Vivienne Westwood จัดนิทรรศการครั้งแรกในไทย สำรวจโลกแฟชั่น-เครื่องประดับจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษ

Vivienne Westwood จัดนิทรรศการครั้งแรกในไทย สำรวจโลกแฟชั่น-เครื่องประดับจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษ

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดแสดงที่ Shanghai, Chengdu และ Macau จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษอย่าง Vivienne Westwood ได้เดินทางมาถึงกรุงเทพมหานครแล้วพร้อมเรื่องราวอันน่าหลงใหลของเครื่องประดับ ในนิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery” ซึ่งจะจัดแสดง ณ เซ็นทรัลชิดลม ไปจนถึงวันที่ 23 ตุลาคมนี้


    นิทรรศการครั้งนี้พาผู้ชมสำรวจแนวคิดและภาษาการออกแบบของ Vivienne Westwood ผ่านเครื่องประดับชิ้นสำคัญจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงกว่า 600 ชิ้น ได้รับการคัดเลือกโดย Andreas Kronthaler สามีของ Westwood และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์

    ทั้งเครื่องประดับรวมถึงผลงานจากคอลเลกชันและแฟชั่นโชว์ครั้งสำคัญในอดีตได้ถูกนำเสนอร่วมกันอีกครั้ง ผ่านองค์ประกอบเสียง คอลลาจกราฟิกบนผนัง ภาพถ่าย และวิดีโอ

    โดยรายละเอียดที่น่าสนใจคือ เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่นำมาจัดแสดงเป็นชุดที่ Westwood เคยสวมใส่จริง พร้อมภาพประกอบที่แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่เธอเคยสวมใส่ผลงานเหล่านั้น และบางชุดนำมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เป็นที่แรก


8 ห้อง เล่าโลกแฟชั่นผ่านสายตา Vivienne Westwood

    นิทรรศการแบ่งออกเป็น 8 ห้อง แต่ละห้องนำเสนอแนวคิดและช่วงเวลาที่แตกต่างกันของ Vivienne Westwood เริ่มตั้งแต่ Origins ซึ่งเล่าถึงจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมพังก์ ตามด้วย Wonderland ที่ถ่ายทอดจินตนาการเหนือจริง และ Do It Yourself ซึ่งสะท้อนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม

    ขณะที่ Exploration พาผู้ชมสำรวจความหลากหลายทางวัฒนธรรม ก่อนเข้าสู่ Parure ที่นำเสนอเครื่องประดับชุดและแรงบันดาลใจจากศตวรรษที่ 18 และ Orb ซึ่งรวบรวมเรื่องราวของสัญลักษณ์สำคัญประจำแบรนด์


    หนึ่งในไฮไลต์คือเครื่องประดับชุด ซึ่งสะท้อนความหลงใหลของ Westwood ที่มีต่อศตวรรษที่ 18 โดยเธอมองว่าแฟชั่นในยุคดังกล่าวได้ขึ้นสู่จุดสูงสุด จึงนำแรงบันดาลใจและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากช่วงเวลานั้นมาปรับใช้ในผลงานของตัวเอง

    ขณะที่ห้อง Orb เป็นอีกห้องที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากรวบรวมสัญลักษณ์ Orb ไว้มากกว่า 100 แบบ เพื่อสะท้อนการเดินทางของแบรนด์ผ่านยุคสมัยต่างๆ นับตั้งแต่สัญลักษณ์นี้ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1985 ซึ่ง Kronthaler เปรียบ Orb เสมือนอัญมณีที่เป็นสัญลักษณ์แทนโลก เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตผ่านวงแหวนดาวเสาร์ รวมถึงสะท้อนความเป็นอังกฤษและความเป็น Vivienne Westwood


    Kronthaler อธิบายว่า ในช่วงยุคพังก์ Westwood นำทั้งหมุดโลหะ เข็มกลัดซ่อนปลาย กระป๋อง เศษวัสดุ กระดูก และสิ่งของต่างๆ มาประดับบนเสื้อผ้า โดยเครื่องประดับมีบทบาทในการช่วยถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเรือนร่าง สะท้อนบุคลิก และบันทึกความหมายของช่วงเวลาต่างๆ ในชีวิต

    แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความเชื่อของ Vivienne Westwood ที่มองว่าศิลปะไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุใดเป็นพิเศษหรือต้องมีมูลค่า แต่ทุกวัสดุสามารถนำมาสะท้อนถึงผลงานและความเชื่อได้ และแม้ผลงานของ Westwood จะมีรูปแบบและแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเธอปฏิเสธการถูกจำกัดความ และเชื่อว่าผลงานของเธอควรสะท้อนถึงการปฏิวัติหรือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ

    สำหรับการจัดแสดงในกรุงเทพฯ ยังมีการเปิดตัว The Galaxy Room พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟที่พาผู้ชมเข้าสู่จักรวาลความคิดสร้างสรรค์ของ Westwood เป็นครั้งแรก โดยพัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Microsoft ซึ่งผู้เข้าชมสามารถเลือกและสแกนเครื่องประดับที่สะท้อนตัวตนหรือสร้างความประทับใจให้แก่ตนเอง เพื่อรวบรวมเป็นคอลเลกชันส่วนตัวได้สูงสุดถึง 40 ดีไซน์ ก่อนปิดท้ายด้วยโซนของที่ระลึก Vivienne Westwood Exhibition Shop ซึ่งนำเสนอคอลเลกชันที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการครั้งนี้


ย้อนเส้นทาง 4 ทศวรรษ Vivienne Westwood

    เบื้องหลังเส้นทางดังกล่าว Westwood เริ่มต้นการออกแบบในปี 1971 ร่วมกับ Malcolm McLaren ซึ่งเป็นสามีของเธอในเวลานั้น โดยใช้ร้านที่ 430 Kings Road, London เป็นพื้นที่นำเสนอแนวคิดและงานออกแบบ ก่อนที่ทั้งชื่อร้านและการตกแต่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดด้านแฟชั่นที่พัฒนาขึ้น

    ในปี 1976 Westwood และ McLaren มีบทบาทสำคัญในการนิยามวัฒนธรรมพังก์ผ่านร้านและแบรนด์เสื้อผ้า Seditionaries และในช่วงปลายทศวรรษ 1970 Westwood ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในสัญลักษณ์ของ British avant-garde ก่อนจัดแฟชั่นโชว์บนรันเวย์เป็นครั้งแรกในปี 1981 สำหรับคอลเลกชัน Autumn/Winter 1981 ที่ Olympia ในกรุง London

    หลังจากนั้น Westwood หันมาศึกษาเทคนิคการตัดเย็บแบบดั้งเดิมของ Savile Row พร้อมนำผ้าอังกฤษและศิลปะในศตวรรษที่ 17 และ 18 มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และในปี 1989 Westwood ได้พบกับ Kronthaler ซึ่งต่อมาเป็นทั้งสามี คู่คิดด้านการออกแบบ และ creative director ของแบรนด์

    ในปี 2006 เธอได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ Dame of the British Empire จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ก่อนจะได้รับรางวัล Outstanding Achievement in Fashion จากงาน British Fashion Awards ในปี 2007

    ตลอดเส้นทางการออกแบบยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ Vivienne Westwood ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทแฟชั่นระดับโลกที่ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยแฟชั่นเฮาส์แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ แต่ยังใช้ผลงานเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างความตระหนักต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนทั่วโลก

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ที่ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัลชิดลม ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 ตุลาคม 2569 เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-22.00 น. ซื้อบัตรเข้าชมทางเคาน์เตอร์ด้านหน้านิทรรศการ หรือเว็บไซต์ Ticketmelon และเว็บไซต์ Trip.com




ภาพ : Vivienne Westwood




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : อาร์ตแฟร์สัญชาติไทยเกิดแล้ว! เตรียมจัด “art bangkok 2026” ดึงนักสะสมหน้าใหม่-เปิดพื้นที่ให้แกลเลอรี รับตลาดศิลปะไทยโต 1.4 พันล้าน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine