YLG เผย “อุซเบกิสถาน” ถือครองทองคำมากเป็นสัดส่วนสุดในโลก สหรัฐฯ ถือครองปริมาณมากสุด ส่วนไทยอยู่ที่ 23 โลก แต่เป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน

YLG เผย “อุซเบกิสถาน” ถือครองทองคำมากเป็นสัดส่วนสุดในโลก สหรัฐฯ ถือครองปริมาณมากสุด ส่วนไทยอยู่ที่ 23 โลก แต่เป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน

YLG มองทองคำปรับลดลงแค่ช่วงสั้นระยะยาวยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ชี้ปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน โดยเฉพาะแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมเผยตัวเลขการถือครองทองคำท็อป 20 พบ “อุซเบกิสถาน” นำโด่งสมฐานะประเทศเหมืองทองถือครองในสัดส่วนถึง 87% ตามด้วยสหรัฐฯ ถือครองประมาณ 84% แต่ปริมาณมากสุด ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังถือครองสัดส่วนน้อย ไทยถือครองประมาณ 10% อยู่ลำดับ 23 ของโลกแต่ครองเบอร์ 1 อาเซียน


    พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า YLG ยังคงมีมุมมองต่อเทรนด์ของราคาทองคำที่เป็นภาพใหญ่ว่ายังอยู่ในรอบขาขึ้น โดยปัจจัยหลักอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองก็คือการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ที่เดินหน้าเก็บทองคำเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนำเข้าทองคำสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคมมากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568

    รวมถึงประเทศขนาดกลางอย่างโปแลนด์ที่ซื้อทองคำสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 หรือตั้งแต่ก่อนยุคโควิด 19 และแม้โปแลนด์จะสะสมทองคำจนมีสัดส่วนประมาณ 30% ของทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว แต่ก็ยังตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะสะสมครบ 700 ตัน

    ซึ่งหากพิจารณาจากสัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่างๆ จะพบว่า ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มีสัดส่วนการถือครองทองคำที่สูงมาก ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่กลับมีการถือครองต่ำกว่า 10% และนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าอีกหลายประเทศจะยังคงต้องการซื้อทองคำเพิ่ม

    โดยสัดส่วนการถือครองทองคำสูงสุด 20 อันดับทั่วโลก เผยแพร่โดยสภาทองคำโลก ที่ได้รวบรวมจากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ณ ไตรมาส 2/2569 มีดังนี้

    1. อุซเบกิสถาน: มีสัดส่วนทองคำสูงถึง 86-87% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรองประมาณ 416 ตัน

    2. สหรัฐอเมริกา: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% โดยเป็นผู้ถือครองทองคำมากที่สุดในโลกด้วยปริมาณ 8,133.5 ตัน

    3. เยอรมนี: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 3,350.3 ตัน

    4. เลบานอน: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 82% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 286.8 ตัน

    5. ฝรั่งเศส: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,437 ตัน

    6. อิตาลี: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.3% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,451.8 ตัน

    7. โปรตุเกส: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 79.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 382.7 ตัน

    8. คาซัคสถาน: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 77% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 339.9 ตัน

    9. เนเธอร์แลนด์: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 74.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 612.5 ตัน

    10. กรีซ: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 64-65% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 115 ตัน

    11. ไซปรัส: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 62.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.9 ตัน

    12. ตุรกี: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 53.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 603 ตัน

    13. รัสเซีย: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 47% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,317 ตัน

    14. สเปน: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 33.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 281.6 ตัน

    15. โปแลนด์: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 30.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 582 ตัน โดยมีเป้าหมายขยับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน

    16. คูราเซาและซินต์มาร์เติน: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 29.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.1 ตัน

    17. เบลารุส: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 53.8 ตัน

    18. ธนาคารกลางยุโรป: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 504.8 ตัน

    19. สโลวาเกีย: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 23.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 31.7 ตัน

    20. สหราชอาณาจักร: มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 22.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 310.3 ตัน

    ขณะที่ประเทศไทย มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 10.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 234.5 ตัน อยู่ลำดับที่ 23 ของโลก และอยู่อันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่วนใหญ่ถือครองอยู่ประมาณ 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

    ทั้งนี้จากตัวเลข 20 อันดับแรกจะพบว่า 1-10 อันดับแรกเป็นชาติมหาอำนาจที่ส่งต่อความมั่งคั่งมาตั้งแต่ยุคก่อน รวมถึงประเทศที่มีเหมืองทองคำอย่างเช่นอุซเบกิสถาน ขณะที่ลำดับ 11-20 เริ่มมีประเทศที่เร่งกำลังสะสมทองคำเข้าไปอยู่ในกลุ่ม เช่น โปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้ยูเครนและรัสเซีย การสะสมทองคำของโปแลนด์จึงเป็นสัญญาณว่าให้ความเชื่อถือทองคำในระยะยาวมากขึ้น

    ขณะที่จีนมีสัดส่วนทองคำต่อสำรองอยู่ที่ 2,366 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ดังนั้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนทองคำของชาติมหาอำนาจอื่นๆ จีนจึงถือว่ายังอยู่ห่างไกล ทำให้จีนเข้าสะสมทองคำในทุกราคา และจะยังคงสะสมเพิ่มต่อไป

    “ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเรื่องผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระหว่างทางราคาทองคำจะเกิดการแกว่งตัวจากการขายทำกำไร แต่มองว่าระยะยาวราคาจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น คาดว่าครึ่งหลังของปีหน้าจะได้เห็นราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง

    “ส่วนการปรับลดลงของทองคำในช่วงนี้มองว่าเป็นการขายเพื่อทำกำไรของพอร์ตในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดีระยะยาวมองว่ายังเป็นขาขึ้น” พวรรณ์ กล่าว

    ทั้งนี้ ล่าสุด YLG เปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินเหรียญสหรัฐฯ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ โดยทองคำ 99.99% สามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์และกิโลกรัม ขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ทองคำ 96.5% สามารถลงทุนขั้นต่ำที่ 10 บาททองคำ



Image by muhammad.abdullah on Magnific



​​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ไทยพาณิชย์-FWD รุกเจาะสูงวัยเศรษฐี เปิดเกมประกัน Legacy คุ้มครองถึงอายุ 120 ปี เน้นบริหารสภาพคล่อง-ภาษี-ส่งต่อทรัพย์สินข้ามรุ่น

​​​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine