“กรุงเทพประกันภัย” เดินเกมปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ย 32,600 ล้านบาท ชูแนวคิด “Fast & Flexible” เร่งโตแบบเร็วและยืดหยุ่น โฟกัสหลักปีนี้ “ประกันรถยนต์” เน้น “ต่ออายุ” มากกว่ารถใหม่ พร้อมออกแผน 3+ Super Special คุ้มครองรถชนรถ น้ำท่วม โจรกรรม ส่วน “ประกันเดินทางต่างประเทศ” โตต่อเนื่อง เพิ่มฟีเจอร์ “คุ้มครองสัตว์เลี้ยง”
BKIH หรือ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากภัยพิบัติและต้นทุนประกันภัยต่อที่ปรับสูงขึ้น โดยมีกำไรสุทธิ 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท สะท้อนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและรักษาความสามารถในการทำกำไร
ขณะที่บริษัทย่อยอย่าง กรุงเทพประกันภัย (BKI) ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้ โดยมีรายได้จากการประกันภัยอยู่ที่ 31,350.7 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% ถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม และสามารถรักษาอันดับเครดิตระดับ A- (Stable) จาก S&P ได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางเหตุการณ์แผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลต่อสินไหม
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า “ผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา หากดูในแง่ตัวเลขทางบัญชีเรียกได้ว่าเราแทบไม่โตเลย แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ภายใต้การดำเนินแนวทางกลยุทธ์ต่างๆ นั้น แปลว่าปี 2568 เราสามารถบริหารดุลยภาพได้อย่างดี
“ปีที่แล้วเราเผชิญสถานการณ์หลายอย่าง ทั้งน้ำท่วมภาคใต้ปลายปีที่ผ่านมา เราเสียหายประมาณ 1,800 กว่าล้านบาทที่เป็นความเสียหายของทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังมีรถยนต์อีกที่เสียหายประมาณ 550 ล้านบาท
"ตลอดทั้งปีเราต้องบริหารจัดการให้มีผลประกอบการที่น่าพึงพอใจ การจะสร้างดุลยภาพให้มีกำไรไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ว่าจะเจอความท้าทายอย่างมหันตภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วม สุดท้ายกรุงเทพประกันภัยยังมีกำไรสุทธิที่ 3,121.3 ล้านบาท เท่ากับเป็นกำไรที่เติบโตขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าความท้าทายที่เกิดขึ้น ท่ามกลางการบริหารจัดการ การทำงานอย่างเข้มงวด ติดตามอย่างไม่ย่อท้อของทีมบริหารและพนักงาน ทำให้บริษัทมีกำไร นี่เป็นแนวทางที่เรารู้สึกพึงพอใจ และทำให้ธุรกิจของเรามีความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า “การทำธุรกิจประกันภัยให้เติบโตขึ้นเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เราแค่ลดราคาลงมา แค่เพิ่มผลตอบแทน เพิ่มค่าการตลาดให้คู่ค้ามากขึ้น เบี้ยก็ไหลเข้ามามา แต่สิ่งที่ตามมาคือค่าสินไหมทดแทนที่เราต้องเตรียมพร้อมจะจ่ายด้วย
"การบริหารจัดการตรงนี้ทำให้ปีที่ผ่านมาเบี้ยฯ รถยนต์เราแทบไม่โต ส่งผลให้ภาพรวมเราก็แทบจะไม่โตเช่นกัน แต่ก็มีกำไรที่เพิ่มขึ้น นี่คือทิศทางและนโยบายของกรุงเทพประกันภัย นี่คือมาตรฐานในการดูแลธุรกิจ พนักงาน คู่ค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ได้รับผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจ นี่คือแนวทางที่เรารักษาที่ทำให้ธุรกิจเติบโตแอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน”
สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า
โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0 จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7 (ข้อมูลจาก สศช.) เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย
นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่

ขณะที่ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation)
เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้
ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา
ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น
และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ

“ส่วนเราตั้งเป้าเบี้ยฯ ปีนี้ 32,600 ล้านบาท เนื่องจากถ้าเราไม่โตต่อเนื่องหลายปี ระยะยาวเราจะไม่มีงานสำหรับต่ออายุเหมือนกัน ดังนั้นอย่างไรเราก็ต้องผลักดันให้เติบโต แต่ไม่สามารถตั้งเป้าให้โตแบบก้าวกระโดดได้ เราตั้งเป้า 4% เติบโตปีนี้” ดร.อภิสิทธิ์กล่าว และว่า ภาพรวมของ BKI ปีนี้ ในแง่ประกันภัยรถยนต์จะเน้นโฟกัสไปที่รถต่ออายุปีที่ 2-3 แทนรถใหม่ นอกจากนี้มองว่ากลุ่มที่มีโอกาสคือประกันภัยทางวิศวกรรม จากแนวโน้มการลงทุนในโปรเจ็กต์ต่างๆ ของภาครัฐ
“ในภาพรวมยังมีเซกเมนต์ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเติบโตอย่างไรถึงจะมีดุลยภาพ” ดร.อภิสิทธิ์ย้ำ
เร่งเครื่องปี 2569 วาง “Fast & Flexible Mindset” เป็นแกนหลัก
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% ภายใต้แนวคิด “Fast and Flexible Mindset” ที่มุ่งปรับองค์กรให้ตอบสนองตลาดได้รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งในมิติของการรับประกันภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารสินไหม
แกนกลยุทธ์สำคัญอยู่ที่การ “ลดข้อจำกัดของโครงสร้างเดิม” และเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วขึ้น ปรับเงื่อนไขความคุ้มครองได้ตรงความต้องการ และกำหนดราคาได้เหมาะสมกับความเสี่ยงในแต่ละกลุ่มลูกค้า
แตกไลน์ “Lifestyle Insurance” เจาะพฤติกรรมผู้บริโภค
ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าในรูปแบบ Lifestyle Insurance เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มครองเฉพาะด้านและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
-กลุ่มประกันรถยนต์: จากกระแสตอบรับที่ดีของแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น จึงเปิดตัวแผน 3+ Super Special ที่เน้น “ความคุ้มค่า” โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากการชนกับยานพาหนะทางบก เพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมและโจรกรรม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท
-กลุ่มประกันเดินทาง: ต่อยอดการเติบโตสูง (ปี 2568 โต 42%) ด้วยการเพิ่มความคุ้มครองใหม่ เช่น ค่าใช้จ่ายจากภัยธรรมชาติ การพลาดกิจกรรม และขยายไปสู่กลุ่ม “Pet Travel Insurance” รองรับเทรนด์ Pet Humanization โดยเป็นประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหรือการส่งศพสัตว์เลี้ยงกลับประเทศไทย
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยฝากสุนัขหรือแมวไว้กับโรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือศูนย์รับฝากเลี้ยงในประเทศไทย และเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า ยังได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมอีกด้วย

-กลุ่มประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง: สำหรับปีนี้พัฒนาแผนประกันภัยโรคร้ายแรง เพื่อช่วยรองรับความเสี่ยง คลายความกังวล และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของลูกค้า โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุม 11 โรคร้ายแรง รวมถึงโรคเบาหวาน ซึ่งมีจุดเด่น เช่น แผนประกันภัยโรคร้ายแรงคุ้มครองทุกระยะ รับเงินชดเชยเต็มทุนประกันภัย 100%, ทุนประกันภัยมีให้เลือกตั้งแต่ 300,000 - 1,000,000 บาท, เพิ่มทุนประกันภัยปีละ 100,000 บาท สูงสุด 2 ปี เมื่อต่ออายุกรมธรรม์, คุ้มครองโรคร้ายแรงแบบเจอจ่ายจบ พร้อมรับเงินชดเชยรายวันเมื่อเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน วันละ 1,000 บาท, รับเพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (อบ.1) และผลประโยชน์การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เป็นต้น
-ประกันภัยนักดำน้ำ สำหรับท่องเที่ยวภายในประเทศไทย: เพิ่มความคุ้มครองถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการดำน้ำ เช่น โรคจากการลดความดันอากาศ และอาการปอดโป่งพอง ตลอดจนความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วยจากการเดินทาง อาทิ โรคทางเดินอาหาร ไข้เลือดออก ฮีตสโตรก และโรคลมแดด
