ร้านจิวเวลรี่ชื่อดังจากจีน ‘Chow Tai Fook’ ขยายสู่ไทย หลังมั่นใจตลาด เปิดสโตร์ใหญ่ในกรุงเทพฯ

ร้านจิวเวลรี่ชื่อดังจากจีน ‘Chow Tai Fook’ ขยายสู่ไทย หลังมั่นใจตลาด เปิดสโตร์ใหญ่ในกรุงเทพฯ

ร้านจิวเวลรี่ชื่อดังของจีน Chow Tai Fook มั่นใจเศรษฐกิจไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโต รุกเข้าเปิดร้านเครื่องประดับทองคำและจิวเวลรี่เต็มรูปแบบในกรุงเทพฯ ส่งคอลเลคชั่นเจาะหนุ่มสาวด้วยดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิก


    กระแสการปรับราคาทองคำยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว แต่โดยภาพรวมราคาทองคำยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง หลังราคาทองคำโลกทยานแตะ 4,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลราคาทองคำไทยปรับตัวสูงสุดกว่า 67,000 บาทต่อบาททองคำในช่วงนั้น นักลงทุนยังคงสะสมทองคำ ขณะที่ทองรูปพรรณก็อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคตลาดค้าทองคำยังคงคึกคัก

    ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทผู้จัดจำหน่ายจิวเวลรี่รายใหญ่ของจีน Chow Tai Fook (โจวไทฟุก) จัดทริปนำสื่อมวลชนจากไทยเดินทางไปเยี่ยมชม ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายทองคำที่เมือง Shunde และ Shenzhen ประเทศจีน ซึ่งเป็นรูปแบบร้านสไตล์ใหม่ที่มีความเป็นโมเดิร์นมากกว่าในอดีต และเป็นสเกลร้านขนาดใหญ่ มีพื้นที่แสดงสินค้ากว้างขวาง และมุมรับรองแบบส่วนตัว


สโตร์ใหญ่แห่งแรกในไทย

    การเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้ Chow Tai Fook นำทีมเยี่ยมชมแหล่งผลิตทองคำที่ทันสมัยในเมือง Shunde ที่ CTFJ Shunde Production Hub ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการจำแนกและแพ็กกิ้งชิ้นงานเครื่องประดับทองคำและจิวเวลรี่ ที่จัดระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติ จากโรงงานถึงช่องทางจัดจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าทองคำโมเดลใหม่ New Image Store ที่เมือง Shenzhen และฮ่องกง ซึ่งเป็นรูปแบบสโตร์ที่กำลังจะมาเปิดในกรุงเทพฯ เร็วๆนี้

    รูปแบบ New Image Store ของ Chow Tai Fook ยังคงใช้สีแดงเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยเฉดสีแดงที่สดใส สะท้อนคุณค่าทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่า และเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงที่สามารถลงทุนและสามารถทำกำไรได้จากมูลค่าเพิ่ม แต่การลงทุนทองคำส่วนใหญ่เป็นการลงทุนทองแท่ง หรือทองแผ่นตามน้ำหนักทองคำ ส่วนทองรูปพรรณมักเป็นการซื้อเพื่อสะสมมากกว่าจะเน้นเพื่อการลงทุน


    สำหรับ Chow Tai Fook เป็นแบรนด์จิวเวลรี่เก่าแก่ที่เตรียมฉลอง 100 ปีในปี 2029 เป็นร้านจิวเวลรี่และผู้ผลิตทองคำรายใหญ่มีฐานการผลิตใหญ่ที่เมือง Shunde และมีร้านจำหน่ายทองแบบเทรดิชั่นนอล ที่ออกแบบตกแต่งในคอนเซ็ปท์โมเดิร์น เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวที่ซื้อทองคำและจิวเวลรี่ เป็นเครื่องประดับทรงคุณค่า ลวดลายและแบบที่นำเสนอจึงต่างไปจากแบบเครื่องประดับทองคำดั้งเดิม โดยได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่เป็นการผสมผสาน ความเป็น Traditional Asset เข้ากับเครื่องประดับสมัยใหม่

    เครื่องประดับทองคำและงานจิวเวลรี่ของ Chow Tai Fook จึงมีความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่แค่โมเดิร์นดีไซน์ แต่เป็นการผสมผสานฝีมือการผลิตดั้งเดิมจากงานช่างแกะสลักทองคำ ผลิตชิ้นงานที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ลวดลายพิเศษ เป็นคอลเลคชั่นต่างๆ ตามเทรนด์ของตลาด อ้างอิงความเป็นแฟชั่นมากขึ้น และบ่อยครั้งที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Chow Tai Fook และแบรนด์ต่างๆ ผลิตชิ้นงานเป็นคอลเลคชั่นพิเศษออกมา ซึ่งมีสไตล์แตกต่างจากร้านทองแบบดั้งเดิมชัดเจน


    อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นชิ้นงานเครื่องประดับทองคำแนวโมเดิร์น แต่ยังคงไว้ซึ่งงานช่างฝีมือและการแกะสลักทองคำ ที่ใช้ช่างทองจำนวนมากผลิตชิ้นงานทองคำ ในลวดลายที่ละเอียดอ่อน แบบช่างฝีมือโบราณ และมีคอลเลคชั่นสำคัญที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะวัฒนธรรมของจีนและพระราชวัง เข้ามาใช้ในการออกแบบ ดังนั้นในร้านของ Chow Tai Fook จึงมีทั้งชิ้นงานสมัยใหม่ และงานเครื่องประดับทองคำแบบคลาสสิก ที่เป็นการออกแบบร่วมสมัย เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน

    บรรยากาศร้าน Chow Tai Fook ที่เป็น New Image Store จัดแต่งอย่างประณีต จัดแสงสวยงามสไตล์โมเดิร์น มีเคาน์เตอร์โชว์และจัดแสดงเครื่องประดับทองคำ ซึ่งตกแต่งแนวโมเดิร์นผสมผสานความคลาสสิก ด้วยเคาน์เตอร์กระจกที่สามารถเลือกชมสินค้าจากภายนอกได้ หรือจะขอทดลองสัมผัสสินค้าจริงก็สามารถทำได้อย่างสะดวก ภายใต้ลักษณะร้านที่ออกแบบให้โล่งสบายตา จัดทราฟฟิกส์ในร้านให้เดินได้สะดวกโดยรอบ



    นอกจากนี้ยังมีมุมที่แสดงเครื่องประดับชิ้นพิเศษ จัดไว้ด้านในเพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสัมผัสในบรรยากาศเป็นส่วนตัว ซึ่งทองคำของ Chow Tai Fook เป็นมาตรฐานทองคำสากล เนื้อทองคำ 99.99% ผลิตจากโรงงานมาตรฐานที่เมือง Shunde ส่งตรงมายังประเทศไทย


    Gabriela Ferreira ผู้จัดการทั่วไป สำนักงานต่างประเทศ Chow Tai Fook กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่งสำหรับ Chow Tai Fook โดยจะมีการเปิดสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการปรับโฉมภาพลักษณ์ และตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพื่อดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยวและลูกค้าในประเทศได้อย่างเต็มที่"


กลยุทธ์เด่น “ราคาคงที่”

    เครื่องประดับทองคำและงานจิวเวลรี่ของ Chow Tai Fook มีการออกแบบที่พิเศษโดดเด่นแตกต่างจากร้านทองแบบดั้งเดิม มีคอลเลคชั่นตามเทรนด์ความนิยม ทางร้านจึงมีนโยบายการขาย 2 แบบ คือ แบบกำหนดราคาคงที่ และแบบการตั้งราคาตามน้ำหนัก

    สำหรับนโยบายการขายเครื่องประดับทองคำราคาคงที่เป็นสิ่งที่ Chow Tai Fook ทำมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2533 โดยเป็นแบรนด์แรกในอุตสาหกรรม ที่นำนโยบายราคาคงที่มาใช้ทำให้การต่อรองราคากลายเป็นเรื่องในอดีต ราคาที่แสดงบนป้ายราคาสินค้าคือราคาสุดท้ายที่ลูกค้าต้องจ่าย ซึ่ง Chow Tai Fook มั่นใจว่าเป็นนโยบายราคาที่ยุติธรรมและโปร่งใส นโยบายนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง กระทั่งเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าปลีกเครื่องประดับ และยังได้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการบริโภคของลูกค้าในฮ่องกง สำหรับการซื้อสินค้าในตลาดระดับหรูหรา


    นโยบายการขายเครื่องประดับทองคำราคาคงที่เป็นสิ่งที่ Chow Tai Fook ทำมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2533 โดยเป็นแบรนด์แรกในอุตสาหกรรม ที่นำนโยบายราคาคงที่มาใช้ทำให้การต่อรองราคากลายเป็นเรื่องในอดีต ราคาที่แสดงบนป้ายราคาสินค้าคือราคาสุดท้ายที่ลูกค้าต้องจ่าย ซึ่ง Chow Tai Fook มั่นใจว่าเป็นนโยบายราคาที่ยุติธรรมและโปร่งใส นโยบายนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง กระทั่งเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจของผู้ค้าปลีกเครื่องประดับ และยังได้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการบริโภคของลูกค้าในฮ่องกง สำหรับการซื้อสินค้าในตลาดระดับหรูหรา

    “คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสนใจเครื่องประดับทองคำ มีการเลือกซื้อในบางคอลเลคชั่นที่ชื่นชอบ ซึ่งบางครั้งเป็นชิ้นงานที่ร้านทำ collaboration กับแบรนด์สินค้าอื่น” โดยส่วนใหญ่เน้นทำกับแบรนด์สินค้าที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ทำให้เครื่องประดับทองคำและจิวเวลรี่ของ Chow Tai Fook มีความพิเศษต่างจากร้านทองทั่วไป


    แนวคิดในการผลิต และการออกแบบของ Chow Tai Fook มีความต่างจากร้านค้าทองทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะ มีการออกแบบและผลิตเองเพื่อส่งจำหน่ายไปยังร้านค้ากว่า 6,000 แห่ง ในหลายประเทศ

    สำหรับประเทศไทย จิวเวลรี่แบรนด์ดังนี้ เข้ามาเปิดตลาดครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อน ปัจจุบันมีจุดจำหน่าย 5 แห่ง ซึ่งลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยว


    ผู้บริหาร Chow Tai Fook มองว่าประเทศไทยมีกำลังซื้อที่ดี และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ จึงได้ลงทุนในการเปิด New Image Store แห่งแรกในไทยขึ้น “เราเชื่อว่าลูกค้าชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีนจะให้การตอบรับที่ดี เพราะตลาดชาวจีนในไทยเป็นตลาดที่ใหญ่และมีกำลังซื้อสูง” Gabriela ให้เหตุผลต่อการขยายตลาดมาไทย



ภาพ: Chow Tai Fook



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เทรนด์ Digital Gold ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่! ปี 2024 ไทยมีความต้องการทองคำมากสุดอันดับ 7 ของโลก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine