10 มหาเศรษฐีมาเลเซีย ปี 2026 เจ้าสัว “Robert Kuok” ยังครองอันดับ 1 ในวัย 102 ปี

10 มหาเศรษฐีมาเลเซีย ปี 2026 เจ้าสัว “Robert Kuok” ยังครองอันดับ 1 ในวัย 102 ปี

Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีมาเลเซีย ประจำปี 2026 ผลจากเงินริงกิตแข็งค่า ตลาดหุ้นคึกคัก ดันความมั่งคั่งเจ้าสัวพุ่ง มูลค่ารวมกันกว่า 1.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ อันดับ 1 ยังคงเป็น “Robert Kuok” วัย 102 ปี ผู้ก่อตั้ง Kuok Group และเครือโรงแรม Shangri-La


    เศรษฐกิจมาเลเซียที่ขยายตัว 5.2% ในปี 2025 ประกอบกับเงินริงกิตที่แข็งค่าขึ้น และตลาด IPO ที่คึกคัก ซึ่งมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่รวม 60 แห่งในปีที่ผ่านมา กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ความมั่งคั่งรวมของมหาเศรษฐีมาเลเซียเพิ่มขึ้นเกือบ 30% แตะ 1.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และเกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับของ Forbes ในปีนี้ยังได้ขยับขึ้นเป็น 422 ล้านเหรียญ จาก 335 ล้านเหรียญในปีก่อนด้วย

    บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศยังคงเป็น Robert Kuok เจ้าสัวระดับตำนานวัย 102 ปี แห่งอาณาจักร Kuok Group ซึ่งทำธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่ด้านเกษตร โรงแรม ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 19% มาอยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านเหรียญ

    อันดับ 2 เป็นของ Koon Poh Keong และพี่น้อง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาขึ้นมาอยู่ในอันดับนี้ พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นกลุ่มที่ทรัพย์สินเพิ่มมากที่สุดในเชิงมูลค่าด้วย โดยความมั่งคั่งพุ่งขึ้นถึง 80% แตะระดับ 9.7 พันล้านเหรียญ หลังหุ้นของ Press Metal Aluminium Holdings ผู้ผลิตอะลูมิเนียมครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับตัวขึ้น 73% จากปีก่อน ตามราคาของโลหะที่สูงขึ้น

    อันดับ 3 เป็นของสองพี่น้อง Lee Yeow Chor และ Lee Yeow Seng ด้วยทรัพย์สินรวม 8.5 พันล้านเหรียญ แม้จะมีธุรกิจหลักในฐานะผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม IOI Corp. แต่ทั้งคู่ยังสะสมพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และมีแผนนำ REIT เข้าจดทะเบียนทั้งในมาเลเซียและสิงคโปร์

    สำหรับการจัดอันดับในปีนี้มีมหาเศรษฐีถึง 41 คนที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Lee Thiam Wah ในอันดับที่ 6 ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 99 Speed Mart Retail Holdings ซึ่งทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 6.7 พันล้านเหรียญ หลังเปิดธุรกิจมินิมาร์ทเพิ่มอีก 259 สาขาในปี 2025 ส่งผลให้มีสาขารวมทั่วประเทศมากกว่า 3,000 แห่ง

    ด้านเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์อย่าง Jeffrey Cheah ก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 76% มาอยู่ที่ 5.3 พันล้านเหรียญ ในอันดับที่ 8 จากความเคลื่อนไหวสำคัญของ Sunway Group ที่แยกธุรกิจ Sunway Healthcare เข้าตลาดหุ้นในเดือนมีนาคม 2026 และระดมทุนได้ 732 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็น IPO ใหญ่ที่สุดของมาเลเซียในรอบเกือบ 10 ปี

    ในส่วนของมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่ติดอันดับ ปีนี้มีเพียง 2 รายเท่านั้น คนแรกคือ Lee Kar Whatt ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Eco-Shop Marketing เชนร้านค้าราคาประหยัดที่มีมากกว่า 400 สาขาทั่วมาเลเซีย โดยเข้ามาอยู่ในอันดับ 18 พร้อมทรัพย์สิน 1.5 พันล้านเหรียญ หลังนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเดือนพฤษภาคม 2025

    อีกรายคือตระกูล Tiong ในอันดับที่ 42 ด้วยทรัพย์สิน 655 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นทายาทของ Tiong Hiew King ผู้มีธุรกิจในน้ำมันปาล์ม อสังหาริมทรัพย์ และสื่อ ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาในวัย 90 ปี

    ทั้งนี้ มหาเศรษฐีที่กลับเข้ามาติดอันดับอีกครั้งในปีนี้มีเพียงรายเดียวเท่านั้น คือ Chu Jenn Weng ในอันดับที่ 47 ด้วยทรัพย์สิน 565 ล้านเหรียญ เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ViTrox บริษัทผลิตอุปกรณ์ตรวจสอบด้วยระบบภาพอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และบรรจุภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นกว่า 84% ในรอบปีที่ผ่านมา จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก


สำหรับ 10 อันดับ มหาเศรษฐีมาเลเซีย ประจำปี 2026 มีดังต่อไปนี้


1. Robert Kuok
ทรัพย์สิน 1.36 หมื่นล้านเหรียญ | ธุรกิจหลากหลายประเภท



    Robert Kuok เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในมาเลเซีย และเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจ Kuok Group ซึ่งมีการลงทุนครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งเครือโรงแรมระดับนานาชาติอย่าง Shangri-La Hotels and Resorts ที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 1971 ปัจจุบันบุตรหลานของเขาได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารธุรกิจต่างๆ ของกลุ่ม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ


2. Koon Poh Keong และพี่น้อง
ทรัพย์สิน 9.7 พันล้านเหรียญ | อุตสาหกรรมการผลิต



    Koon Poh Keong และน้องชายอีก 4 คน ร่วมกันก่อตั้งบริษัทที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Press Metal Aluminium Holdings ในปี 1986 โดยทั้ง 5 คนรวบรวมเงินทุนจาก 50,000 เหรียญ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจรีดขึ้นรูปอะลูมิเนียม ในช่วงเวลาที่มาเลเซียกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    ปัจจุบัน Press Metal เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทระดับโลก โดย Koon Poh Keong ดำรงตำแหน่ง Group CEO ขณะที่ Koon Poh Ming เป็นรองประธานบริหาร ส่วน Koon Poh Weng, Koon Poh Tat และ Koon Poh Kong ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร


3. Lee Yeow Chor และ Lee Yeow Seng
ทรัพย์สิน 8.5 พันล้านเหรียญ | อาหารและเครื่องดื่ม


    Lee Yeow Chor และ Lee Yeow Seng เป็นลูกชายของ Lee Shin Cheng ผู้ล่วงลับ ทั้งสองได้รับมรดกหุ้นในอาณาจักรธุรกิจน้ำมันปาล์มและอสังหาริมทรัพย์ IOI Group ที่พ่อของพวกเขาสร้างขึ้น ปัจจุบัน Lee Yeow Chor ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกลุ่มและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IOI Corporation ขณะที่ Lee Yeow Seng ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IOI Properties


4. Teh siblings
ทรัพย์สิน 7.7 พันล้านเหรียญ | การเงินและการลงทุน


    พี่น้องตระกูล Teh เป็นทายาทของ Teh Hong Piow นายธนาคารผู้ล่วงลับ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานธนาคารยักษ์ใหญ่ของมาเลเซียอย่าง Public Bank มานานหลายทศวรรษ โดย Teh Hong Piow ก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ในปี 1966 และเสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2022 ขณะอายุ 92 ปี นอกจากมาเลเซียแล้ว ธนาคารนี้ยังให้บริการลูกค้าหลายล้านรายในกัมพูชา จีน ฮ่องกง ศรีลังกา และเวียดนาม


5. Quek Leng Chan
ทรัพย์สิน 7.5 พันล้านเหรียญ | ธุรกิจหลากหลายประเภท


    Quek Leng Chan เป็นประธานบริหารของบริษัท Hong Leong Co. (Malaysia) ซึ่งมีธุรกิจด้านการเงิน อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ เขาได้รับมรดกทรัพย์สินส่วนหนึ่งจากบิดาซึ่งเป็นหนึ่งในพี่น้อง 3 คนที่ร่วมก่อตั้งกลุ่มธนาคารในช่วงทศวรรษ 1920


6. Lee Thiam Wah
ทรัพย์สิน 6.7 พันล้านเหรียญ | แฟชั่นและค้าปลีก


    Lee Thiam Wah เป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ 99 Speed Mart Retail Holdings ผู้ดำเนินธุรกิจมินิมาร์ทรายใหญ่ที่สุดของมาเลเซียเมื่อวัดจากจำนวนสาขา Lee เปิดร้านแรกของเขาในปี 1987 ก่อนขยายกิจการ และก่อตั้งเครือ Pasar Mini 99 ในปี 1992 ต่อมาในปี 2000 เขารวมเครือข่ายร้านค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องไว้ภายใต้แบรนด์ 99 Speedmart ซึ่งปัจจุบันขยายสู่ 3,000 สาขาแล้วทั่วประเทศ ทั้งนี้บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Bursa Malaysia ในปี 2024 และระดมทุนได้ 532 ล้านเหรียญ


