ดอยช้าง กาแฟไทยในเวทีโลก - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

ดอยช้าง กาแฟไทยในเวทีโลก

บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์

เรียบเรื่องใหม่ จากงานเขียนโดย:บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์  ภาพ:ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล

เมล็ดกาแฟดอยช้างจากที่ราบสูงทางเหนือของไทย ส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วทุกมุมโลก ท่ามกลางความมุ่งมั่นของชุมชนชาวเขาผู้ผลิตที่ยึดมั่นทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผลิตสินค้าคุณภาพ ไม่ทำเกินกำลัง อีกทั้งคืนกำไรที่ได้สู่ชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการทำงาน

เราเริ่มต้นด้วยกัน 3 คน บริษัทนี้เกิดจากคนบ้า…จุดแข็งคนละแบบ ความบ้าคนละแบบ” พิษณุชัย แก้วพิชัย นักธุรกิจโรงแรมมากประสบการณ์ และ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของกาแฟ “ดอยช้าง” ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบยามค่ำบนยอดเขา อากาศเย็น ท้องฟ้าโปร่ง เต็มไปด้วยหมู่ดาวส่องแสงระยิบระยับ ที่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

“ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลยในธุรกิจ รู้เพียงแต่ว่าทำอย่างไรให้กาแฟอราบิก้าที่ชุมชนอาข่าปลูกขายได้” ปณชัย พิสัยเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฯ และอดีตผู้ใหญ่บ้านชาวอาข่า กล่าวเสริมถึงจุดเริ่มปั้นกาแฟดอยช้างจากศูนย์จนขึ้นแท่นเป็นกาแฟพรีเมียมระดับโลก มีกลิ่นหอมคงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ปณชัย นำปัญหาขาดช่องทางจัดจำหน่าย ปรึกษา วิชา พรหมยงค์  (อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัทฯ ผู้เสียชีวิตเมื่อต้นปี 2557) หนุ่มเมืองหลวงที่มีเพื่อนพ้องมากมายทั้งในไทยและนอกประเทศ จากนั้นวิชาขอให้พิษณุชัย ช่วยอีกแรง พิษณุชัยมิรีรอเขียนแผนธุรกิจขึ้น โดยเน้นแบบ “สุดซอย” หรือ “from earth to cup” นำไปสู่การเปิดตัว “กาแฟดอยช้าง” ในปี 2546

แต่แผนธุรกิจที่วางไว้ย่อมไม่ง่ายอย่างใจคิด มีปัญหาให้คบคิดตั้งแต่เงินทุนซึ่งคาดหวังไว้กลับถูกปฏิเสธ แม้ได้เงินกู้มาแล้ว ปัญหาจากการหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าจึงเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากรสนิยมนักดื่มกาแฟคนไทย จึงต้องหันไปพึ่งพาตลาดต่างประเทศแทน โดยมีไต้หวันเป็นตลาดแรกในปี 2547 และได้รับการตอบรับพอสมควร แต่การจะไปไกลสู่เวทีโลกมีด่านสำคัญยิ่งกว่าเพื่อไปสู่เวทีโลก

จนกระทั่งปี 2549 บริษัทฯ เริ่มตั้งหลักได้อย่างจริงจัง พัฒนาตัวเอง ร่วมลงทุนกับนักลงทุนต่างประเทศ การเปิดขายแฟรนไชส์ การขายเมล็ดกาแฟดิบ โดยตั้งเป้าเปิดร้านกาแฟดอยช้างในต่างแดนกว่า 200 ร้านทั่วโลก ทั้งยังร่วมลงทุนกับ บริษัทในเครือบริษัท สิงห์คอร์ปอเรชัน จำกัด และบริหารบริษัทในกลุ่มดอยช้างในธุรกิจกาแฟ

“เราพยายามทำร้านกาแฟ โดยไฮไลต์ไปที่ตัวกาแฟ ไม่ใช่ตัวร้าน เราทำแฟรนไชส์ขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าได้บริโภคกาแฟของเราที่มีคุณภาพ เราไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นทำร้านขึ้นมาสร้างแบรนด์ จากนั้นซื้อกาแฟใครก็ได้แล้วทำแฟรนไชส์ ขายแมเนจเมนต์ เขาไม่ได้ผลิตกาแฟเอง แต่เราผลิตเอง” พิษณุชัยกล่าว และกล่าวอีกว่า “ทุกวันนี้ เก็บเท่าไร ก็ไม่พอขาย”


คลิ๊กอ่าน “ดอยช้าง กาแฟไทยในเวทีโลก” ฉบับเต็มได้ที่ FORBES THAILAND ฉบับ MAY 2015

BACK TO TOP