คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น 1.23 ล้านคน มากสุดในอาเซียน ใช้จ่ายเฉลี่ยราว 200,000 เยนต่อทริป เทรนด์เที่ยวต่างจังหวัดมาแรง 40% เลือกพักนอกเมืองหลัก เน้นทำกิจกรรมมากกว่าชมวิว ดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตร KTC-JCB โต 25%
ความนิยมของญี่ปุ่นในหมู่ผู้บริโภคคนไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวและแรงบันดาลใจด้านไลฟ์สไตล์ ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ ระบุว่า ปี 2025 ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางสัญชาติไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่น 1.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยเป็นการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวราว 1.1 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 95% ของทั้งหมด
ขณะที่ข้อมูลจาก KTC และ JCB ยังพบว่าความชื่นชอบในวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ขยายจากการเดินทางสู่การบริโภคในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
Hajime Nakasugi ผู้อำนวยการบริหาร องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ เผยว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของคนไทย โดยปีที่ผ่านมาไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปญี่ปุ่นเกิน 1 ล้านคน
เมื่อเทียบในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นมากที่สุด ไทยอยู่ในอันดับ 6 ของโลก รองจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง อีกทั้งยังเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักท่องเที่ยวไทยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200,000 เยนต่อคนต่อทริป
ขณะเดียวกัน กว่า 70% ของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา เคยเดินทางไปแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง นับเป็นสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากสิงคโปร์
นอกจากนี้ ราวครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวไทยในปีที่ผ่านมา ยังเคยเดินทางไปญี่ปุ่นมากกว่า 4 ครั้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในภูมิภาค ขณะที่อีกประมาณ 25% เคยเดินทางไปแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง สอดคล้องกับข้อมูลที่พบว่ามากกว่า 40% ของนักท่องเที่ยวไทยที่เพิ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่น ระบุว่าทริปก่อนหน้าของตนเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการเดินทางกลับไปเยือนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง
ไปเอง จองเอง เที่ยวเมืองรอง เน้นทำกิจกรรม
Hajime ให้ข้อมูลว่า ความคุ้นเคยกับจุดหมายปลายทางดังกล่าวส่งผลให้คนไทยขยายเส้นทางท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักสู่พื้นที่ต่างจังหวัดหรือเมืองรองมากขึ้น โดยกว่า 40% ของนักท่องเที่ยวไทยเลือกพักค้างคืนนอกเมืองหลัก ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้แนวโน้มการเดินทางสู่เมืองรองของคนไทยจะเริ่มเห็นมานานกว่าสิบปีแล้ว แต่ขยายตัวชัดเจนหลังโควิด-19 โดยเฉพาะในภูมิภาคคิวชูตอนเหนือและจังหวัด Fukuoka ซึ่งมีจำนวนคืนพักของนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับช่วงเวลาที่คนไทยนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นมากที่สุด ได้แก่ เดือนธันวาคม เมษายน มีนาคม ตุลาคม พฤศจิกายน และกุมภาพันธ์ ตามลำดับ ขณะที่ระยะเวลาการเดินทางที่พบมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 5 วัน แม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกพำนักนานถึง 1 สัปดาห์
Hajime ระบุเพิ่มเติมว่า เทรนด์ของนักท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนไป โดย 80% นิยมวางแผนและจองการเดินทางด้วยตนเอง ที่สำคัญคือเปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อ “ชม” ไปสู่การ “มีส่วนร่วม” กับกิจกรรมมากขึ้น
นอกเหนือจากการเดินทางไปชมซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือสัมผัสหิมะ นักท่องเที่ยวไทยยังให้ความสนใจกิจกรรมเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นสกี สโนว์บอร์ด สโนว์โมบิล การเดินทางด้วยรถแคมป์ปิ้ง และเข้าร่วมงานวิ่งมาราธอน
ขณะเดียวกัน กระแสความนิยมมัทฉะในประเทศไทยยังส่งผลต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากมองหากิจกรรมและเวิร์กช็อปที่เกี่ยวข้องกับมัทฉะระหว่างเดินทางในญี่ปุ่น
Japan Lifestyle ดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโตต่อเนื่อง
ความนิยมในญี่ปุ่นที่ขยายจากการท่องเที่ยวสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ยังสะท้อนผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะผ่านบัตรเครดิตที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ธศพงษ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตและความสนใจของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น ความชื่นชอบในวัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาของการท่องเที่ยว แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งด้านอาหาร การช็อปปิ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ
ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ในปี 2568 เติบโต 12% และข้อมูลล่าสุดของปี 2569 ยังขยายตัวมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี อัลติเมท สำหรับสมาชิกที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป มียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 60%
ทั้งนี่ ประเทศญี่ปุ่นยังคงครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ของยอดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี โดยยอดใช้จ่ายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 44% จำนวนรายการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 45% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้จ่ายในญี่ปุ่น พบว่าหมวดร้านค้าปลีกชั้นนำยังคงได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะ TAKEYA และ Don Quijote รองลงมาเป็นร้านค้าทั่วไปในสนามบิน ร้านแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า และร้านขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม ตอกย้ำว่าการช็อปปิ้งยังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของนักท่องเที่ยวไทยเมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น
สำหรับการใช้จ่ายในประเทศไทย หมวดร้านอาหารมีจำนวนครั้งในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 20% และมีจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้จ่ายภายในประเทศ
ทั้งนี้ เคทีซีมีบัตรเครดิตเคทีซี เจซีบี ประมาณ 400,000 ใบ โดยตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกบัตรใหม่อีก 50,000 ใบ ภายในสิ้นปี 2569 และปัจจุบันเจซีบีมีผู้ถือบัตรในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านราย และฐานสมาชิกเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน
ภาพ : KTC, JCB และ Magnific.com
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ซื้อไม่แพง แต่ซื้อง่าย และบ่อยขึ้น! ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ KTC โต 25% โปรโมชั่น-คอนเทนต์ เร่งสปีดการใช้จ่าย “ดู-เชื่อ-ซื้อ” พฤติกรรมใหม่ผู้บริโภคไทย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


