แม้ช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกจะแกว่งตัวผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลาง แต่นักลงทุนยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวด้วยการเลือกกระจายความเสี่ยงในกลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศที่ยังคงมีพื้นฐานแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตสูง
ยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังส่งสัญญาณการข้ามผ่านทศวรรษที่สาบสูญ (The Lost Decade) ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยนโยบายการคลังเชิงรุกและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party หรือ LDP) และ Sanae Takaichi ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหนึ่งในนโยบายหลักการขับเคลื่อนญี่ปุ่นยุคใหม่
“ย้อนหลังไป 30 ปี เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวจนกระทั่งได้นิยามว่า The Lost Decade ทั้งการเติบโต GDP growth ระดับค่อนข้างต่ำ ภาวะเงินฝืด การปรับตัวของอัตราเงินเฟ้อ แต่หลังจากพรรค LDP และ Sanae Takaichi เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เรามองเห็นการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น นโยบายการกระตุ้นทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และการปรับเพิ่มเพดานเงินเดือนพนักงานที่ช่วยให้เกิดการใช้จ่ายเป็นการบริโภคในประเทศ (domestic consumption) หลักให้กับประเทศญี่ปุ่นได้ รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีญี่ปุ่น และเงินสนับสนุนจากภาครัฐในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ AI”
ขณะที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีทิศทางการเติบโตอย่างเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้งานชิปประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูล (data center) ส่งผลให้เม็ดเงินการลงทุนในอุตสาหกรรมและกำลังการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อบริษัทเทคโนโลยีญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการผลิตชิป เช่น silicon wafer, photoresist และเคมีภัณฑ์ความบริสุทธิ์สูง ซึ่งเป็นองค์ประกอบจำเป็นสำหรับผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง TSMC, Samsung และ Intel
ดังนั้น การสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐของญี่ปุ่นที่ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งในด้านเงินทุนและมาตรการเชิงนโยบายส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว พร้อมทั้งครองส่วนแบ่งทางการตลาดหลักในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์
“เราอาจจะคิดว่าญี่ปุ่นเป็นแค่ผู้นำทางด้านรถยนต์ อุตสาหกรรมรถยนต์ แต่จริงๆอุตสาหกรรมหลักอีกอย่างที่น่าสนใจแต่คนอาจจะมองไม่เห็นคือ เรื่องการทำเซมิคอนดักเตอร์หรือหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นทำธุรกิจอยู่กลางน้ำและปลายน้ำซัพพอร์ตธุรกิจ AI และ data center ต่างๆ โดยญี่ปุ่นกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ของเศรษฐกิจโลก”
ยศกรกล่าวถึงความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor toolmaker) ควบคู่กับการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความแข็งแกร่งในด้านการผลิต เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์
ขณะเดียวกันประเทศญี่ปุ่นยังสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่นๆ ได้แก่ หุ่นยนต์ (robotics) และระบบอัตโนมัติ (automation) โดยญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกทั้งด้านอุตสาหกรรมการผลิตและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องจักรและหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ใช้ในโรงงานผลิตสินค้าขนาดใหญ่ทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นระบบเครื่องจักรที่ออกแบบและผลิตโดยบริษัทจากญี่ปุ่น ซึ่งครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 40% ของธุรกิจเครื่องจักรกลและหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติทั่วโลก
“ความเชี่ยวชาญต่อมาในด้านหุ่นยนต์ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันหุ่นยนต์ทางการค้าเริ่มราคาลดลงและได้รับการนำมาใช้ในภาคครัวเรือนมากขึ้นนอกจากการใช้แทนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อโลกเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุต้องการการดูแล อนาคตหุ่นยนต์อาจจะเข้ามาแทนที่คนดูแลผู้สูงอายุได้ และถ้าพิจารณาส่วนแบ่งทางการตลาด ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาหุ่นยนต์ป้อนเข้ามาในตลาดโลกค่อนข้างสูงมากประมาณส่วนแบ่งตลาด 40-50%”

นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นฐานสำคัญของบริษัทที่มีทรัพย์สินทางปัญญา (IP powerhouse) ระดับโลก โดยเฉพาะด้านเซนเซอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่ รวมถึงกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ญี่ปุ่นได้สร้างสรรค์เครื่องมือและตัวละครกระจายทั่วทุกมุมโลก เช่น Nintendo, Konami, Sony, Fujifilm, Toei Animation, Bandai Namco โดยเป็นผู้ถือครองสิทธิบัตรที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก ได้แก่ สิทธิบัตรเกี่ยวกับโปเกมอนถือครองโดยบริษัท Nintendo สร้างรายได้ให้ผู้ถือครองแล้วประมาณ 2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ
ยิ่งไปกว่านั้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่นสามารถกระจายความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความตึงเครียดด้านการแข่งขันได้มากกว่าเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าตลาดสูงและได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจและการดำเนินนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกระทบกับตลาดหุ้นหรือกลุ่มเทคโนโลยีค่อนข้างมาก เช่น ความขัดแย้งระหว่างอเมริกาและจีนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายการควบคุมการส่งออกชิปคุณภาพสูง การควบคุมการขายวัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยีแก่ประเทศจีน ปัญหาด้านนโยบายจากชาติศัตรูของสหรัฐอเมริกา ปัญหาด้านการแข่งขันโดยตรงจากประเทศจีน เป็นต้น
ในขณะที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่นเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นพื้นฐานของการผลิตหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก และสามารถทำการค้ากับทุกประเทศได้ รวมถึงเป็นประเทศลำดับท้ายๆ ที่จะตกเป็นเป้าหมายของนโยบายการต่างประเทศ ซึ่งตัวอย่างบทบาทของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่นในโลก เช่น วัสดุเซมิคอนดักเตอร์แบรนด์ Shin-Etsu Chemical ประเทศคู่ค้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ยุโรป สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 70-90%
ส่วนกลุ่มอุปกรณ์การผลิตและการช่างแบรนด์ Tokyo Electron ประเทศคู่ค้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกประมาณ 30% ระบบเครื่องจักรกลโรงงาน FANUC ประเทศคู่ค้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ เยอรมัน เม็กซิโก ครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 40-50% กลุ่มเซนเซอร์และส่วนประกอบแบรนด์ Sony ประเทศคู่ค้า ได้แก่ สหรัฐ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ครองส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 50-55%
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวไม่เพียงช่วยเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ยังสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างให้กับญี่ปุ่น และส่งผลให้ประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งออกที่เติบโตตามความต้องการใช้งานวัสดุอุปกรณ์และสินค้าต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ :พลิกบทบาทจากต้นทุนสู่เจ้าของสินทรัพย์ยุค AI
อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine



