KAsset ผนึกเจ.พี.มอร์แกน เจาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ - Forbes Thailand

KAsset ผนึกเจ.พี.มอร์แกน เจาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่

แนวโน้มการลงทุนในปี 2567 ยังคงผันผวน ทั้งอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ บลจ.กสิกรไทย ผนึกเจ.พี.มอร์แกน สถาบันการเงินระดับโลก ร่วมมือเชิงกลยุทธ์เจาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) กระจายความเสี่ยงลงทุนสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลก สร้างรูปแบบการลงทุนอย่างยั่งยืน คาด AUM แตะ 1 แสนล้านบาทภายใน 3 ปี รับเทรนด์ลงทุน ESG ขยายตัวสูง


    บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด (KAsset) ประกาศจับมือ J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงนวัตกรรมด้านการลงทุน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการคัดเลือกและจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลกเพื่อยกระดับการลงทุนของไทย พร้อมสร้างความเข้าใจเชิงลึกให้กับผู้ลงทุนไทยเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

    อดิศร เสริมชัยวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด หรือ KAsset กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนเป็นอย่างมาก ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด โดยปัจจุบันผู้ลงทุนไทยประมาณ 60% กำลังเผชิญปัญหาพอร์ตการลงทุนมีความผันผวน ปัจจัยหลักๆ มาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อในระดับสูง รวมถึงภาวะสงคราม

    อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้เฟดจะหยุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น จะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลกหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้นำไปสู่ความผันผวนของตลาด ทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น

    “อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความผันผวนยังมีโอกาส เวลามองออกไปข้างนอกมีโอกาสอยู่หลายจุด หลายตลาดมีการเติบโตเป็นบวก เป็นโอกาสบนความหลากหลายของสินทรัพย์ที่มีอยู่ทั่วโลก การจับมือกับเจ.พี.มอร์แกน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก จะช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย ช่วยตอบโจทย์การลงทุนให้กับลูกค้า สร้างความมั่งคั่ง และมีความยั่งยืนในระยะยาว” อดิศรกล่าว


ตั้งเป้า AUM 1 แสนล้านบาทใน 3 ปี

    ปัจจุบัน ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยมีการลงทุนในกองทุนรวมเกือบ 1 ล้านราย และมากกว่า 30% เป็นการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือกับ JPMAM ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารกองทุนระดับโลก ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

    ขณะที่ KAsset เป็นผู้นำตลาดกองทุนรวมของไทย มี AUM กว่า 1.49 ล้านล้านบาท โดยมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีการคัดเลือกและจัดสรรสินทรัพย์จากทั่วโลก Multi Asset Solutions เพื่อตอบโจทย์การลงทุนที่มีความหลากหลาย กระจายความเสี่ยงจากการลงทุน พร้อมปรับรูปแบบการลงทุนให้สอดรับและทันกับทุกการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้พอร์ตการลงทุนไทยมีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

    สุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนผ่านกองทุนผสม (Multi Asset Fund) ของ KAsset คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1% ของมูลค่า AUM รวมกว่า 1.49 ล้านล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะมี AUM ของ Multi Asset ประมาณ 1 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยภายใน 3 เดือนนี้จะมีการออกกองผสมรูปแบบใหม่ และปรับจากองเดิม เช่น K-Plan และ K-Gincome เพื่อนำเสนอเป็นทางเลือกแก่นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งสัดส่วนเกือบ 50% เป็นลูกค้าของกองทุนรวม


แดน วัตกินส์ และ อดิศร เสริมชัยวงศ์


    แดน วัตกินส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ.พี. มอร์แกน แอสเซท แมเนจเม้นท์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า JPMAM และ KAsset เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนานกว่า 10 ปี ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง JPMAM และ KAsset ในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) ในประเทศไทย ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดทุนไทยเป็นตลาดที่มีความคึกคักและเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค

    “ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนทั่วโลกของ JPMAM ทำให้พวกเรามีความพร้อมที่จะนำเสนอโซลูชั่นการลงทุนที่ได้มาตรฐานระดับโลกให้กับผู้ลงทุนไทย และเป็นการเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจของ JPMAM ไปทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” แดนกล่าว

    สำหรับความร่วมมือในอนาคต อดิศร กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องการร่วมทุน มองว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นการพัฒนาขีดความสามารถของบริษัทเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้า และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าคู่แข่งและตลาด ส่วนอนาคตต้องดูพัฒนาการต่อไป


เทรนด์ลงทุน ESG ยังมาแรง

    สุรเดช กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มลงทุนในปีนี้ เทรนด์การลงทุนอย่างยั่งยืนยังคงมีความสำคัญและได้รับการตอบรับจากนักลงทุน อย่างการจำหน่ายกองทุน ThaiESG เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยจำหน่ายไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่ง KAsset มียอดขายสูงเป็นอันดับ 1 ที่ประมาณ 1,500 – 1,600 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบกองผสมที่จะออกมาภายใต้ความร่วมมือกับ JPMAM จะเน้นเรื่องความยั่งยืนเช่นเดียวกัน

    สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2567 นี้ คาดว่าจะมีโอกาสแตะระดับ 1,500 จุด จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ดิจิทัล วอลเล็ต รวมถึงเงินเฟ้อในระดับต่ำ ทำให้คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะมีผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สิงห์ เอสเตท เตรียมเปิดจองหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.00%

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine