Forbes จัดอันดับนายจ้างที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 “Microsoft” บิ๊กเทคจากสหรัฐฯ ครองแชมป์ 3 ปีซ้อน ท่ามกลางโจทย์ใหญ่จากการใช้ AI ในที่ทำงาน และวิธีที่องค์กรจะรักษาคนเก่งเอาไว้ เมื่อ “ค่าตอบแทน” ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้คนเลือกอยู่ต่อ
Forbes จัดอันดับ นายจ้างที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 (World’s Best Employers 2026) โดยร่วมมือกับบริษัทวิจัยตลาด Statista สำรวจความคิดเห็นของพนักงานมากกว่า 3 แสนคนใน 50 ประเทศ ซึ่งทำงานให้กับบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานมากกว่า 1 พันคน
ผู้ตอบแบบสอบถามจะถูกถามว่ามีแนวโน้มมากน้อยเพียงใดที่จะแนะนำบริษัทของตนให้กับครอบครัวหรือเพื่อน รวมถึงให้คะแนนบริษัทในเกณฑ์ต่างๆ เช่น สวัสดิการ การพัฒนาบุคลากร สภาพแวดล้อมในการทำงาน และโอกาสในการฝึกอบรม
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังสามารถให้คะแนนนายจ้างเดิมที่เคยทำงานด้วยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงบริษัทที่พวกเขารู้จักในอุตสาหกรรมของตนเอง และจากเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่ทำงานอยู่ในบริษัทเหล่านั้น
ทั้งนี้ คำตอบจากแบบสำรวจจะถูกนำมาวิเคราะห์และรวบรวมคะแนนร่วมกับข้อมูลจากช่วง 3 ปีก่อนหน้า โดยให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดและการประเมินจากพนักงานที่ยังทำงานอยู่ในปัจจุบันเป็นสำคัญ โดยมีบริษัททั้งหมด 900 แห่ง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน 52 ประเทศ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ประจำปีนี้
สำหรับบริษัทที่ครองอันดับสูงสุดในปีนี้คือยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft ซึ่งครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตามด้วย Delta Air Lines ที่ยังคงรักษาอันดับ 2 เอาไว้ ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify ขยับจากอันดับ 14 ในปี 2025 ขึ้นมาครองอันดับ 3 ตามด้วย Costco ในอันดับ 4 และ Nvidia ในอันดับ 5
มากกว่าค่าตอบแทน คือเหตุผลที่คนอยู่ต่อ
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวางในบรรดาบริษัทที่ติดอันดับในปีนี้คือการใช้ AI ทำงาน จากการสำรวจพนักงาน 1.2 หมื่นคนโดย Boston Consulting Group (BCG) พบว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า AI สามารถเข้ามารับช่วงงานง่ายๆ ได้ ทำให้พวกเขามีเวลาไปทำงานในโครงการที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ในจำนวนนี้มีพนักงานกว่า 66% กลับระบุว่าไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้บริหารระดับสูงว่าควรนำเวลาที่ได้คืนมาจาก AI ไปใช้ประโยชน์อย่างไร
ผู้จัดทำรายงานของ BCG ระบุว่า พนักงานจะได้รับประโยชน์จากทิศทางที่ชัดเจนและความเข้าใจในวิสัยทัศน์ที่ใหญ่ขึ้นของบริษัท เพื่อช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ว่าจะใช้เวลาที่ AI ช่วยประหยัดให้เกิดประโยชน์อย่างไร และเพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าเฉพาะตัวที่พวกเขานำมาสู่งานของตนเอง
ขณะที่ Mark Khater หัวหน้าศูนย์ Centre for Strategy and Performance แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวว่า บริษัทชั้นนำในระดับนานาชาติจะเข้าใจว่าพนักงานจำเป็นต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายร่วมกันของบริษัท นั่นคือ “มีความสามารถและทรัพยากรที่จำเป็นต่อการทำงาน และมีความไว้วางใจในวิธีการที่พวกเขาจะไปถึงเป้าหมายนั้น”
เขากล่าวว่า บริษัทที่ดีที่สุดจะนำหลักการร่วมกันมาใช้เป็นแนวทางให้บุคลากรปฏิบัติตาม ขณะเดียวกันก็ให้อิสระแก่พนักงานในการตัดสินใจว่าจะบริหารจัดการผลงานของตนเองอย่างไร
“บริษัทที่สามารถรักษาคนเก่งที่สุดเอาไว้ได้ เริ่มต้นจากการตระหนักว่าผู้คนจะไม่อยู่กับองค์กรเพียงเพราะค่าตอบแทนอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาจะอยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นตัวเองกำลังพัฒนาความสามารถมากขึ้น ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น และมีความสำคัญต่อองค์กรมากขึ้น” Khater กล่าว
กรณีนี้เกิดขึ้นกับ Spotify บริษัทสตรีมมิงเพลง พอดแคสต์ และวิดีโอ จากสวีเดนที่อยู่ในอันดับ 21 ซึ่งเป็นบริการ Anna Lundström ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท กล่าวว่า Spotify พิจารณาว่าพนักงานแต่ละคนกำลังทำงานที่มีความหมายสำหรับพวกเขาหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ต้องสะท้อนค่านิยมหลักของบริษัทด้วย
“งานที่มีความหมายจะขับเคลื่อนเป้าหมาย และเป้าหมายจะขับเคลื่อนความมุ่งมั่น วัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยม และธุรกิจที่แข็งแกร่ง” Lundström กล่าว

แปลและเรียบเรียงจาก Meet The World’s Best Employers 2026
ภาพ: เว็บไซต์บริษัท และเพจเฟซบุ๊กบริษัท
ออกแบบ: ชัยกานต์ มณีจักร์
หมายเหตุ: ใช้ AI ในการสร้างภาพด้วย ChatGPT
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 10 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา MIT ครองแชมป์ ท่ามกลางโจทย์ใหม่จาก AI
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


