ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ พร้อมต่อยอดความมั่งคั่งเศรษฐีไทย ตั้งเป้า 5 ปีดูแลพอร์ตคนรวย 10% - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ พร้อมต่อยอดความมั่งคั่งเศรษฐีไทย ตั้งเป้า 5 ปีดูแลพอร์ตคนรวย 10%

ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ พร้อมต่อยอดความมั่งคั่งเศรษฐีไทย ตั้งเป้า 5 ปีดูแลพอร์ตคนรวย 10%

Forbes Thailand

บล.ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ประกาศความพร้อมให้บริการต่อยอดความมั่งคั่งเศรษฐีเมืองไทย ชี้ AUM ขั้นต่ำ 100 ล้านบาท หวังดูแลพอร์ตคนรวย 10% ใน 5 ปี

หลังจากธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมทุนกับจูเลียส แบร์ (Julius baer) หนึ่งในธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งระดับโลก และเป็น 1 ใน 4 ผู้ให้บริการ Private Banking ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จัดตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท สัดส่วนร่วมทุน 60:40 โดยให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินและบริหารความมั่งคั่งเฉพาะบุคคลอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงในประเทศไทย (High Net Worth Individuals – HNWIs)

ล่าสุด บริษัทฯ ได้ประกาศความพร้อมในการให้บริการ เปิดพรมแดนใหม่เพื่อต่อยอดความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้า HNWIs อย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับใบอนุญาต Private Fund และ Brokerage จากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา

จิรลาวัณย์ ตั้งกิจเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของไทย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง มีการเติบโตในอัตราที่สูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจากตัวเลขสินทรัพย์ของผู้มั่งคั่งในไทยราว 3.41 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสเติบโตทางธุรกิจ

“ผลิตภัณฑ์ของเราเรียกได้ว่า เป็นบริการที่ปรึกษาทางการเงินและบริหารความมั่งคั่งเฉพาะบุคคล (Private Banking) อย่างเต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ที่เราจะเสนอกลยุทธ์การลงทุน หรือออกแบบวิธีลงทุนเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละคน ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ทั่วโลก รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ไม่จำกัดเฉพาะการลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือผลิตภัณฑ์จากการลงทุนสถาบันใดสถาบันหนึ่ง พร้อมวิเคราะห์โอกาสด้วยข้อมูลเชิงลึกจากจูเลียส แบร์ จึงทำให้ลูกค้ามีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากทุกสภาวะตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

จิรลาวัณย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ บริการของ บล.ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ ยังครอบคลุมไปถึงการวางโครงสร้างความมั่งคั่ง การบริหารภาษี การย้ายถิ่นพำนัก การวางแผนเกษียณ การเตรียมแผนสำหรับทายาท และกิจกรรมเพื่อการกุศล เป็นต้น

“เราเชื่อว่าลูกค้ากลุ่ม HNWIs มีศักยภาพสูง และมีความต้องการในด้านนี้ โดยจุดแข็งของบริษัทฯ คือผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่งทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าคนไทย และจูเลียส แบร์ ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่งชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจาก HNWIs ทั่วโลก”

จิรลาวัณย์ ตั้งกิจเวทย์

“ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่าง Private Banking ของเรา และธนาคารอื่น อยู่ที่แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมการลงทุนทั่วโลก เพราะจริงๆ แล้วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราต่างได้ยินว่าธนาคารทุกธนาคารในเมืองไทยเริ่มจัดกลุ่มลูกค้าเป็น HNWIs และเริ่มใช้คำว่า Private Banking ซึ่งไม่น่าจะครอบคลุมเท่ากับ Private Banking ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพราะถ้าเกิดเราจะตั้งบริษัทหนึ่งเพื่อทำการลงทุนได้ตรงกับสินทรัพย์ทั้งโลก บริษัทนั้นคงจะต้องมีแพลตฟอร์ม ต้องมีพนักงานรีเสิร์ชที่ครอบคลุมหุ้นทั้งโลก ถามว่าลูกค้าไทยกลุ่มเดียวจะสามารถตั้งบริษัทในเมืองไทยที่จะครอบคลุมแบบนี้ได้ไหม เราว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ เงินลงทุนจะสูงมาก นั่นคือจุดที่เราต้องอาศัยจูเลียส แบร์ ที่เขาทำมาอยู่แล้ว และมีความเชี่ยวชาญ”