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายเพื่อรับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ความเสียหายหรือการสูญหายของอุปกรณ์ดำน้ำเช่า รวมถึงกรณีโปรแกรมท่องเที่ยวดำน้ำถูกยกเลิกหรือปรับลดจำนวนวัน ทั้งนี้ มีแผนความคุ้มครองให้เลือก 3 แผน รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 10 - 70 ปี โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 150 บาท
รุกตลาดฐานล่าง-กลุ่มเปราะบาง ผ่าน Microinsurance
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการขยายการเข้าถึงประกันภัยผ่านผลิตภัณฑ์ราคาประหยัด (Microinsurance) เช่น
-ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยราคาเริ่มต้น 599 บาท
-ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ที่ดูแลคนพิการ หรือคนพิการ/ผู้ป่วยติดเตียง
-ประกันภัยค่าชดเชยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 190 บาท โดยให้ความคุ้มครอง ได้แก่ เงินชดเชยรายวัน กรณีเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ และทำให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารบาดเจ็บ จนต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล (ชดเชยต่ออุบัติเหตุไม่เกิน 2 คน สูงสุดไม่เกิน 30 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง) วันละ 1,000 บาท และเงินชดเชยปลอบขวัญ เนื่องจากรถจักรยานยนต์ชนกับยานพาหนะทางบก และเป็นฝ่ายถูก (ชดเชยไม่เกิน 3 ครั้ง/ปีกรมธรรม์) ครั้งละ 1,000 บาท
แนวทางนี้ช่วยเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงประกันภัย พร้อมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลูกค้าในระยะยาว
ยกระดับองค์กรด้วย AI และ Data ขับเคลื่อนทั้งระบบ
ปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยนำเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันมาสนับสนุนการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการให้บริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Experience) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการให้มีความสะดวก รวดเร็ว ตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า โดยในปี 2569 บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการต่างๆ ดังนี้
-LINE OA Upgrade for Motor Claims: ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยระบบแจ้งเคลมรถยนต์แบบครบวงจรผ่าน LINE @bangkokinsurance โดยสามารถรับทราบข้อมูลสำคัญต่างๆ จากการเคลมประกันภัยรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุที่จะเดินทางเข้าไปดูแล การส่งเอกสารใบแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ การแจ้งสถานะการประเมินความเสียหายของรถยนต์ ตลอดจนการติดตามสถานะการเคลมแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาการซ่อมและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนา LINE OA for Partners เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้า ให้มีความคล่องตัวและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ
-AI Claims: นำ AI มาใช้เพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการพิจารณาสินไหม รองรับสถานการณ์เคลมจำนวนมาก เช่น ภัยพิบัติ
-AI Voice Analytics: วิเคราะห์เสียงลูกค้าจากบทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการและเข้าใจความต้องการเชิงลึก
-ยกระดับเว็บไซต์ bangkokinsurance.com สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มอบประสบการณ์แบบ Personalized Experience: เว็บไซต์โฉมใหม่นี้จะเพิ่มเติมการนำเสนอคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับความสนใจและความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแนะนำแผนประกันภัย โปรโมชัน ตลอดจนบทความและสื่อประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตรงใจยิ่งขึ้น
ภาพ: กรุงเทพประกันภัย
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เครือกสิกรจับมือ Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่! จ่าย QR ด้วยบัตรเครดิต ผ่าน Messenger ครั้งแรกบน K PLUS
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

