SCB EIC คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 4 ล้านคนหนุนเศรษฐกิจปี 2566 โต 3.4% - Forbes Thailand

SCB EIC คาดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 4 ล้านคนหนุนเศรษฐกิจปี 2566 โต 3.4%

SCB EIC คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 โต 3.4% นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าไทย 28.3 ล้านคน แยกเป็นนักท่องเที่ยวจีน 4 ล้านคน ส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ท่ามกลางความกังวลธุรกิจส่งออกชะลอตัว


    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC (Economic Intelligence Center) ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2566 โดยคาดการณ์ว่า จะชะลอตัวลงอย่างมากหากเทียบจากปีก่อน ขณะที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอยปรับตัวลดลง สาเหตุจาก 

    (1) เครื่องชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ได้ชะลอตัวแรงนัก สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Manager Index) ในเดือน ธ.ค. ของประเทศเศรษฐกิจหลักส่วนใหญ่ที่เริ่มปรับดีขึ้นจากจุดต่ำสุด อีกทั้ง ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในกลุ่มประเทศยุโรปน้อยกว่าคาดจากราคาพลังงานโลกที่ลดลงเร็วและฤดูหนาวไม่รุนแรงมาก รวมถึงอัตราการว่างงานยังลดลงต่อเนื่อง 

    (2) จีนเปิดประเทศเร็วกว่าคาด โดย SCB EIC เคยคาดไว้ว่าจีนจะเปิดประเทศในเดือน มี.ค. ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 หลังผ่านการระบาดรุนแรงในช่วงไตรมาสแรกและประชากรจีนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นแล้ว 

    และ (3) ทิศทางเงินเฟ้อโลกเริ่มชะลอตัวชัดเจนขึ้น ทำให้ความกังวลภาวะการเงินตึงตัวเริ่มปรับลดลง เนื่องจากนโยบายการเงินโลกจะไม่เข้มงวดมากไปกว่าที่ตลาดคาดไว้ ทั้งนี้ แม้ทิศทางเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นบ้าง แต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแพร่ระบาดในจีนที่อาจทำให้จีนกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกครั้ง


อัตราเงินเฟ้อโลกชะลอตัว

    SCB EIC คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อโลก จะชะลอตัวชัดเจนขึ้น ผลจากอุปทานทยอยคลี่คลาย แรงกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับลดลง และแรงกดดันอุปสงค์ที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี แนวโน้มเงินเฟ้อโลกจะยังสูงกว่าเป้าของธนาคารกลางในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ตามราคาอาหารและพลังงานที่จะยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ส่งผลให้นโยบายการเงินจะยังตึงตัวนานต่อเนื่องไปอีกระยะ 

    พร้อมกันนี้ SCB EIC ยังประเมินด้วยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี (ครั้งละ 25 BPS) สู่ระดับ 4.75-5% และคงดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้


เศรษฐกิจไทยปี 2566 โต 3.4%

    ภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2566 ทาง SCB EIC คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 3.4% จากแรงสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาเยือนไทย 28.3 ล้านคนในปีนี้ จากความต้องการท่องเที่ยวไทยที่ยังมีอยู่มากร่วมกับอานิสงส์จากการยกเลิกมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของจีนที่เร็วกว่าคาดจึงน่าจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน 

    ส่งผลดีต่อธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สายการบิน บริษัททัวร์ รถเช่า สปาและเวลเนส การแพทย์ รวมถึงเอื้อให้การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติขยายตัวมากขึ้น อีกทั้ง การท่องเที่ยวในประเทศสามารถเติบโตดีกลับไปใกล้ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ทำให้การบริโภคขยายตัวต่อเนื่อง


ส่งออกไทยยังชะลอตัว

    ภาวะการส่งออกสินค้าของไทยในปี 2566 มีแนวโน้มไม่สดใสนักตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงมาก และอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการจัดเก็บภาษีนำเข้าใหม่ของประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ ยุโรป (เช่น กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า) และอินเดีย ซึ่งจะเริ่มมีผลบางส่วนตั้งแต่ปีนี้ ซึ่ง SCB EIC คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.2%


เงินเฟ้อไทยสูงขึ้นต่อเนื่อง

    ด้านเงินเฟ้อไทยผ่านจุดสูงสุดแล้วในไตรมาส 3 ปี 2565 จากราคาพลังงานที่เริ่มชะลอลง แต่ขยายวงกว้างไปยังสินค้าหลายประเภทมากขึ้น โดย SCB EIC คาดเงินเฟ้อในปี 2566 จะอยู่ที่ 3.2% สูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีจากราคาพลังงานในประเทศและราคาอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งขึ้นจาก 2.5% ในปี 2565 เป็น 2.7% ในปี 2566 

    รายได้ครัวเรือนบางกลุ่มจึงโตไม่ทันรายจ่ายประกอบกับเศรษฐกิจอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งในปีนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะอาจกระทบเสถียรภาพการเมืองไทย และส่งผลต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทยได้


ภาวะการเงินของไทย

    สถานการณ์ทางการเงินของไทยมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย การสิ้นสุดมาตรการต่ออายุการลดอัตรานำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF fee) และการแข็งค่าของเงินบาทเร็วกว่าสกุลอื่นในภูมิภาค 

    โดย SCB EIC คาดว่า ในปี 2566 กนง. จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง 3 ครั้ง (ครั้งละ 25 BPS) สู่ระดับ 2% ณ สิ้นปี 2566 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่จะยังอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายของธปท. 


เงินบาทยังคงแข็งค่า

    สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท SCB EIC ประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น อานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน และเงินทุนไหลเข้าตลาดการเงินไทย โดยคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าที่ 31.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปีนี้


อ่านเพิ่มเติม: โรงพยาบาลแพทย์รังสิต พร้อมเข้าตลาดฯ


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine