนาดาทั้งสิ้น 1,091 สาขา โดยจะปิด 235 สาขาในสหรัฐฯ ที่เหลือคือสาขาในดินแดนใบเมเปิล

L Brands ซึ่งยังเป็นเจ้าของ Bath & Body Works ด้วยนั้น รายงานว่ายอดขายสุทธิของไตรมาสแรกปีนี้ลดลง 37% มาอยู่ที่ 1.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หลังร้านค้าส่วนใหญ่ของบริษัทต้องปิดทำการชั่วคราวในช่วงไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 1 เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา

นอกจากจะปิดสาขาของแบรนด์ชุดชั้นในแล้ว L Brands ยังปิดสาขาของ Bath & Body Works จำนวน 50 สาขาด้วย

สำหรับ Victoria’s Secret นั้นเรียกได้ว่ายอดขายเลวร้ายเป็นอย่างมาก โดยลดลงฮวบ 46% มาอยู่ที่ 821.5 ล้านเหรียญ ส่วน Bath & Body Works ยอดขายลดลง 18%

บริษัทระบุว่า นอกจากนี้ บริษัทยังจะเดินหน้าด้วยแผนการแยก Bath & Body Works ไปเป็นอีกบริษัทหนึ่ง

ทั้งนี้ หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไปไม่กี่ชั่วโมง หุ้นของ L Brands ก็หล่นลงทันที 2%

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 จะระบาด แบรนด์ชุดชั้นในรายนี้ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย โดยมหาเศรษฐีอดีตซีอีโอ L Brands อย่าง Les Wexner ที่ต้องเข้ารับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Jeffrey Epstein เศรษฐีอเมริกันผู้เกี่ยวข้องกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาว และฆ่าตัวตายไปเมื่อปีก่อน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของบริษัท

ขณะเดียวกัน New York Times ยังรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาถึงข่าวฉาวว่าผู้บริหารของบริษัทนั้นมีแนวคิดเกลียดชังผู้หญิง หลังจากนั้นหุ้นของ L Brands ก็ร่วงแรงกว่า 75% ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่ปี 2015

ขณะที่การระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลให้ร้านค้าส่วนใฆญ่ต้องปิดทำการชั่วคราว ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ต่างประสบปัญหาภาวะทางการเงินอย่างหนัก

โดย J.C. Penny ได้ประกาศล้มละลายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วน Pier 1 Imports ก็ประกาศว่าจะปิดทำการสาขาทั้งหมด ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าที่ได้ เช่น Gap, Foot Locker, H&M, Nordstrom JWN และ LOFT

ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา (ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ราว 70%) นั้นลดลง 7.5% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นการลดลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มีการเก็บสถิติมาตั้งแต่ปี 1959

 

 

แปลและเรียบเรียงจาก Victoria’s Secret To Close 250 U.S. And Canadian Stores As Sales Plummet Due To The Coronavirus


BACK TO TOP