7. Krishnan family
ทรัพย์สิน 6.5 พันล้านเหรียญ | ธุรกิจหลากหลายประเภท


    ตระกูล Krishnan คือทายาทของ Ananda Krishnan มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียผู้ล่วงลับ อดีตนักค้าน้ำมันผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านเหรียญขึ้นมาด้วยตนเอง โดยทรัพย์สินสำคัญของตระกูลประกอบด้วยการถือหุ้นในบริษัทโทรคมนาคม Maxis, บริษัทสื่อ Astro Malaysia Holdings และผู้ให้บริการด้านน้ำมันและก๊าซ Bumi Armada

    เจ้าสัวผู้ล่วงลับยังเป็นเจ้าของฟาร์มม้าแข่ง Kia Ora Stud ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งควบรวมกับ Vinery Stud ในปี 2023 จนกลายเป็นหนึ่งในกิจการม้าพันธุ์แท้ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ทั้งนี้บุตรชายเพียงคนเดียวของ Ananda Krishnan เป็นพระภิกษุอยู่ในประเทศไทย


8. Jeffrey Cheah
ทรัพย์สิน 5.3 พันล้านเหรียญ | อสังหาริมทรัพย์


    Jeffrey Cheah เป็นประธานบริหารของ Sunway Group ตลอดเวลากว่า 5 ทศวรรษ เขาพัฒนาบริษัทเหมืองดีบุกขนาดเล็กของตน จนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เฮลท์แคร์ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน

    Sunway Healthcare ระดมทุนได้ 736 ล้านเหรียญจากการเข้าตลาดหุ้นในเดือนมีนาคม 2026 โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาล 5 แห่ง และอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างพัฒนา และ Sunway กำลังพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 578 ล้านเหรียญร่วมกับผู้ให้บริการรถไฟชานเมืองของรัฐด้วย

    นอกจากนี้ ยังได้ขยายพอร์ตเข้าสู่ธุรกิจฟินเทค ด้วยการเข้าซื้อหุ้น 51% ในบริษัทข้อมูลเครดิต Credit Bureau Malaysia โดย Sarena ลูกสาว และ Adrian กับ Evan ลูกชายของเขา ต่างทำงานอยู่ในธุรกิจของครอบครัว


9. Francis Yeoh และพี่น้อง
ทรัพย์สิน 4.1 พันล้านเหรียญ | ก่อสร้างและวิศวกรรม


    Francis Yeoh เป็นผู้นำของ YTL บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นกัวลาลัมเปอร์ และก่อตั้งขึ้นในปี 1955 โดย Yeoh Tiong Lay บิดาผู้ล่วงลับ ซึ่ง Francis เป็นพี่คนโตจากพี่น้องทั้งหมด 7 คน และทุกคนมีบทบาทในการดูแลธุรกิจของครอบครัว

    ปัจจุบัน YTL มีการลงทุนทั่วโลก ทั้งธุรกิจปูนซีเมนต์ โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค บริษัทเป็นเจ้าของ PowerSeraya โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสิงคโปร์ รวมถึง The Ritz-Carlton Kuala Lumpur อีกทั้งยังร่วมทุนกับ Sea จนได้รับใบอนุญาตธนาคารดิจิทัลจากธนาคารกลางมาเลเซีย และกำลังลงทุน 3.3 พันล้านเหรียญเพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของมาเลเซียที่รัฐยะโฮร์ โดยเฟสแรกเปิดใช้งานแล้วในปี 2024


10. Syed Mokhtar AlBukhary
ทรัพย์สิน 3.5 พันล้านเหรียญ | ก่อสร้างและวิศวกรรม


    Syed Mokhtar AlBukhary เป็นนักธุรกิจที่ใช้ชีวิตค่อนข้างเรียบง่าย โดยเริ่มต้นจากการค้าข้าวหลังลาออกจากโรงเรียนมัธยม ปัจจุบันความมั่งคั่งส่วนใหญ่มาจากการถือหุ้นใน MMC ที่ทำธุรกิจด้านท่าเรือ โลจิสติกส์ ก่อสร้าง และวิศวกรรม รวมถึง DRB-HICOM ซึ่งดำเนินธุรกิจยานยนต์ ตลอดจนมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และการศึกษา

    โดยในปี 2017 DRB-HICOM ได้ขายหุ้น 49.9% ใน Proton ให้กับ Zhejiang Geely ขณะที่ MMC Corp ซึ่งเขานำออกจากตลาดหุ้นในปี 2021 ได้เป็นเจ้าของและบริหาร Senai International Airport ศูนย์กลางการบินสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษ Iskandar และรัฐยะโฮร์




แปลและเรียบเรียงจาก Malaysia’s 50 Richest




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 10 มหาเศรษฐีเกาหลีใต้ ปี 2026 “Jay Y. Lee” แห่ง Samsung กลับมาครองอันดับ 1

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine