จับตาสงครามอิสราเอล หวั่นกระทบการค้า 4 หมื่นล้าน - Forbes Thailand

จับตาสงครามอิสราเอล หวั่นกระทบการค้า 4 หมื่นล้าน

สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยจับตาใกล้ชิดสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ห่วงทวีความรุนแรงและขยายวงกระทบการค้า 4 หมื่นล้าน แนะผู้ประกอบการจับตาใกล้ชิดและวางแผนบริหารความเสี่ยง ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคแตะระดับสูงสุดรอบ 42 เดือน


    สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่อิสราเอล ทางหอการค้าไทย ขอแสดงเสียใจและห่วงใยต่อทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะคนไทยที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น อยากให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมถึงบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หากผู้ประกอบการมีการทำการค้ากับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ต้องมีความระมัดระวังเพราะอาจจะมีผลกระทบเพิ่มเติมหากมีการขยายวงกว้างขึ้นสำหรับความขัดแย้งครั้งนี้


    ปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศไทยกับอิสราเอล เบื้องต้นคาดว่าผลกระทบยังไม่มาก เพราะการค้าระหว่างกันน้อย อยู่ที่ประมาณ 856.84 ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ส.ค.66) ซึ่งทั้งปีคาดว่าอยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ประมาณ 0.2-0.3% ของการค้าทั้งหมดของไทยกับโลก แต่ปัจจุบันมีแรงงานไทยไปทำงานเยอะถึงประมาณ 30,000 คน ซึ่งรัฐบาลไทยได้เตรียมอพยพคนไทยไว้แล้ว ซึ่งหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะสามารถเจรจาเพื่อหาแนวทางแก้ไขและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติได้

    ด้านดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกองกำลังกลุ่มฮามาส เป็นความขัดแย้งที่จำกัดอยู่ใน 2 กลุ่ม ซึ่งผลกระทบทางตรงกับไทยที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือผลกระทบต่อชีวิตและความไม่แน่นอนทางรายได้ในปัจจุบันและในอนาคตของแรงงานไทยในอิสราเอล

    ส่วนการค้าและบริการ พบว่า ปัจจุบันไทยส่งออกไปยังอิสราเอลไม่มาก มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด เป็นคู่ค้าอันดับ 40 ของไทย ส่วนไทยนำเข้า 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งยังไม่กระทบกับระบบการขนส่ง ไม่มีการปิดประเทศ ตรงกันข้ามอิสราเอลอาจต้องการสินค้าบางชนิดจากไทยเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ จึงยังไม่กระทบกับการส่งออก

    ขณะที่นักท่องเที่ยวอิสราเอลมาไทยปีละกว่า 200,000 คน หรือ 1-2 หมื่นคนต่อเดือน ใช้จ่าย 10,000-40,000 บาทต่อคนต่อทริป หากเหตุการณ์จบเร็ว เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยรุนแรง หากมองภายใต้สมมุติฐานเกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิง ไม่มีการค้าขาย ไม่มีการท่องเที่ยว จะคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งปีราว 50,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำมากเพียง 0.2-0.3% ของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอย่างแน่นอน อาจกระทบเล็กน้อยบางส่วนในระยะสั้นเท่านั้น

    ขณะที่ผลกระทบทางอ้อม อาจทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้นเล็กน้อย และอาจเป็นช่วงระยะสั้น บวกกับรัฐบาลไทยยังบริหารจัดการราคาน้ำมันในประเทศอยู่

    “ประเมินว่าสถานการณ์การสู้รบไม่น่าจะยืดเยื้อ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการแทรกแซงจากบุคคลที่ 3 อีกทั้งปฏิบัติการในการตอบโต้ระหว่างสองฝั่งในครั้งนี้ คงต้องรอฟังเสียงนานาชาติ ว่าจะมีแรงกดดันในมิติใดบ้าง” ดร.ธนวรรธน์กล่าว

    ทั้งนี้ ด้วยข้อจำกัดทางพื้นที่ของฮามาส เชื่อว่าการตอบโต้จะไม่ยาวนาน ที่สำคัญคือ ความสัมพันธ์ของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล กับ สหรัฐอเมริกา รวมถึงการที่จีนเป็นกาวใจเชื่อมสัมพันธ์ระหว่าง ซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ คาดว่าจะมีระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน


ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดรอบ 42 เดือน

    วันเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนกันยายน 2566 พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 58.7 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 42 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และรัฐบาลจัดทำนโยบายลดค่าครองชีพโดยลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมัน ตลอดจนมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง

    อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่งผลลบต่อการส่งออกของไทยทำให้การส่งออกในช่วงนี้หดตัวลง และมีผลกระทบในเชิงลบต่อกำลังซื้อของประชาชนในทุกภูมิภาค



อ่านเพิ่มเติม : อิสราเอลเข้าสู่สงคราม จับตาผลกระทบไทย

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine