ส่องดู 10 อันดับความมั่งคั่งของเหล่ามหาเศรษฐีอินเดียในปี 2026 โดย Gautam Adani และครอบครัว ขยับจากอันดับ 2 ของปีก่อน ขึ้นมาครองแชมป์ในปีนี้ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.12 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ Mukesh Ambani จึงร่วงลงไปอยู่อันดับ 2 แทน ขณะที่ Savitri Jindal & family ซึ่งเป็นสตรีคนเดียวยังคงครองอันดับ 3 ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน
ในปี 2026 ทั้งเงินรูปีและตลาดหุ้นต่างปรับตัวลดลง 8.5% และ 9.5% ตามลำดับ เหล่ามหาเศรษฐีเจ้าพ่อธุรกิจของอินเดียกลับยังคงรักษาทรัพย์สินแห่งความมั่งคั่งเอาไว้ได้ โดยทรัพย์สินรวมของพวกเขายังอยู่ที่ราวๆ 1 ล้านล้านเหรียญ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของปี 2025
แต่ทว่าความมั่งคั่งของ Gautam Adani และครอบครัว ได้ขยับจากอันดับ 2 ของปีก่อน ขึ้นมาครองแชมป์มหาเศรษฐีของอินเดียในปีนี้ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินจาก 9.2 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 1.12 แสนล้านเหรียญ
ส่วน Mukesh Ambani ที่เคยครองแชมป์ปีก่อน ร่วงหล่นลงมาอยู่อันดับ 2 แทน จากเดิมที่เคยมีทรัพย์สินมูลค่า 1.05 แสนล้านเหรียญ ก็ลดลงมาเหลือ 8.63 หมื่นล้านเหรียญ
ขณะที่ Savitri Jindal และครอบครัว มหาเศรษฐินีซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียวของ 10 อันดับ ยังคงครองอันดับ 3 ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ทรัพย์สินที่มีอยู่ 3.98 หมื่นล้านเหรียญในปีนี้ จะลดลงจาก 4.02 หมื่นล้านเหรียญในปีก่อนก็ตาม
นอกจากนี้ Lakshmi Mittal ที่ไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับของปีก่อน ขึ้นมาผงาดอยู่ในอันดับ 4 และ Hinduja family ติดโผเข้ามาอยู่ในอันดับ 10 จึงทำให้ Radhakishan Damani & family ที่เคยติดอยู่ในอันดับ 6 และ Bajaj Family ที่เคยติดอยู่อันดับ 8 ของปีก่อนต้องกระเด็นหลุดโผไป

1. Gautam Adani และครอบครัว
ทรัพย์สิน : 1.12 แสนล้านเหรียญ ธุรกิจ : หลากหลาย

Gautam Adani ดำรงตำแหน่งประธานของ Adani Group โดยกลุ่มบริษัทมีการลงทุนในหลากหลายธุรกิจ อาทิ ท่าเรือ สนามบิน การผลิตและส่งไฟฟ้า พลังงานสะอาด ปูนซีเมนต์ และอสังหาริมทรัพย์
Adani ขยายธุรกิจจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงบริษัทซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 1988 เข้าสู่ภาคธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการเข้าซื้อกิจการโดยใช้เงินทุนจากการก่อหนี้ และการสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ Narendra Modi นายกรัฐมนตรีของอินเดีย
Adani เป็นผู้บริหารจัดการสนามบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดียโดยดูแลสนามบินถึง 8 แห่ง และยังเป็นผู้บริหารท่าเรือ Mundra ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีขีดความสามารถในการรองรับสินค้ามากที่สุดในอินเดีย โดยตั้งอยู่ในรัฐ Gujarat อันเป็นบ้านเกิดของเขา
ในปี 2022 Adani ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ที่สุดอันดับสองของอินเดีย (วัดจากกำลังการผลิต) หลังจากเข้าซื้อกิจการในอินเดียของ Holcim บริษัทสัญชาติสวิส ด้วยมูลค่า 6.4 พันล้านเหรียญ
ต่อมาในปี 2023 Hindenburg Research บริษัทจากสหรัฐฯ ที่ทำธุรกิจเก็งกำไรจากการขายชอร์ต (short seller) ได้กล่าวหา Adani และบริษัทในเครือว่ามีการฉ้อโกงทางการเงินและปั่นหุ้น
ทาง Adani Group ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทั้งหมด และในเดือนกันยายน 2025 หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของอินเดียระบุว่าไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นเป็นความจริง
2. Mukesh Ambani
ทรัพย์สิน : 8.63 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : หลากหลาย

Mukesh Ambani ดำรงตำแหน่งประธานและบริหารงาน Reliance Industries ซึ่งมีรายได้ 1.25 แสนล้านเหรียญ และดำเนินธุรกิจหลากหลายด้าน ทั้งปิโตรเคมี น้ำมันและก๊าซ โทรคมนาคม ค้าปลีก สื่อ และบริการทางการเงิน
Reliance ก่อตั้งขึ้นในปี 1966 โดย Dhirubhai Ambani บิดาผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งเดิมเป็นพ่อค้าขายเส้นด้าย โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตสิ่งทอขนาดเล็ก หลังจากบิดาเสียชีวิตในปี 2002 Ambani และ Anil น้องชายของเขาได้แบ่งอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวกัน
Jio ซึ่งเป็นธุรกิจโทรคมนาคมและบรอดแบนด์ของ Reliance มีฐานผู้ใช้บริการมากกว่า 500 ล้านราย และ Ambani เคยกล่าวไว้ว่าเขามีแผนจะนำธุรกิจนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2026
ทั้งนี้ ในปี 2023 Reliance ได้นำ Jio Financial Services ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการเงินเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วเรียบร้อย
บุตรทั้งสามคนของ Ambani ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการของ Reliance ในปี 2023 โดย Akash บุตรชายคนโตเป็นผู้นำธุรกิจ Jio, Isha บุตรสาวดูแลธุรกิจค้าปลีกและบริการทางการเงิน และ Anant บุตรชายคนเล็กดูแลธุรกิจด้านพลังงาน
ล่าสุดในปี 2026 Ambani ได้ประกาศแผนการลงทุนระยะเวลา 7 ปี มูลค่า 1.1 แสนล้านเหรียญเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วประเทศ
3. Savitri Jindal และครอบครัว
ทรัพย์สิน : 3.98 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : โลหะและเหมืองแร่

ธุรกิจของ Savitri Jindal และครอบครัว ได้แก่ O.P. Jindal Group ซึ่งดำเนินธุรกิจหลากหลายสาขา อาทิ เหล็ก พลังงาน ปูนซีเมนต์ และโครงสร้างพื้นฐาน โดย Savitri Jindal ภรรยาหม้ายของผู้ก่อตั้ง Om Prakash Jindal ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท
หลังจาก Om Prakash Jindal เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในปี 2005 กิจการต่างๆ ของกลุ่มบริษัทได้ถูกแบ่งสรรให้แก่บุตรชายทั้ง 4 คน ซึ่งปัจจุบันต่างแยกกันบริหารงานอย่างอิสระ
สินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดของกลุ่มบริษัทอยู่ภายใต้การดูแลของ Sajjan Jindal บุตรชายซึ่งประจำอยู่ที่มุมไบ โดยเขารับผิดชอบดูแลกิจการต่างๆ เช่น JSW Steel, JSW Cement และ JSW Paints
ในปี 2024 Sajjan Jindal ได้จัดตั้งกิจการร่วมค้าด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ร่วมกับ MG Motor ซึ่งมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้วถึง 100,000 คัน และในปี 2025 เขาก็นำบริษัท JSW Cement เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ส่วน Naveen บุตรชายคนเล็กซึ่งประจำอยู่ที่เดลี เป็นผู้บริหารบริษัท Jindal Steel & Power โดยในเดือนมีนาคม 2024 เขาได้ลาออกจากพรรค Congress และย้ายไปเข้าร่วมกับพรรค Bharatiya Janata Party
4. Lakshmi Mittal
ทรัพย์สิน : 3.47 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : โลหะและเหมืองแร่

Lakshmi Mittal ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ ArcelorMittal บริษัทผู้ผลิตเหล็กและทำเหมืองแร่รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (วัดจากปริมาณผลผลิต) ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 6.13 หมื่นล้านเหรียญ โดยมี Aditya บุตรชายของเขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มาตั้งแต่ปี 2021
Mittal เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเหล็ก เขาได้แยกตัวออกมาจากพี่น้องเพื่อก่อตั้งบริษัท Mittal Steel ก่อนจะควบรวมกิจการกับบริษัท Arcelor ของฝรั่งเศสในปี 2006
ในปี 2025 ArcelorMittal ได้รายงานกำไรสุทธิมูลค่า 3.15 พันล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 142% จากระดับ 1.3 พันล้านเหรียญในปี 2024
แม้จะพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรมาอย่างยาวนาน แต่ Mittal ได้ย้ายฐานที่อยู่ไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามหลังกลุ่มเศรษฐีจำนวนมากที่ย้ายออกไป เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีรูปแบบใหม่ของสหราชอาณาจักร
เดือนพฤษภาคมที่่ผ่านมา เขาได้ตกลงเข้าซื้อทีมคริกเก็ต Rajasthan Royals ในลีก Indian Premier League ด้วยมูลค่า 1.65 พันล้านเหรียญ ร่วมกับ Adar Poonawalla บุตรชายของ Cyrus Poonawalla มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยจากธุรกิจวัคซีน
5. Sunil Mittal และครอบครัว
ทรัพย์สิน : 3.29 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : โทรคมนาคม

Sunil Mittal เจ้าพ่อวงการโทรคมนาคม "Bharti Airtel" ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยมีฐานลูกค้ากว่า 600 ล้านรายทั้งในอินเดียและแอฟริกา
Airtel ซึ่งมี SingTel เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ต้องแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Reliance Jio ของ Mukesh Ambani และ Vodafone Idea ของ Kumar Birla
ในปี 2022 Google ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 1 พันล้านเหรียญ ใน Bharti Airtel โดยเงินจำนวน 700 ล้านเหรียญใช้สำหรับการเข้าถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัท
Bharti Global ของ Mittal ซึ่งบริหารงานโดย Shravin บุตรชายของเขา ได้เข้าไปลงทุนใน OneWeb ผู้ให้บริการดาวเทียมสัญชาติอังกฤษ ต่อมาในปี 2023 OneWeb ได้ควบรวมกิจการกับ Eutelsat ของฝรั่งเศส และ Mittal ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการร่วม
ปี 2024 Bharti Global ได้เข้าถือหุ้นสัดส่วน 24.5% ใน BT Group ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของสหราชอาณาจักร และ Mittal ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริษัทในเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา
6. Cyrus Poonawalla
ทรัพย์สิน : 2.84 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : การแพทย์และสุขภาพ

Cyrus Poonawalla บุตรชายของนักเพาะพันธุ์ม้า ได้ก่อตั้งบริษัท Serum Institute of India ขึ้นในปี 1966 และพัฒนาจนกลายเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก (เมื่อวัดจากจำนวนโดสที่ผลิต)
บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองปูเน่ (Pune) ใกล้กับเมืองมุมไบ โดยผลิตวัคซีนหลากหลายชนิดรวมกันมากกว่า 1.5 พันล้านโดสต่อปี ซึ่งรวมถึงวัคซีนป้องกันโรคหัด โปลิโอ และไข้หวัดใหญ่
ภายใต้การนำของ Adar บุตรชายผู้สำเร็จการศึกษาจากสหราชอาณาจักรและดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท Serum ได้ลงทุนเป็นเงิน 800 ล้านเหรียญในช่วงวิกฤตการระบาดใหญ่เพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเมืองปูเน่สำหรับผลิตวัคซีนโควิด-19
ทรัพย์สินของ Poonawalla รวมถึงการถือหุ้นใหญ่ในบริษัทให้บริการทางการเงินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่าง Poonawalla Fincorp และการถือหุ้นในโรงแรม The Ritz-Carlton ในเมืองปูเน่
ปี 2023 Adar บุตรชายของเขาได้ซื้อ Aberconway House ซึ่งเป็นคฤหาสน์หรูในย่าน Mayfair ของกรุงลอนดอน ด้วยราคา 138 ล้านปอนด์ และในปี 2026 เขาได้เข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 18% ในทีมคริกเก็ต Rajasthan Royals ด้วยมูลค่า 300 ล้านเหรียญ
7. Shiv Nadar
ทรัพย์สิน : 2.74 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : เทคโนโลยี

Shiv Nadar ผู้บุกเบิกวงการไอทีของอินเดีย ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท HCL ขึ้นในโรงรถเมื่อปี 1976 ร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน เพื่อผลิตเครื่องคิดเลขและไมโครโปรเซสเซอร์
ปัจจุบัน HCL Technologies ของเขา มีรายได้สูงถึง 1.45 หมื่นล้านเหรียญ จัดเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่สุดของอินเดีย
ปี 2020 เขาได้ก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการของ HCL Technologies และส่งมอบตำแหน่งดังกล่าวให้กับ Roshni Nadar Malhotra บุตรสาวของเขา โดยปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์
HCL Technologies มีพนักงานกว่า 223,000 คนใน 60 ประเทศทั่วโลก มีนโยบายรับผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเข้าทำงานและจัดการฝึกอบรมทักษะให้ในระหว่างการปฏิบัติงานจริง
เดือนมีนาคม 2025 Nadar ได้โอนหุ้นจำนวนหนึ่งในบริษัทด้านการลงทุนของเขา ซึ่งถือหุ้นอยู่ในบริษัทหลักที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้กับ Roshni บุตรสาวของเขา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการส่งต่อธุรกิจ
8. Dilip Shanghvi และครอบครัว
ทรัพย์สิน : 2.63 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : การแพทย์และสุขภาพ

Dilip Shanghvi บุตรชายของผู้จัดจำหน่ายยา ได้ยืมเงินจำนวน 200 เหรียญจากบิดาเพื่อก่อตั้งบริษัท Sun Pharmaceutical Industries ในปี 1983 โดยมุ่งเน้นการผลิตยาสำหรับรักษาโรคทางจิตเวช
ปัจจุบัน บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนด้านเภสัชกรรมที่มีมูลค่าสูงสุดของอินเดีย และมีรายได้สองในสามจากยอดรวมรายปีที่ 6.1 พันล้านเหรียญมาจากตลาดต่างประเทศ
Shanghvi ขยายธุรกิจของ Sun ผ่านการเข้าซื้อกิจการอย่างชาญฉลาดหลายครั้ง โดยดีลที่ใหญ่ที่สุดคือการเข้าซื้อ Ranbaxy Laboratories ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ด้วยมูลค่า 4 พันล้านหรียญในปี 2015
เดือนพฤษภาคม 2025 Sun Pharma ได้เข้าซื้อกิจการ Checkpoint Therapeutics บริษัทผู้ผลิตยารักษามะเร็งผิวหนังจากสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่า 355 ล้านเหรียญ
ถัดมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Aalok บุตรชายของเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ Sun Pharma
9. Kumar Birla
ทรัพย์สิน : 2.32 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : หลากหลาย

Kumar Birla เจ้าพ่อธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นผู้บริหารรุ่นที่ 4 ของ Aditya Birla Group กลุ่มธุรกิจระดับตำนานที่มีรายได้สูงถึง 6.7 หมื่นล้านเหรียญ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้มาจากธุรกิจนอกประเทศอินเดีย ซึ่งกลุ่มบริษัทมีการดำเนินงานครอบคลุมถึง 40 ประเทศทั่วโลก
ธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีความหลากหลาย ตั้งแต่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ สิ่งทอ และอะลูมิเนียม ไปจนถึงโทรคมนาคม บริการทางการเงิน และสีทาอาคาร อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้ขยายเข้าสู่ภาคธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจเครื่องประดับแบรนด์เนมและธุรกิจการบริการ (hospitality)
Birla สำเร็จการศึกษาจาก London Business School และเป็นนักบัญชีวิชาชีพ (Chartered Accountant) ได้รับช่วงต่ออาณาจักรธุรกิจของครอบครัวเมื่ออายุ 28 ปี ภายหลังการเสียชีวิตของ Aditya Birla ผู้เป็นบิดา ในปี 1995
ปี 2021 เขาได้ก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการของ Vodafone Idea บริษัทโทรคมนาคมที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้สิน ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง Idea Cellular ของเขาและ Vodafone India เมื่อปี 2018
ต่อมาในปี 2023 Ananya บุตรสาว และ Aryaman บุตรชายของเขา ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของบริษัท Grasim และ Aditya Birla Fashion and Retail
10. ครอบครัว Hinduja
ทรัพย์สิน : 2.12 หมื่นล้านเหรียญ ธุรกิจ : หลากหลาย

ครอบครัว Hinduja ผู้บริหาร Hinduja Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีธุรกิจหลากหลายสาขา นับตั้งแต่ธุรกิจรถบรรทุกและน้ำมันหล่อลื่นไปจนถึงธุรกิจธนาคารและเคเบิลทีวี
Gopichand Hinduja (ผู้ล่วงลับ) ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่สอง ได้เข้ารับตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัทต่อจาก Srichand Hinduja พี่ชายของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2023 โดยตัว Gopichand เองได้เสียชีวิตลงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025
ครอบครัวนี้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในกรุงลอนดอน รวมถึงโรงแรม Raffles London ซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร Old War Office อันเก่าแก่ย่าน Whitehall และได้เปิดให้บริการอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนกันยายน ปี 2023
ขณะที่ครอบครัวของ Gopichand (ผู้ล่วงลับ) พำนักอยู่ในลอนดอน Prakash น้องชายของเขาอาศัยอยู่ในโมนาโก ส่วน Ashok น้องชายคนสุดท้อง (ในภาพ) เป็นผู้ดูแลกิจการในอินเดียโดยประจำอยู่ที่เมืองมุมไบ
แปลและเรียบเรียงจากบทความ : India’s 100 Richest 2026
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : อัปเดตความมั่งคั่ง 10 อันดับ "มหาเศรษฐีอินเดีย" ประจำปี 2025
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


