ธุรกิจครอบครัวไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่เมื่อถึงเวลาส่งไม้ต่อ กว่า 70% ยังไม่มีแผนสืบทอดกิจการที่ชัดเจน เสี่ยงกระทบทั้งโครงสร้างการถือหุ้น อำนาจบริหาร และความมั่งคั่งระหว่างรุ่น ธนาคารยูโอบี และ Baker McKenzie เปิดสูตร “3S” ปิดความเสี่ยง เตรียมธุรกิจให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นต่อไป
ปัจจุบัน ธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยกำลังเผชิญอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือการส่งต่อธุรกิจจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างราบรื่นและยั่งยืน ซึ่งเป็นมากกว่าแค่การส่งต่อมรดก
ข้อมูลของ Baker McKenzie บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย พบว่า ธุรกิจครอบครัวไทยกว่า 70% ยังไม่มีแผนการสืบทอดธุรกิจที่ชัดเจน ทำให้หลายธุรกิจต้องเผชิญความไม่แน่นอนด้านความเป็นเจ้าของ การกำกับดูแลกิจการ และภาวะผู้นำ ในช่วงเวลาที่ความต่อเนื่องในการส่งต่อธุรกิจเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีการส่งต่อสินทรัพย์ระหว่างรุ่น รวมมูลค่าราว 6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2573 ทำให้การวางแผนการสืบทอดธุรกิจและการบริหารความมั่งคั่งระหว่างรุ่นกลายเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับธุรกิจครอบครัวทั่วภูมิภาค

จากประเด็นดังกล่าว ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ Baker McKenzie จัดสัมมนา “Beyond Wealth Legacy and Strategy” ภายใต้โครงการ The Business Circle เพื่อแบ่งปันมุมมองด้านกฎหมาย ภาษี และการบริหารความมั่งคั่งสำหรับธุรกิจครอบครัวไทย
วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวไทยจำนวนมากประสบความสำเร็จในการสร้างการเติบโตและขยายกิจการ
แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นถัดไป หลายครอบครัวเริ่มเผชิญโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการบริหารธุรกิจ ความมั่งคั่ง และบทบาทของสมาชิกในครอบครัว
ธนาคารยูโอบี จึงสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ผ่านโครงการ The Business Circle เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ได้อย่างมั่นใจ และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตจากรุ่นสู่รุ่น
ทั้งนี้ ธนาคารยูโอบี และ Baker McKenzie ได้นำเสนอกรอบ “3S” ได้แก่ structure, safeguard และ succession เพื่อช่วยให้เจ้าของกิจการวางแผนการส่งต่อได้อย่างเป็นขั้นตอน
Structure วางรากฐานความมั่งคั่ง
“structure” หรือ การวางรากฐานความมั่งคั่งข้ามรุ่น จุดเริ่มต้นของการส่งต่อความมั่งคั่งคือการจัดโครงสร้างการถือครองธุรกิจและทรัพย์สินให้ชัดเจนและเหมาะสมกับเป้าหมายระยะยาวของครอบครัว
หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความสนใจมากขึ้น คือการจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้งครอบครัว (family holding company) เพื่อรวบรวมการถือครองหุ้นในกิจการและทรัพย์สินประเภทต่างๆ ไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว
โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงที่หุ้นและทรัพย์สินจะถูกแบ่งแยกหรือกระจัดกระจายเมื่อส่งต่อไปยังสมาชิกหลายคนในรุ่นถัดไป อีกทั้งช่วยให้ครอบครัวสามารถกำหนดสิทธิในการถือหุ้น อำนาจการบริหาร และกระบวนการตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น
ในด้านภาษี หากบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นในบริษัทอื่นตั้งแต่ 25% ขึ้นไป เงินปันผลที่ได้รับอาจได้รับยกเว้นภาษีภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ช่วยให้ครอบครัวสามารถนำเงินปันผลไปลงทุนต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการวางแผนภาษีมรดก การประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์อาจอ้างอิงมูลค่าทางบัญชี หรือ book value ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทำให้โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งอาจเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินในระยะยาว
ทั้งนี้ ครอบครัวที่มีสินทรัพย์หรือสมาชิกอยู่ในหลายประเทศ “ทรัสต์ในต่างประเทศ” (offshore trust) เป็นอีกเครื่องมือในการบริหารและปกป้องทรัพย์สิน เมื่อทรัพย์สินถูกโอนเข้าไปอยู่ภายใต้ทรัสต์ กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายจะอยู่ภายใต้การบริหารของทรัสต์ตามโครงสร้างและเงื่อนไขที่กำหนดไว้
เครื่องมือนี้อาจช่วยแยกทรัพย์สินออกจากผู้ก่อตั้งในทางกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากข้อพิพาท เจ้าหนี้ หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจกระทบต่อทรัพย์สินของครอบครัว อีกทั้งยังสามารถกำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ ทั้งนี้ การจัดตั้งทรัสต์ต้องพิจารณากฎหมาย ภาษี และข้อกำหนดของแต่ละประเทศอย่างรอบคอบ
Safeguard ปิดความเสี่ยงก่อนส่งต่อความมั่งคั่ง
แม้ครอบครัวจะมีจัดโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินที่เหมาะสมแล้ว แต่การส่งต่อความมั่งคั่งอาจสะดุดได้หากขาดกลไกจัดการความเสี่ยงด้านกฎหมายและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น
หนึ่งในความเสี่ยงที่พบได้บ่อย คือภาวะชะงักงันในการตัดสินใจ หรือ deadlock ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อผู้ถือหุ้นมีสัดส่วนหรืออำนาจใกล้เคียงกัน แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ หากข้อบังคับบริษัทหรือข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นไม่ได้กำหนดกระบวนการแก้ไขไว้ชัดเจน ความขัดแย้งอาจส่งผลให้ธุรกิจไม่สามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญหรือดำเนินงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น กระบวนการลงคะแนน วิธีแต่งตั้งผู้บริหาร และกลไกแก้ไขข้อขัดแย้งไว้ล่วงหน้า จึงมีความสำคัญไม่แพ้การกำหนดว่าใครจะได้รับหุ้นหรือทรัพย์สิน
หากครอบครัวมีทรัพย์สินอยู่ในต่างประเทศ การวางแผนมรดกและการจัดทำพินัยกรรมควรพิจารณากฎหมายของแต่ละเขตอำนาจศาล เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมรดก การถือครองทรัพย์สิน และภาษีอาจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
อีกหนึ่งเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในกลุ่มทายาทรุ่นใหม่ คือสัญญาก่อนสมรส หรือ prenuptial agreement ซึ่งสามารถช่วยกำหนดความเป็นเจ้าของทรัพย์สินและแยกทรัพย์สินของครอบครัวออกจากสินสมรสได้อย่างชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงที่หุ้นหรือทรัพย์สินของกิจการจะกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทในกรณีที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ดี เครื่องมือทางกฎหมายแต่ละประเภทควรออกแบบให้เหมาะกับบริบทของครอบครัว โครงสร้างธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มากกว่าการใช้แนวทางเดียวกันกับทุกครอบครัว
Succession ธรรมนูญครอบครัวส่งต่อความมั่งคั่งยั่งยืน
การแต่งตั้งผู้สืบทอดเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการทำให้ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น กลไกสำคัญที่ช่วยให้ครอบครัวกำหนดกติกาและความคาดหวังร่วมกัน คือ ธรรมนูญครอบครัว หรือ family constitution
ธรรมนูญครอบครัวช่วยกำหนดหลักการที่สมาชิกยอมรับร่วมกัน เช่น บทบาทและหน้าที่ของสมาชิก หลักเกณฑ์การเข้าทำงานในธุรกิจ วิธีคัดเลือกผู้นำ อำนาจในการตัดสินใจ การถือครองและโอนหุ้น ตลอดจนกระบวนการจัดการข้อขัดแย้ง
กระบวนการจัดทำธรรมนูญยังเปิดพื้นที่ให้สมาชิกแต่ละรุ่นสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา และสร้างความเข้าใจว่า ความยุติธรรมอาจไม่ได้หมายถึงการแบ่งทุกอย่างให้เท่ากันเสมอไป เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนอาจมีความพร้อม ความสนใจ และระดับการมีส่วนร่วมกับธุรกิจแตกต่างกัน
การสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายโอนอำนาจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การส่งต่อกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความรู้สึกว่าใครได้รับหรือสูญเสียประโยชน์ และช่วยรักษาความสัมพันธ์ภายในครอบครัวในระยะยาว
นอกเหนือจากการส่งต่อทรัพย์สินและการบริหารกิจการแล้ว การส่งต่อคุณค่าและวิสัยทัศน์ร่วมของครอบครัวยังมีความสำคัญไม่แพ้กัน การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ philanthropy สามารถเป็นกลไกที่เชื่อมโยงสมาชิกต่างรุ่น โดยเฉพาะสมาชิกที่ไม่ได้เข้ามาบริหารธุรกิจโดยตรง ให้ยังคงมีส่วนร่วมในการสืบทอดค่านิยมและเป้าหมายร่วมของครอบครัว
การส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนจึงไม่ได้วัดจากจำนวนทรัพย์สินที่สามารถรักษาไว้ได้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถของครอบครัวในการส่งต่อธุรกิจ ความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และคุณค่าที่สมาชิกยึดถือร่วมกัน
ภาพ : magnific.com และ UOB
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง “ปานเทพย์ นิลสินธพ” ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าและการตลาด
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


