บี.กริม เพาเวอร์ ปรับโครงสร้าง ตั้ง 'ผู้บริหารชุดใหม่' มีผล 1 ม.ค. 2568

บี.กริม เพาเวอร์ ปรับโครงสร้าง ตั้ง 'ผู้บริหารชุดใหม่' มีผล 1 ม.ค. 2568

บี.กริม เพาเวอร์ เตรียมปรับโครงสร้างรับปีใหม่ หลังจากที่ประชุมมีมติแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงซึ่งจะมีผลนับตั้งแต่มีผล 1 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป


    Dr.Harald Link ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ครั้งที่ 12/2567 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีมติแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูง และปรับโครงสร้างองค์กร ดังนี้

1. แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ได้แก่ 

1. Dr.Harald Link เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม 

​


2. นายพีรเดช พัฒนจันทร์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 

​


3. นายนพเดช กรรณสูต เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม 

​


4. นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี ซึ่งปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (Chief Financial Officer) เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่และการขยายตัวทางธุรกิจต่อเนื่องและยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์องค์กร ที่มุ่งสร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี (Empowering the World Compassionately) 

​


    โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ภายใต้โครงสร้างใหม่ ประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน, กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม และกลุ่มงานการเงินและบัญชี

2. แต่งตั้ง ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล เป็นกรรมการใหม่ (กรรมการอิสระ) แทน นางเกตุวลี นภาศัพท์ ซึ่งลาออก มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567 

​


    ทั้งนี้ Dr.Link กล่าวถึง เป้าหมายระยะยาวสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก โดยตั้งเป้าขยายกำลังผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593 

    รวมถึง การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ GreenLeap คู่กับจุดแข็ง 5 ประการ ได้แก่ 1. ความสามารถในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ 2. การเป็นพันธมิตรที่ดีและได้รับความไว้วางใจ  3. ความสามารถในการพัฒนาและบริหารโครงการ 4. การจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตด้วยต้นทุนที่เหมาะสม และ 5. ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาต่อยอดธุรกิจพลังงานให้ทันสมัยและครบวงจร


ภาพ: บี.กริม



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : UOB อนุมัติสินเชื่อ 6,500 ล้านบาท หนุนบางจากสร้างหน่วยผลิต SAF โครงการแรกของไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine