กาลครั้งหนึ่งของศิลปินแร็ป...นักล่าฝัน "21 Savage" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • Leaderboard >
  • กาลครั้งหนึ่งของศิลปินแร็ป…นักล่าฝัน “21 Savage”

กาลครั้งหนึ่งของศิลปินแร็ป…นักล่าฝัน “21 Savage”

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
11 Apr 2020 | 10:30 am 1454

ศิลปินแร็ป 21 Savage เคยมีชื่อติดโผผู้ทรงอิทธิพล Forbes Under 30 ในวัยเด็ก เขาคือผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในประเทศโดยไม่มีเอกสารรับรองสถานะแต่ในวันนี้ เขาคือแรงบันดาลใจให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ

หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ She’yaa Bin Abraham Joseph ศิลปินแร็ปที่รู้จักในวงการในนาม “21 Savage” และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ด้วย ไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายผู้อพยพของประธานาธิบดี Trump กลางรายการ Tonight Show ของ Jimmy Fallon เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว เขาก็โดนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐอเมริกากักตัวไว้นาน 10 วัน

Abraham-Joseph เกิดที่สหราชอาณาจักรก่อนที่เขากับครอบครัวจะย้ายมาอยู่ Atlanta ตอนอายุได้ 7 ขวบ และอาศัยอยู่ในประเทศเกินระยะเวลาที่ระบุในวีซ่าหลายปีเลยทีเดียว ในการให้สัมภาษณ์กับ Forbes เมื่อเดือนตุลาคม ศิลปินหนุ่มวัย 27 ปีกล่าวถึง Trump ว่า “เขาเป็นพวกอันธพาลไม่สนใจไยดีอะไรทั้งนั้น”

21 Savageมีชื่อในการจัดอันดับ Forbes Under 30 ในปี 2019 เขาคือ “นักล่าฝัน (Dreamer)” ตัวจริง เขาเป็นหนึ่งในประชากรราว 3.6 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ หลังจากที่เดินทางเข้าประเทศโดยไม่มีเอกสารรับรองสถานะขณะเป็นเยาวชน

โดยคนกลุ่มนี้เกือบ 800,000 คน เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด (เกณฑ์ทหารจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ฯลฯ) และผ่านการอนุมัติเข้าโครงการ Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) ของประธานาธิบดี Obama ซึ่งเป็นโครงการที่ Trump ต้องการจะยกเลิก (เมื่อไม่นานมานี้เขาบอกว่า นักล่าฝันบางคนก็ไม่ได้ “เป็นเด็กเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว” และยังเป็น “พวกอาชญากรหัวรั้นและเลือดเย็น”) และศาลฎีกาจะวินิจฉัยโครงการในปีนี้

“แม้ว่าจะมีหลายคนอยากให้พวกเราฝันสลายแต่พวกเราก็ยังได้ดิบได้ดี” Sarahi Espinoza Salamanca วัย 30 ปีกล่าว เธอเป็นอีกหนึ่งนักล่าฝันที่ติดโผการจัดอันดับ Forbes Under 30 เมื่อปี 2016 “พวกเรากำลังได้เป็นหมอ เป็นครู ทนายความ วิศวกร ผู้ประกอบการ และอะไรดีๆ อีกมากมาย”

รวมถึงบรรดาศิลปินฮิปฮอปทั้งหลายด้วยแต่แน่นอนว่า ศิลปินผู้นี้ทำได้ดีกว่าเพื่อนร่วมอาชีพส่วนใหญ่ ในช่วงที่ถูกกักตัวรายได้ของเขาจากการแสดงคอนเสิร์ตกลางคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000 เหรียญ ก่อนจะเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัวนับแต่นั้นมา หลังจากที่เขากลายเป็นกระบอกเสียงไปแล้ว

“ผมกลายเป็นต้นแบบ คนที่ไม่คิดมาก่อนว่า มันจะกระทบต่อบางคนก็จะบอกว่า เฮ้ย…เขายังโดนเลย ใครจะคิดล่ะ


คลิกอ่านบทความทรงคุณค่าได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

สรพหล นิติกาญจนา

BACK TO TOP