 

ตั้งเป้าดูแลพอร์ตเศรษฐี 10% ใน 5 ปี

จิรลาวัณย์ ระบุว่า สำหรับลูกค้าที่สนใจ ต้องมี AUM (Asset Under Management) 100 ล้านบาท เทียบเท่ามาตรฐานสิงคโปร์ที่อยู่ที่ 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าได้ดูแลพอร์ต 10% ของสินทรัพย์ผู้มั่งคั่งในไทยรวมมูลค่า 3.41 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 3-5 ปี และคาดว่านักลงทุนไทยจะย้ายพอร์ตไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้าเก่าจากธนาคารพาณิชย์ 50% และลูกค้าใหม่ 50%

“บริษัทฯ ใช้เวลา 1 ปีที่ผ่านมาในการฝึกอบรมพนักงาน เพราะพนักงานเป็นคนที่ต้องดูแลและพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งในครึ่งปีหลังนี้ นอกจากจะขอใบอนุญาตเพิ่มเติมอีก 1 ใบ เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการ Private Banking แล้ว เรายังมุ่งมั่นไปที่เพิ่มปริมาณพนักงาน และการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานอย่างรอบด้าน เพื่อให้พร้อมดูแลทุกความต้องการของลูกค้า และตอบโจทย์ทุกมิติการลงทุน”

ปัจจุบันเรามีทีมผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) 15 คน ซึ่ง 1 คนสามารถดูแลลูกค้าได้ 20-30 ราย และปีนี้ตั้งเป้าขยายทีมนี้เป็น 40 คน ส่วนผู้แนะนำการลงทุน หรือ Investment Consultant ปัจจุบันมี 5 คน ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 9 คนในปีนี้”

 

เผยปี 2563 เศรษฐีไทยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ จำกัด ยังจัดทำ “รายงานความมั่งคั่งในประเทศไทย ปี 2562” ฉบับแรก โดยเก็บข้อมูลจากลูกค้ากลุ่ม HNWIs ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 351 คน นำมาสู่การคาดการณ์ในช่วง 5 ปี (พ.ศ.2558-2563) พบว่า กลุ่มลูกค้า HNWIs ในไทยจะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 9.9% ต่อปี ทำให้มีมูลค่าโดยรวมกว่า 4.012 แสนล้านหรียญสหรัฐฯ

โดยปัจจัยหนุนการเติบโตคือ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของความมั่งคั่งของครัวเรือน เศรษฐกิจดีขึ้น รวมไปถึงการที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะแตะที่ระดับ 1,800 จุดได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ และประเทศไทยจะยังมีฐานะทางการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง

รายงานดังกล่าว ระบุอีกว่า กลุ่ม HNWIs ในไทยกว่า 56% สนใจการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) มากกว่าการคงการรักษาระดับความมั่งคั่ง (Wealth Preservation) ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 41% โดยลูกค้ากลุ่มนี้ มีรูปแบบการจัดพอร์ตในลักษณะเดียวกับกลุ่ม HNWIs ในต่างประเทศ คือ นิยมลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง เช่น  หุ้น พันธบัตร และกองทุน แต่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังเป็นการลงทุนในต่างประเทศ

โดยนักลงทุนกลุ่ม HNWIs ในไทยลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 7% และการลงทุนทางเลือกอื่นๆ อยู่ที่ 6% ขณะที่นักลงทุนกลุ่ม HNWIs ในต่างประเทศจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนทางเลือกอื่นๆ ในอัตรา 17% และ 9% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีโอกาสที่จะขยายตัวอีกมาก

 

 

รายงานโดย กนกวรรณ มากเมฆ / Online Content Creator


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP