พาณิชย์ ย้ำเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 67 ทยอยฟื้น ภาคบริการจดทะเบียนสูงสุด เชื่อนโยบายรัฐจะเห็นผลภายในปีนี้ - Forbes Thailand

พาณิชย์ ย้ำเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 67 ทยอยฟื้น ภาคบริการจดทะเบียนสูงสุด เชื่อนโยบายรัฐจะเห็นผลภายในปีนี้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 67 ทยอยฟื้น ชูพระเอก ‘ส่งออก-ท่องเที่ยว’ แต่ยังต้องจับตาหนี้ครัวเรือนสูง ชี้ธุรกิจบริการจดทะเบียนมากที่สุด แต่ภาพรวมการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจยังลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ส่วนครึ่งปีหลังหวังว่าลงทุนรัฐเร่งตัวขึ้น เชื่อนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเห็นผลชัดเจน แต่ยังต้องจับตาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงอาจกระทบกำลังซื้อ ด้วย


    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2567 ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากแรงส่งทั้งการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยว และการส่งออก แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากหนี้ครัวเรือนที่สูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก คาดว่าปีนี้ GDP จะโตที่ 2.5% ในปี 2567

    ทั้งนี้ ในด้านยอดจดทะเบียนธุรกิจครึ่งปีแรก 2567 อยู่ที่ 46,383 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 145,079 ล้านบาท ยังเป็นไปตามเป้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งไว้ที่ 44,000 - 47,000 ราย โดยมีสัดส่วน ได้แก่

    1) ธุรกิจภาคบริการ มีจำนวนการจัดตั้ง 26,479 คิดเป็น 57.09% ของจำนวนการจัดตั้งครึ่งปีแรก 2567 

    2) ภาคขายส่ง/ขายปลีก จัดตั้ง 15,152 ราย คิดเป็น 32.67%

    3) ภาคการผลิต จัดตั้ง 4,752 ราย คิดเป็น 10.25%

    ขณะที่ จำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจครึ่งปีแรก 2567 (ม.ค.-มิ.ย.) ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในปี 2566 มีจำนวนค่อนข้างสูง โดยปี 2566 เป็นปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังผ่านช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้นักลงทุนที่ชะลอดูสถานการณ์กลับมาเริ่มต้นธุรกิจและทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2566 บวกกับหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเปิดประเทศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น และภาครัฐมีนโยบายเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีการจัดตั้งเพื่อรองรับความต้องการในช่วงเวลานั้นเป็นจำนวนมาก 

    ทั้งหมดนี้จึงทำให้ตัวเลขในปี 2566 ค่อนข้างสูงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีอัตราการเติบโตในครึ่งปีแรกของปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกปี 2565 ถึง 17.33%

    อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจไทยครึ่งปีหลัง (ก.ค. - ธ.ค. 2567) เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งปีหลัง 2567 มีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียงกันที่ 2.7% แต่ยังมีความเสี่ยงในหลายด้าน ทั้งปัจจัยโลกที่อาจกระทบภาคการส่งออก และการผลิต

    ส่วนสำหรับแนวโน้มการจดทะเบียนธุรกิจปี 2567 ยังคงคาดการณ์การเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ 5 - 15% (90,000 - 98,000 ราย) จากปัจจัยสนับสนุน เช่น นโยบายของภาครัฐ การเดินหน้านโยบายเงินดิจิทัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการดึงดูดการลงทุนจากชาวต่างชาติที่มีการกระตุ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี เช่น มาตรการวีซ่าพำนักระยะยาว มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการผลิตและกิจการ รวมทั้ง การลงทุนจากภาครัฐที่กำลังดำเนินการหลังจากที่เริ่มจัดสรรงบประมาณในปี 2567 ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2567 ที่ผ่านมา

    ส่วนไตรมาส 4/2567 นี้ ยังเป็น High Season ฤดูการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามามากที่สุดในแต่ช่วงปี น่าจะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และธุรกิจอื่นๆ ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย และคาดว่าจะมีนักลงทุนจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยท้าทาย เช่น ปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ เนื่องจากมีผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศ อัตราเงินเฟ้อ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จากต่างประเทศที่อาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและกระทบมาถึงเศรษฐกิจของไทย รวมทั้ง การใช้จ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐที่ต้องเร่งเบิกจ่ายให้เร็วขึ้น เนื่องจากเกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME โดยตรง โดยหากงบประมาณลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายเงินเพื่อการบริโภคโดยทันทีเช่นเดียวกัน และเชื่อว่านโยบายกระตุ้นของภาครัฐจะมีผลรูปธรรมมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 นี้



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : แรงงานหด-การลงทุนหาย ความสามารถในการแข่งขันลดลง KKP ชวนคิด หรือ ‘เศรษฐกิจไทย’ กำลังถดถอย?

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine