หูฟังมีสายกลับมาฮิต เทรนด์ใหม่ของ Millennials และ Gen Z ราคาถูก เท่ จับต้องได้จริง ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

หูฟังมีสายกลับมาฮิต เทรนด์ใหม่ของ Millennials และ Gen Z ราคาถูก เท่ จับต้องได้จริง ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล

ในยุคที่หูฟังไร้สายกลายเป็น “สิ่งที่ต้องมี” ของคนส่วนใหญ่ การกลับมาเห็น “หูฟังแบบมีสาย” โผล่อยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้นอาจฟังดูย้อนแย้งไม่น้อย แต่สำหรับ Millennials และ Gen Z นี่คือไลฟ์สไตล์ที่ให้คุณค่ากับความเรียบง่าย ความเป็นตัวเอง และสิ่งที่จับต้องได้จริง ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน


    แม้หูฟังแบบมีสายจะดูเป็นของใช้สายสปอร์ตมากกว่าจะเป็นไอเทมแฟชั่น แต่เมื่อคนที่หยิบมันมาใช้แรกๆ คือเหล่านักบาสเกตบอล NBA ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำเทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์ระดับโลก หูฟังแบบมีสายก็ถูกยกระดับให้ “เท่” และกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

    ย้อนกลับไปในปี 2008 ระหว่างโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน LeBron James ได้ปรากฏตัวพร้อมกับหูฟัง Beats by Dre เพียงเท่านี้ก็ทำให้ Beats ในฐานะแบรนด์น้องใหม่ขณะนั้นได้รับความนิยมแบบชั่วข้ามคืน

    เกือบสองทศวรรษต่อมา เทรนด์ดังกล่าวหมุนย้อนกลับมาอีกครั้ง นักบาสระดับโลกอย่าง Anthony Edwards และ Steph Curry ต่างก็เลือกใช้หูฟังแบบมีสายแทนที่หูฟังไร้สายซึ่งกำลังครองตลาด ขณะที่ปกนิตยสาร New York Magazine ฉบับเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยังนำเสนอภาพคนดังหลายคู่ หนึ่งในนั้นคือ Ben Stiller และ Karl-Anthony Towns ดาวดังจากทีม New York Knicks ที่ปรากฏตัวขณะใช้หูฟังแบบมีสายฟังเพลงด้วยกันบนรถไฟใต้ดิน

    ในโลกของ NBA อุโมงค์ทางเดินเข้าสนามได้กลายเป็นพื้นที่โชว์ไลฟ์สไตล์ของนักกีฬา ซึ่งไม่ต่างจากรันเวย์แฟชั่น และหูฟังมีสายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคเหล่านั้น Chad Brown ผู้ก่อตั้งเพจ NBA Fashion Fits ระบุว่า แฟชั่นและบาสเกตบอลเป็นวัฒนธรรมเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมย่อมสะท้อนออกมาจากอุโมงค์ก่อนเข้าสนาม นักบาสหลายคนยังเลือกใช้หูฟังมีสายด้วยเหตุผลด้านการใช้งาน เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ หรือการที่หูฟังไร้สายชอบหลุดระหว่างการใช้งาน

    ที่สำคัญ กระแสดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการกีฬา เพราะคนดังระดับโลกทั้ง Drake, Lily-Rose Depp, Harry Styles และ Zendaya ต่างถูกพบเห็นว่าหันกลับมาใช้หูฟังแบบมีสายกันมากขึ้น

    ด้าน Emma Watson ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอชอบหูฟังสไตล์เก่ามากกว่า ขณะที่ Dua Lipa และ Ariana Grande ก็แสดงให้เห็นผ่านคอนเทนต์แฟชั่นว่าหูฟังมีสายยังคงเป็นไอเทมคู่ใจ

    หนึ่งในผู้ผลักดันกระแสนี้อย่างชัดเจนคือ Shelby Hull ผู้ก่อตั้ง Wired It Girls บน Instagram ที่รวบรวมภาพคนดังและแฟชั่นไอคอนที่เลือกใช้หูฟังแบบมีสาย เธอเริ่มสร้างแอคเคานต์นี้หลังได้รับแรงบันดาลใจจากบทความที่กล่าวถึง Bella Hadid ที่แม้จะสามารถซื้ออุปกรณ์ไฮเทคได้สบาย แต่กลับเลือกใช้หูฟังแบบมีสาย

    Shelby Hull มองว่า ทัศนคติแบบ “ไม่แคร์เทรนด์เทคโนโลยี” คือเสน่ห์ เพราะสะท้อนความเท่แบบเป็นตัวของตัวเอง และไม่ต้องพยายามตามกระแส

    ส่วนอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้หูฟังแบบมีสายกลับมาได้รับความนิยม เธอบอกว่าคือเรื่องราคา เทียบง่ายๆ หูฟังมีสายของ Apple มีราคาเพียง 25 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ AirPods เริ่มต้นที่มากกว่า 150 เหรียญ จึงไม่แปลกที่หูฟังแบบมีสายจะเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่


Millennials และ Gen Z โหยหาอดีตในโลกยุค AI

    นอกจากเรื่องแฟชั่น ความสะดวก และราคาแล้ว กระแสนี้ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดที่คนรุ่นใหม่เริ่มโหยหาความเรียบง่ายและสิ่งที่จับต้องได้ในอดีตมากขึ้น นับตั้งแต่ Apple เปิดตัว iPhone 7 ที่ตัดช่องเสียบหูฟังออกในปี 2016 ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ ก็เริ่มทำตาม โดยข้อมูลจาก Future Marketing Insight ระบุว่า ในปี 2025 หูฟังแบบไร้สายครองสัดส่วนยอดขายถึง 66% เมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสายที่ 34%

    อย่างไรก็ตาม สาวกของหูฟังแบบมีสายได้ชี้ให้เห็นถึงข้อดีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าที่ง่าย ไปจนถึงเรื่องความปลอดภัย เพราะหูฟังมีสายไม่สามารถถูกแฮ็กได้เหมือนระบบบลูทูธ และเหมาะกับการสนทนาเรื่องละเอียดอ่อน

    ยิ่งไปกว่านั้น กระแสหวนคืนสู่หูฟังแบบมีสาย ยังสะท้อนถึงการโหยหาอดีต และความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตแบบออฟไลน์มากขึ้น นั่นคือ “ไลฟ์สไตล์แบบอนาล็อก” ซึ่งเน้นการใช้สิ่งของที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน โดยกำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่น Millennials และ Gen Z ท่ามกลางโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและ AI อย่างรวดเร็ว

    ตั้งแต่งานอดิเรกอย่างการถักไหมพรม การเติบโตของตลาดโทรศัพท์ปุ่มกดที่มีฟังก์ชันจำกัด ไปจนถึงกล้องอินสแตนท์และกล้องฟิล์ม ล้วนสะท้อนความต้องการลดการพึ่งพาดิจิทัล แม้จะไม่ตัดขาดอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

    “ทุกวันนี้มี AI เยอะมาก ทุกอย่างเป็นดิจิทัลและหลายอย่างไม่รู้สึกว่าจริงอีกต่อไป หลายคนจึงอยากมีสิ่งที่จับต้องได้ นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนหลงใหลยุค 90s และต้นยุค 2000 มาก เพราะมันคือสิ่งที่จับต้องได้และรู้สึกได้ หูฟังมีสายจึงไม่ใช่แค่เครื่องฟังเพลง แต่เป็นตัวแทนของความคิดถึงอดีต ความเป็นตัวเอง และการใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบในโลกที่หมุนเร็วเกินไป” Shelby Hull กล่าว



แปลและเรียบเรียงจาก Why wired headphones are swinging back into style



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พักก่อนความสัมพันธ์คลุมเครือ! คนโสด Gen Z ขอเลือก ‘ความชัดเจน’ ความฉลาดทางอารมณ์คือเสน่ห์ แต่ถ้าไม่ผ่านด่านเพื่อนสนิทคือจบ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine