เมื่อ Jakarta ไม่ใช่เมืองเดียวที่กำลังจะจม - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other >
  • เมื่อ Jakarta ไม่ใช่เมืองเดียวที่กำลังจะจม

เมื่อ Jakarta ไม่ใช่เมืองเดียวที่กำลังจะจม

หลังประธานาธิบดี Joko Widodo แห่งอินโดนีเซีย ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า อินโดนีเซียกำลังเตรียมย้ายเมืองหลวงจาก Jakarta ที่ตั้งอยู่บนเกาะชวา ไปยังพื้นที่บนเกาะบอร์เนียวแทน จากความกังวลเรื่องความแออัดของเมือง และการที่ Jakarta กำลังจมสู่ทะเลชวาอย่างรวดเร็ว

โดย World Economic Forum รายงานว่า Jakarta เป็นหนึ่งในเมืองที่กำลังจมอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และการดึงน้ำใต้ดินมาใช้มากเกินไป

แต่เมืองที่กำลังจะกลายเป็นอดีตเมืองหลวงของอินโดนีเซียแห่งนี้ไม่ใช่เมืองเดียวที่ประสบปัญหาดังกล่าว ลองไปดูเมืองเหล่านี้ที่กำลังประสบความเสี่ยงเดียวกับ Jakarta กัน

 

Houston

Houston คล้ายกับ Jakarta ตรงที่แผ่นดินของเมืองนี้เริ่มจมน้ำมาหลายทศวรรษแล้ว ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากการดึงน้ำใต้ดินมาใช้มากเกินไป

โดย Houston Chronicle รายงานอ้างข้อมูลผลสำรวจของ US Geological Survey ระบุว่า หลายพื้นที่ใน Harris County ซึ่งรวมถึง Houston ด้วยนั้น จมลงระหว่าง 10-12 ฟุต (ราว 3 เมตร) ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1920 โดยพื้นที่ดังกล่าวจมลงอย่างต่อเนื่องสูงสุด 2 นิ้ว/ปี ซึ่งเป็นจำนวนที่สามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการสร้างเขตพิเศษที่จะมีการควบคุมการดึงน้ำบาดาลมาใช้ในปี 1975 แต่ก็พบปัญหาคือเอกชนยืนกรานในการเป็นเจ้าของบ่อ และซัพพลายเออร์น้ำก็ยังดึงน้ำออกมาใช้อย่างต่อเนื่อง

 

Lagos

Photo Credit : AFP

เมือง Lagos ตั้งอยู่บนชายฝั่งของไนจีเรีย ซึ่งมีการก่อสร้างเมืองทั้งบริเวณพื้นที่แผ่นดินใหญ่และเกาะ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ ภูมิศาสตร์ของ Lagos ทำให้มันเป็นเมืองที่มีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมและชายฝั่งถูกกัดเซาะอยู่แล้ว ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจากสาเหตุภาวะโลกร้อนจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการจมของเมืองนี้ด้วย

การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2012 เผยให้เห็นว่า เนื่องจากชายฝั่งของไนจีเรียต่ำมาก ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพียง 3-9 ฟุต (ราว 1-3 เมตร) จะส่งผลร้ายต่อกิจกรรมของมนุษย์ในภูมิภาคเหล่านี้

ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นในปีนี้พบว่าภายในศตวรรษนี้ ระดับน้ำทะเลของโลกจะสูงขึ้นมากกว่า 6 ฟุต (2 เมตร)

 

New Orleans

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 พื้นที่หนึ่งในสามของ New Orleans ก็อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลแล้ว และเมื่อพายุแคทรินาเข้าถล่ม New Orleans ในปี 2005 พื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลก็เพิ่มขึ้นเป็นครึ่งหนึ่ง

เมืองนี้มีความเสี่ยงต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพราะมันถูกสร้างขึ้นบนแผ่นดินที่การเกาะตัวของดินค่อนข้างหลวม และอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับชายฝั่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หลายคนพบว่าเมืองนี้จมลงในอัตรา 0.39 นิ้ว/ปี (1 เซนติเมตร/ปี)

 

Beijing

งานวิจัยในปี 2016 แสดงให้เห็นว่า บางพื้นที่ของ Beijing กำลังจมลงในอัตราที่สูงถึง 4 นิ้ว/ปี (10 เซนติเมตร/ปี)

ทั้งนี้ นักวิจัยหลายคนระบุว่า สาเหตุที่เมืองนี้กำลังจมนั้นมาจากการดึงน้ำบาดาลออกมาใช้ ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกันกับ Jakarta และ Houston

โดย Beijing ซึ่งเป็นเมืองที่ไม่ได้อยู่ในแนวชายฝั่ง อาศัยน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำหลักของเมือง ดังนั้น การดึงน้ำที่สะสมมาหลายปีออกไปใช้เป็นจำนวนมากจึงนำไปสู่การจมของเมืองนั่นเอง

 

Washington

Washington เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา และมันกำลังจมด้วย

โดยงานวิจัยในปี 2015 แสดงให้เห็นว่าเมืองหลวงของประเทศมหาอำนาจจะจมลงมากกว่า 6 นิ้ว (15 เซนติเมตร) ในอีก 100 ปีข้างหน้า แต่ต่างจาก Jakarta ตรงที่การจมของ Washington ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำบาดาลหรือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น แต่มาจากแผ่นน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งยุคสุดท้าย

โดยแผ่นน้ำแข็งที่สูงเป็นไมล์นั้นดันดินแดนใต้อ่าว Chesapeake ให้สูงขึ้น และเมื่อแผ่นน้ำแข็งละลาย แผ่นดินนั้นก็จะตกลงมา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวกำลังค่อยๆ จมลงจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งที่กินเวลาหลายพันปี และตอนนี้เป็นช่วงสุดท้ายของการละลายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำทะเลที่อ่าว Chesapeake ก็กำลังเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้กำลังจม

 

ที่มา

 

แปลและเรียบเรียงโดย กนกวรรณ มากเมฆ / Online Content Creator


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP