UOB มองเศรษฐกิจโลกปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดการณ์จะโตเพียง 1.8% และเงินเฟ้อยังต่ำมากอยู่ในระดับ -0.3% แนะลงทุนแบบกระจายพอร์ตลดความเสี่ยง เลือกหุ้น AI เน้นการเติบโตระยะยาว
ธนาคารยูโอบีประเทศไทย มองเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก
รวมถึงบรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำAI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง
เอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยถึงกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน มากกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น”
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2569 นี้ ยังคงใช้แรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจภาคบริการ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ไม่ควรโฟกัสแค่ในกรุงเทพฯ แต่ควรกระจายและผลักดันไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศมากขึ้น ขณะที่ภาคการผลิตเผชิญแรงกดดันให้เร่งปรับตัวสู่“อุตสาหกรรมใหม่” หรือ New S-Curve เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI
ด้านการส่งออกอาจชะลอลงหลังจากมีการเร่งส่งมอบล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงมาตรการทางการค้าขณะที่เศรษฐกิจยังคงอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนด้านการค้า ความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ภัยธรรมชาติ และปัจจัยทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เอเบล ลิม ยังคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตของ GDP ไว้ว่า "จะต่ำกว่า 2.7% อยู่ที่ 1.8% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมากที่ -0.3% พร้อมแนะนำให้กระจายพอร์ตลงทุนนอกจากตลาดสหรัฐฯ รวมถึงเลือกลงทุนในตราสารหนี้ให้ยังอยู่ในพอร์ตหลังเพราะมีเสถียรภาพมั่นคงและมีดอกเบี้ยทบต้น"

ด้าน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทางยูโอบีมองว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง...แต่ไม่ทั่วถึง! โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและกลุ่มรายได้ต่ำเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบ “K-shaped” ที่ความแตกต่างเชิงโครงสร้างเด่นชัดขึ้น
ขณะเดียวกัน AI กำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถสร้างรายได้ การลงทุนจึงเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง เช่นระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ และยานยนต์ยุคใหม่ โดยแม้สหรัฐจะยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม แต่การสนับสนุนเชิงนโยบายของจีนในอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังช่วยเร่งโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
และจีนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การกระจายการลงทุนระดับโลก ด้วยบทบาทหลักในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตขั้นสูง และการสื่อสาร ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของจีน ในดัชนี CSI 300 มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นแตะ 11% ช่วยลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความเห็นต่อตลาดหุ้นไทยหลังการเลือกตั้งและกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาในไทยล่าสุดอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริหารของยูโอบี ยังบอกด้วยว่า น่าจะเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่คาดว่าจะได้เห็นความต่อเนื่องทางนโยบายของรัฐบาล "อนุทิน" ที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาลใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องติดตามความชัดเจนของนโยบายการเงินและการคลังของการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ต่อไปว่าจะมีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยอย่างไร
ภาพ : ยูโอบี
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หุ้นไทยพุ่งแรงกว่า 3% หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเลือกตั้ง
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

