Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของญี่ปุ่น ประจำปี 2026 กระแส AI ทำความมั่งคั่งพุ่ง ทรัพย์สินรวมกันกว่า 294,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ “Masayoshi Son” แห่ง SoftBank กลับมาทวงคืนอันดับ 1 แซงหน้า “Tadashi Yanai” ผู้ก่อตั้ง Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์ Uniqlo
การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสความนิยมด้าน AI ทั่วโลก ส่งผลให้ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 70% นับตั้งแต่ Forbes ได้จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของญี่ปุ่นเมื่อปี 2025
แม้ว่าอีกด้านหนึ่ง จะมีปัจจัยจากเงินเยนที่อ่อนค่าเข้ามากดดันผลตอบแทนบางส่วน แต่ความมั่งคั่งรวมของมหาเศรษฐีญี่ปุ่น 50 อันดับแรกในปี 2026 นั้นเพิ่มขึ้นถึง 29% มาอยู่ที่ระดับ 294,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งยังคงกระจุกตัว และมีมหาเศรษฐีเพียง 14 รายเท่านั้นในลิสต์นี้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดย Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง SoftBank Group คือคนที่โดดเด่นที่สุด และสามารถกลับมาครองอันดับ 1 ได้อีกครั้ง หลังจากห่างหายจากตำแหน่งนี้ไปนาน 4 ปี
ทรัพย์สินของ Masayoshi Son เพิ่มขึ้น 51,800 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 184% มาอยู่ที่ 80,000 ล้านเหรียญ ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุด ทั้งในแง่เปอร์เซ็นต์และมูลค่าเงินดอลลาร์
โดย SoftBank รายงานกำไรสุทธิที่ 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 31,000 ล้านเหรียญ) สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากการลงทุนหลายพันล้านเหรียญใน OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT
ด้าน Tadashi Yanai มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Uniqlo ขยับลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 แม้ว่าความมั่งคั่งของเขาจะเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งในสาม ด้วยมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 65,000 ล้านเหรียญ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัทแม่อย่าง Fast Retailing
ขณะเดียวกัน ตระกูล Sekiya ขยับขึ้นมาสามอันดับ อยู่ในตำแหน่งที่ 5 หลังจากเพิ่มความมั่งคั่งได้ 4,100 ล้านเหรียญ ส่งผลให้มีทรัพย์สินรวม 9,100 ล้านเหรียญ โดยราคาหุ้นของบริษัท Disco ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ของครอบครัวพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่เข้ามาติดอันดับรายใหม่ มีทั้งหมด 6 ราย หนึ่งในนั้นคือ Masakazu Idemitsu ซึ่งมีทรัพย์สิน 1,150 ล้านเหรียญร่วมกับครอบครัว โดยบริษัทกลั่นน้ำมัน Idemitsu Kosan ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นภายหลังความขัดแย้งในอิหร่าน ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65% แตะระดับ 172,000 ล้านเยน และราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเช่นกันที่ 48%
อีกหนึ่งผู้ที่ปรากฏชื่อเป็นครั้งแรก คือ Fumio Sakiya ผู้ก่อตั้งบริษัท Rorze ซึ่งผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และจอแสดงผล โดยราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วงปีที่ผ่านมา จากแนวโน้มยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ มีผู้ที่กลับเข้ามาติดอันดับอีกครั้งเพียงรายเดียว คือ Ryuji Arai ผู้ก่อตั้งบริษัทค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า Bic Camera ซึ่งกลับมาติดอันดับที่ 48 หลังจากหายไป 1 ปี ด้วยทรัพย์สิน 1,130 ล้านเหรียญ โดยบริษัทรายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23% อยู่ที่ 11,000 ล้านเยน จากยอดขาย 508,000 ล้านเยน
ในทางกลับกัน มีมหาเศรษฐีที่ความมั่งคั่งลดลงทั้งหมด 27 ราย ยกตัวอย่างเช่น Takahisa Takahara ซีอีโอของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค Unicharm ซึ่งทรัพย์สินลดลงเกือบหนึ่งในสาม เหลือ 3,600 ล้านเหรียญ เนื่องจากราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลดลงท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดย Unicharm รายงานกำไรสุทธิลดลง 21% เหลือ 19,800 ล้านเยน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่หลุดออกจากการจัดอันดับจำนวน 3 ราย หนึ่งในนั้นคือตระกูล Nakatani เนื่องจากบริษัทผลิตอุปกรณ์ทดสอบทางการแพทย์ Sysmex ต้องเผชิญกับราคาหุ้นที่ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง หลังจากกำไรสุทธิลดลงมากกว่าหนึ่งในสาม เหลือ 35,400 ล้านเยน
สำหรับ 10 อันดับ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของญี่ปุ่น ประจำปี 2026 มีดังนี้
1. Masayoshi Son
ทรัพย์สิน 80,000 ล้านเหรียญ | ธุรกิจการเงินและการลงทุน

Masayoshi Son เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ SoftBank Group กลุ่มบริษัทด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยในปีงบประมาณล่าสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 31,000 ล้านเหรียญ) จากรายได้รวม 7.8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 49,000 ล้านเหรียญ)
ผู้ลงทุนใน Vision Fund 1 ซึ่งเป็นกองทุนด้านเทคโนโลยีของ SoftBank ประกอบด้วยบริษัทและนักลงทุนรายใหญ่หลายราย อาทิ Apple, Qualcomm, Foxconn สำนักงานบริหารทรัพย์สินของมหาเศรษฐี Larry Ellison รวมถึงกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย
โดยกองทุนดังกล่าวได้เข้าไปลงทุนในบริษัทมากกว่า 400 แห่งทั่วโลก เช่น Grab, Coupang ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซของเกาหลีใต้ และ Swiggy แพลตฟอร์มจัดส่งอาหารรายใหญ่ของอินเดีย
ปัจจุบัน Son กำลังลงทุนด้าน AI ด้วยเม็ดเงินหลายพันล้านเหรียญ ที่สำคัญคือ Stargate Project มูลค่า 500,000 ล้านเหรียญ ซึ่งดำเนินการร่วมกับ OpenAI, Oracle และ MGX เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2025 SoftBank ได้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ใน Nvidia ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเกือบ 6,000 ล้านเหรียญ เพื่อนำเงินไปลงทุนใน OpenAI โดยบริษัทมีแผนลงทุนรวม 30,000 ล้านเหรียญ
2. Tadashi Yanai
ทรัพย์สิน 65,000 ล้านเหรียญ | ธุรกิจแฟชั่นและค้าปลีก

Tadashi Yanai เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ Fast Retailing อาณาจักรค้าปลีกเสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Uniqlo ที่มีร้านค้ากระจายอยู่เกือบ 2,500 สาขาใน 25 ประเทศทั่วโลก
สำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ เดือนสิงหาคม 2025 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,800 ล้านเหรียญ จากรายได้รวม 22,000 ล้านเหรียญ โดย Yanai ตั้งเป้าหมายให้ Fast Retailing ก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะต้องมีขนาดใหญ่กว่า H&M และ Inditex ที่เป็นบริษัทแม่ของ Zara
3. Takemitsu Takizaki
ทรัพย์สิน 23,600 ล้านเหรียญ | ธุรกิจการผลิต

Takemitsu Takizaki เป็นผู้ก่อตั้ง Keyence บริษัทผู้ผลิตเซ็นเซอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม แม้จะลงจากตำแหน่งประธานกรรมการในปี 2015 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทและประธานกิตติมศักดิ์
โดยรายได้ของบริษัทมาจากลูกค้านอกประเทศญี่ปุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนประมาณสองในสามของรายได้ทั้งหมด
4. Nobutada Saji และครอบครัว
ทรัพย์สิน 9,300 ล้านเหรียญ | ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

Nobutada Saji ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Suntory Holdings บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1899 โดยในปี 2014 Suntory ได้เข้าซื้อกิจการ Beam บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกา เจ้าของแบรนด์ Jim Beam และ Maker’s Mark ด้วยมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญ
Forbes ระบุว่า ปัจจุบัน Nobuhiro Torii หลานชายของ Saji ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอของ Suntory โดยการประเมินมูลค่าความมั่งคั่งของ Saji ในครั้งนี้ ได้รวมมูลค่าหุ้นที่ถือครองโดยสมาชิกในครอบครัวของเขาไว้ด้วย
5. ตระกูล Sekiya
ทรัพย์สิน 9,100 ล้านเหรียญ | ธุรกิจเทคโนโลยี

Mitsuo Sekiya ก่อตั้งบริษัท Disco เมื่อปี 1937 เพื่อผลิตหินเจียรชนิดพิเศษ ปัจจุบัน Kazuma Sekiya หลานชายของผู้ก่อตั้ง ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอ โดย Disco ได้กลายเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรที่ใช้ตัดแผ่นเซมิคอนดักเตอร์สำหรับนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ
สำหรับความมั่งคั่งของตระกูล Sekiya นั้้น เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ที่มีทรัพย์สิน 5,000 ล้านเหรียญ มาเป็น 9,100 ล้านเหรียญในการจัดอันดับครั้งล่าสุด
6. Yasumitsu Shigeta
ทรัพย์สิน 6,000 ล้านเหรียญ | ธุรกิจโทรคมนาคม

Yasumitsu Shigeta เป็นประธานกรรมการของบริษัท Hikari Tsushin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยดำเนินธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและบริการโทรคมนาคม รวมถึงให้บริการจัดหาไฟฟ้าและก๊าซแก่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ตลอดจนจำหน่ายประกันภัยและอุปกรณ์สำนักงาน
Shigeta ก่อตั้ง Hikari Tsushin ในปี 1988 แต่ในช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอตคอม (Dot-com Bubble) แตกเมื่อปี 2001 ความมั่งคั่งของเขาหายไปเป็นจำนวนมาก ก่อนจะกลับเข้าสู่รายชื่อมหาเศรษฐีโลกของ Forbes ได้อีกครั้งในปี 2005 ด้วยราคาหุ้นของ Hikari Tsushin ที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
7. Takao Yasuda
ทรัพย์สิน 4,700 ล้านเหรียญ | ธุรกิจแฟชั่นและค้าปลีก

Takao Yasuda ก่อตั้งธุรกิจค้าปลีกแบบลดราคาภายใต้ชื่อ Don Quijote ในปี 1980 ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ชื่อ Pan Pacific International Holdings โดยบริษัทมีร้านค้ารวมเกือบ 750 สาขา จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่นาฬิกาหรู Rolex ขนมขบเคี้ยว ไปจนถึงสินค้าสำหรับผู้ใหญ่ และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
Yasuda กลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทอีกครั้งในปี 2019 หลังจากลงจากตำแหน่งประธานกรรมการและซีอีโอในปี 2015 โดยปัจจุบันเขามีตำแหน่งเป็นประธานผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาสูงสุดของ Pan Pacific
8. Hideyuki Busujima และครอบครัว
ทรัพย์สิน 4,600 ล้านเหรียญ | ธุรกิจการพนันและคาสิโน
Hideyuki Busujima เป็นลูกชายของ Kunio Busujim ผู้ก่อตั้ง Sankyo บริษัทผู้ผลิตเครื่องปาจิงโกะ (ตู้เกมเสี่ยงโชค) รายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยในปี 2014 Kunio ได้โอนหุ้นทั้งหมดใน Sankyo ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้แก่ Hideyuki
สำหรับ Hideyuki ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและซีอีโอของ
บริษัทตั้งแต่ปี 2008 ก่อนจะลงจากตำแหน่งซีอีโอในปี 2022 แต่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการต่อไป โดยการประเมินมูลค่าความมั่งคั่งของครอบครัวครั้งนี้ ได้รวมมูลค่าหุ้น Sankyo ที่ถือครองโดยพี่น้องผู้หญิงอีก 2 คนของ Hideyuki ด้วย
9. Toichi Takenaka และครอบครัว
ทรัพย์สิน 4,000 ล้านเหรียญ | ธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรม

Toichi Takenaka ดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของ Takenaka บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยมีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี 1610 ที่เริ่มจากการรับสร้างวัดและศาลเจ้า
บริษัทนี้เป็นผู้ก่อสร้าง Tokyo Tower แลนด์มาร์กสำคัญของญี่ปุ่นในปี 1958 และยังรับงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน สนามบิน สนามกีฬา และพิพิธภัณฑ์ โดยความมั่งคั่งของพวกเขากระโดดจากทรัพย์สิน 1,500 ล้านเหรียญในการจัดอันดับครั้งก่อน มาเป็น 4,000 ล้านเหรียญในปีล่าสุด
10. Akira Mori และครอบครัว
ทรัพย์สิน 3,950 ล้านเหรียญ | ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

Akira Mori เป็นประธานกรรมการและเจ้าของ Mori Trust บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยมีอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 100 แห่ง ทั้งในกรุงโตเกียวและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงอาคารสำนักงานและโรงแรมจำนวนมากอยู่ในครอบครอง
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของบางส่วนในอาคารมิกซ์ยูสขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในย่านแมนฮัตตันในปี 2025 ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีกภายในโครงการเดียวกัน
ปัจจุบัน Miwako Date ผู้เป็นลูกสาวได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีแผนลงทุนในโครงการใหม่มูลค่าเกือบ 8,000 ล้านเหรียญ และประมาณ 20% ของเงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในต่างประเทศ

แปลและเรียบเรียงจาก Japan’s 50 Richest 2026: SoftBank’s Masayoshi Son Reclaims Top Spot As Country’s Richest Person Amid AI Boom
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 6 คนไทยรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพบนทำเนียบ 30 Under 30 Asia 2026
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


