ทรูมันนี่ รุกขยายฐานธุรกิจ โอนเงินผ่านแอปฯ ชาวต่างชาติไทยในไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • IT
  • News >
  • ทรูมันนี่ รุกขยายฐานธุรกิจ โอนเงินผ่านแอปฯ ชาวต่างชาติไทยในไทย

ทรูมันนี่ รุกขยายฐานธุรกิจ โอนเงินผ่านแอปฯ ชาวต่างชาติไทยในไทย

ทรูมันนี่ รุกขยายฐานธุรกิจ โอนเงินผ่านแอปฯ ชาวต่างชาติไทยในไทย ชูเวอร์ชั่นภาษาพม่า เจาะกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ในไทยผ่านแอปฯ

ทรูมันนี่ ขยายฐานผู้ใช้งานอีวอลเล็ทชาวต่างชาติในประเทศไทย เปิด “TrueMoney Wallet for Foreigners” เพื่อสร้าง Financial Inclusion และมอบประสบการณ์ Cashless Payment ให้กับชาวต่างชาติและแรงงานต่างชาติในไทยในการ โอนเงินผ่านแอปฯ ล่าสุดเพิ่มเวอร์ชั่นภาษาพม่า เจาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานเมียนมาร์กว่า 2 ล้านคนในประเทศไทย

ธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “เราได้ทดลองให้บริการอีวอลเล็ทสำหรับชาวต่างชาติ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้เห็นว่ากระแสการปรับตัวและใช้ชีวิตดิจิทัลในยุค New Normal ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่คนไทย แต่ยังรวมถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและพำนักในประเทศไทย”

ปัจจุบัน ทรูมันนี่ นับตั้งแต่ทดลองให้บริการมามีชาวต่างชาติสนใจสมัครใช้บริการทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 300 ซึ่งสัดส่วนผู้ใช้ที่เป็นแรงงานชาวเมียนมาร์ในไทยมีมากสุดอันดับหนึ่งคือกว่าร้อยละ 15 และเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าร้อยละ 220 (ม.ค. – พ.ค. 2563) สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมและบริการการเงินที่มีในแอป TrueMoney Wallet ตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกับทุกๆ คน และต่อยอดพัฒนาเพิ่มเวอร์ชั่นภาษาพม่าใน TrueMoney Wallet for Foreigners อีกทั้งเปิดบริการ In-App TrueMoney Transfer เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้ชาวเมียนมาร์ให้โอนเงินกลับไปยังบ้านเกิดได้ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เราได้อย่างสะดวก ประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา พร้อมมอบความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีระดับสูง

ทั้งนี้ ทรูมันนี่ คือ ผู้ให้บริการ e-Wallet รายแรกของประเทศไทย ที่ได้รับอนุญาตให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง โดยก่อนหน้านี้ ทรูมันนี่ ให้บริการ TrueMoney Transfer ผ่านจุดบริการ 11 สาขาในกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และนครปฐม ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแรงงานเมียนมาร์หนาแน่น

นอกจากนี้ ยังมีจุดบริการ TrueMoney Transfer ในประเทศเมียนมาร์ จำนวน 4,000 จุด ซึ่งรวมถึงธนาคาร AGD (Asia Green Development Bank) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์เอกชนรายใหญ่ของประเทศเมียนมาร์ ให้บริการครอบคลุมเกือบทุกเมืองในประเทศเมียนมาร์ที่ส่วนใหญ่เป็นภูมิลำเนาของผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาร์ในประเทศไทย อาทิ รัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง รัฐฉาน เขตมะกเว เขตพะโค เขตซะไกง์ เขตย่างกุ้ง ตะนาวศรี เนปยีดอ และมะกเว โดยการเปิดให้บริการ In-App TrueMoney Transfer ในครั้งนี้ จะช่วยให้แรงงานชาวเมียนมาร์ในไทยไม่ต้องเดินทางไปจุดให้บริการ แต่สามารถโอนเงินกลับภูมิลำเนาได้ง่าย ๆ ผ่านแอปฯ ทรูมันนี่ วอลเล็ท อย่างสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

โอนเงินผ่านแอปฯ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ณ เดือนตุลาคม 2563 ระบุว่า มีชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานและพำนักอยู่ในประเทศไทยจำนวน 2.4 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนามราว 2.1 ล้านคน ซึ่งข้อมูลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ระบุว่ามากกว่าครึ่ง (52%) ของแรงงานกลุ่มนี้มีการส่งเงินกลับไปยังประเทศบ้านเกิดผ่านช่องทางนอกระบบหรือนายหน้ามากกว่าช่องทางในระบบ (34%) เช่น ธนาคาร หรือผู้ให้บริการโอนเงิน (money transfer operators: MTO)

ซึ่งปัจจุบันมีค่าธรรมเนียมเฉลี่ยที่ 150 บาทต่อรายการ โดยการสำรวจของกองทุนพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ (UNCDF) ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าเหตุผลที่แรงงานเหล่านี้เลือกใช้ช่องทางนอกระบบหรือนายหน้าในการโอนเงินก็เนื่องจากความเชื่อใจ สะดวก ยืดหยุ่นด้านเวลา และเข้าถึงมากกว่าช่องทางในระบบ แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้บริการก็ยังคงต้องเผชิญปัญหาเรื่องค่านายหน้าและความเสี่ยงต่อการสูญหาย

“ด้วยปัญหาที่ชาวเมียนมาร์ต้องเจอ ทรูมันนี่จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (FINTECH) มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ทางการเงินแบบ Cashless ของแรงงานชาวเมียนมาร์ที่ทำงานในประเทศไทย พร้อมสร้างแพลตฟอร์มโอนเงินกลับประเทศที่ผสานกับเครือข่ายเอเย่นต์และพันธมิตรอันแข็งแกร่งของเราในประเทศเมียนมาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกพวกเขาในการส่งเงินกลับหาครอบครัวและคนที่ห่วงใย ในแบบที่เข้าถึงง่าย ครอบคลุม ปลอดภัย และไม่มีค่าธรรมเนียมการโอน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเงินและมอบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าแก่พวกเขา

โดยนอกเหนือจากชาวเมียนมาร์ เรายังได้ขยายแพลตฟอร์มอีวอลเล็ทของเราเพื่อรองรับการให้บริการใช้จ่ายแก่ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ใช้จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบรับพันธกิจของเราในการพัฒนาและมอบนวัตกรรมทางการเงินเพื่อทำให้คุณภาพการใช้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น” ธัญญพงศ์ กล่าวสรุป

อ่านเพิ่มเติม: “ธนาคารทิสโก้” เปิดทริคเลือกประกันสุขภาพฉบับมนุษย์เงินเดือน


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP