บล.ภัทร ปรับลดคาดการณ์การเติบโต GDP ปีนี้เหลือ 1.4% - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • บล.ภัทร ปรับลดคาดการณ์การเติบโต GDP ปีนี้เหลือ 1.4%

บล.ภัทร ปรับลดคาดการณ์การเติบโต GDP ปีนี้เหลือ 1.4%

บล.ภัทร ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2563 ลงเหลือ 1.4% จากเดิมที่คาดไว้ 2.2% หลังผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 รุนแรงกว่าที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ บล.ภัทร บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2563 ลงจาก 2.2% เหลือ 1.4% เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) รุนแรงกว่าที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้  และคาดว่าเศรษฐกิจน่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตสำหรับปี 2564 ขึ้นจาก 3.1% เป็น 3.5% จากฐานที่ต่ำ

บล.ภัทรคาดว่า การระบาดของไวรัสดังกล่าวจะส่งผลกระทบรุนแรงแต่ชั่วคราวต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้าน คือ 1) ผลกระทบเชิงลบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2) การผลิตในจีนที่หยุดชะงักอาจส่งผลกระทบชั่วคราวต่อห่วงโซ่อุปทานและการผลิตในประเทศ และ 3) หากการระบาดในประเทศทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการบริโภคภายในประเทศได้

นอกจากนี้ บล.ภัทรยังคาดว่า ปัจจัยลบจากการระบาดของไวรัส ตลอดจนความล่าช้าของงบประมาณและปัญหาภัยแล้ง น่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในระยะสั้นต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกของปี เนื่องจากปัจจัยลบเหล่านี้ เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และอาจไม่มีภาคเศรษฐกิจอื่นมาช่วยรองรับผลกระทบ ภาคการผลิตก็ได้รับผลกระทบจากส่งออกที่หดตัว ค่าเงินบาทที่แข็งค่า การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกที่หดตัวในปีก่อน ในขณะที่ภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ดี บล.ภัทร คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายการเงินและการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยยังคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 BPS ภายในกลางปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณยังคงประสบปัญหา ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพอาจจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตดีกว่าที่คาด

 

 


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP