ราคาทองคำที่ผันผวนในช่วงต้นปีทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหันกลับมาสนใจสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือวิธีการเข้าถึงตลาด แทนที่จะเดินเข้าไปในร้านทองเหมือนในอดีต นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกใช้แอปบนมือถือเพื่อเทรดทองภายในไม่กี่วินาที ความสะดวกและต้นทุนที่ต่ำลงทำให้การซื้อขายทองคำกลายเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นได้ตลอดวัน ไม่ต่างจากการซื้อขายหุ้นหรือคริปโตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของตลาดการเงินไทย จากระบบที่พึ่งพาสาขาธนาคารและร้านค้าทางกายภาพ ไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยสมาร์ตโฟนและแพลตฟอร์มดิจิทัล นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นจากการใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือแอปธนาคาร ก่อนจะขยับไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้น เมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้เริ่มเพิ่มฟีเจอร์ด้านการลงทุน การซื้อขายทองคำจึงกลายเป็นหนึ่งในบริการที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
การเติบโตของฟินเทคในประเทศไทยเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ ตลาดบริการทางการเงินแบบฝังตัวหรือ embedded finance เติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดและการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ คนไทยคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านมือถือมากขึ้น และความคุ้นเคยนี้ได้ขยายไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบใหม่
ในช่วงแรก ฟินเทคส่วนใหญ่เน้นไปที่ระบบชำระเงินและการโอนเงิน แต่เมื่อฐานผู้ใช้งานเติบโตขึ้น แพลตฟอร์มจำนวนมากเริ่มเพิ่มบริการด้านการลงทุนเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หุ้น หรือสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ การผสานบริการเหล่านี้เข้ากับแอปที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่แล้ว ทำให้การลงทุนกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีใหม่หรือเดินทางไปยังสาขา เพียงไม่กี่ขั้นตอนบนหน้าจอ ก็สามารถเข้าถึงตลาดได้ทันที
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการซื้อขายทองคำออนไลน์ก็เริ่มดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแล ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่เชื่อมโยงกับกระแสการซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนอย่างรวดเร็ว มีรายงานว่าทางการกำลังพิจารณามาตรการจำกัดมูลค่าการซื้อขายทองคำออนไลน์ต่อวัน และเพิ่มข้อกำหนดด้านการรายงานธุรกรรม เพื่อควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบ
มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดทองคำเอง จากสินทรัพย์ที่เคยซื้อขายผ่านหน้าร้านเป็นหลัก กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามกระแสเงินทุนระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์ เมื่อการซื้อขายเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ปริมาณธุรกรรมสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ส่งผลต่อทั้งสภาพคล่องและค่าเงิน
เทคโนโลยีเป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงนี้ แพลตฟอร์มฟินเทคจำนวนมากใช้ระบบกำหนดราคาแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูล และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ ดูกราฟราคา หรือเชื่อมต่อบัญชีการเงินเข้ากับกระเป๋าเงินดิจิทัลได้ภายในแอปเดียว สิ่งที่เคยเป็นกระบวนการหลายขั้นตอนในอดีต กลายเป็นประสบการณ์ที่รวดเร็วและแทบจะมองไม่เห็นเบื้องหลัง
สำหรับนักลงทุนรายย่อย การเข้าถึงที่ง่ายขึ้นหมายถึงโอกาสใหม่ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน การซื้อขายผ่านมือถือทำให้การตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งเร็วเกินกว่าที่จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเตือนว่า ความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ และการซื้อขายระยะสั้นอาจทำให้ผู้ลงทุนเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด
แม้จะมีความท้าทายด้านกฎระเบียบและความผันผวนของตลาด แต่แนวโน้มโดยรวมยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการบรรจบกันของเทคโนโลยีการเงินและสินทรัพย์แบบดั้งเดิม ทองคำ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายผ่านหน้าจอได้ภายในไม่กี่วินาที การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่แพลตฟอร์มฟินเทคจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดสินทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หุ้น หรือแม้แต่สินทรัพย์ทางเลือกในอนาคต

