"โลซานน์" ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ 1 ในเมืองยอดนิยมที่หลายคนใฝ่ฝันเดินทางไปท่องเที่ยว โดยไฮไลท์เด่นของการเดินทางไปเยือนในครั้งนี้ Forbes Thailand ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมภาพบรรยากาศสวยๆ บางส่วนของ "มหาวิหารโลซานน์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Plateforme 10 และตลาดคริสต์มาส" มาให้ได้ชม
โลซานน์ (Lausanne) 1 ในเมืองสุดฮิตของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่เหล่านักเดินทางจากทั่่วโลกรวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยต่างนิยมเดินทางมาสัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติเพราะมีทะเลสาบเจนีวาไหลผ่าน, มีเรื่องราวของประวัติศาสตร์และศาสนาอันเก่าแก่ที่แสดงให้เห็นผ่านสถาปัตยกรรมที่มีมานานหลายร้อยปีจาก 'มหาวิหารโลซานน์' อีกทั้งเมืองนี้ยังได้รับฉายาว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งโอลิมปิก" เนื่องจากเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มาตั้งแต่ปี 1915 รวมถึงเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกด้วย


การมาเยือนเมืองโลซานน์ในครั้งนี้ Forbes Thailand ได้รับการสนับสนุนจาก "การท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์" (Switzerland Tourism) ให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ อันน่าประทับใจ โดยมีไฮไลท์หลัก ได้แก่
มหาวิหารโลซานน์ สถาปัตยกรรมโกธิคที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์
อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งโลซานน์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Lausanne) หรือที่หลายคนเรียกกันสั้นๆ ว่า มหาวิหารโลซาน (Cathédrale de Lausanne) ถือเป็นโบสถ์คริสต์ระดับอาสนวิหารที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ การก่อสร้างของอาสนวิหารแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1170 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1235 ต่อมาเมื่อมีการปฏิรูปศาสนาเกิดขึ้น อาสนวิหารแห่งนี้จึงถูกประกาศอุทิศให้แก่พระแม่มารีโดยคำประกาศของสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 10 ในปี 1275 และได้มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกให้กลายมาเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันแทน
ด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นสไตล์โกธิก เห็นได้หอระฆังที่มียอดแหลมสูงและหลังคาสีแดง รูปปั้นปูนฝีมือสุดประณีตบริเวณคานหรือบนเสาแต่ละต้นสะท้อนให้เห็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนาได้เป็นอย่างดี โดย ณ ปัจจุบัน สถานที่สำคัญของเมืองแห่งนี้ ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมให้เหมือนกับในอดีตเพราะยังมีผู้เฝ้ายามที่ต้องขึ้นหอคอยทุกคืนเพื่อสอดส่องดูแลบ้านเมืองเหมือนในสมัยยุคกลาง สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์และความงามของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ยังเปิดให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เข้าชมฟรีโดยไม่ต้องเสียเงิน








Plateforme 10 ย่านศิลปะแห่งใหม่ของโลซานน์
ไม่ว่าคุณจะเป็นคน Gen ไหน แต่ถ้ามีใจรัก "ศิลปะ" และอยากได้อีกสถานที่สวยๆ ไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ เพื่อ Check in ผ่านออนไลน์ "PLATEFORME 10" ถือเป็นอีก 1 ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดและยังเดินทางได้ง่ายเพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองโลซานน์ และเดินเพียงไม่กี่นาทีจากสถานีรถไฟ SBB ที่นี่ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในสวิตเซอร์แลนด์ โดยการรวบรวมพิพิธภัณฑ์สำคัญทั้ง 3 แห่งของรัฐไว้ด้วยกัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งรัฐ (MCBA) พิพิธภัณฑ์การออกแบบและศิลปะประยุกต์ร่วมสมัยแห่งรัฐ (mudac) และพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายแห่งรัฐ (Photo Elysée)
ทั้งนี้ PLATEFORME 10 ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์งานอาร์ตที่เปิดให้เราเข้าไปชมศิลปะแบบธรรมดา หากแต่ว่าการเข้าชมนั้น เราสามารถเพลิดเพลินไปกับพิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่งได้อย่างจุใจด้วยการซื้อตั๋วเพียงใบเดียว อีกทั้งเรายังจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างครบวงจร อาทิ คาเฟ่ ร้านอาหาร เกมส์อาร์เคด และพื้นที่กลางแจ้งกว้างขวาง ให้เราได้ผ่อนคลายตลอดทั้งวัน






ตลาดคริสต์มาสเมืองโลซานน์ เพลิดเพลินกับเทศกาลหน้าหนาว
ตลาดคริสต์มาสของเมืองโลซานน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bô Noël มักจะจัดขึ้นแบบกระจายไปตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง โดยจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องไปถึงคืนเคาน์ดาวน์ในวันที่ 31 ธันวาคม ด้วยแสงไฟประดับประดาอันสวยงามสำหรับเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปี แต่ละพื้นที่จะจัดงานขึ้นด้วยธีมต่างๆ ให้เหล่าบรรดาคนท้องถิ่นและเหล่านักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ได้เพลินเพลินไปกับการช็อปปิ้งสินค้าในย่านนี้และดื่มด่ำไปกับอาหารและบรรยากาศที่เย็นสบายในย่านนี้ที่ดูสนุกสนานครึกครื้นแต่ไม่วุ่นวายหรือแออัดจนเกินไป




สำหรับโรงแรมที่เราได้เข้าพักที่เมืองโลซานน์ คือ โบ-ริวาจ พาเลซ Beau-Rivage Palace โรงแรมระดับ Luxury ที่ได้รับรางวัลการันตีจาก 2 Michelin keys ในปี 2024 และ ปี 2025 ติดต่อกัน นอกเหนือจากความหรูหรา มีระดับ เหล่าราชวงศ์และเซเลบริตี้คนดังจากทั่วโลกยังนิยมเลือกมาพักที่โรงแรมแห่งนี้ หลังจากก่อตั้งมายาวนานนับตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1861 และในปี 2026 นี้ โรงแรมเห่ง โบ-ริวาจ พาเลซ ก็จะมีอายุครบ 165 ปี
ด้วยจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมชั้นเลิศระดับตำนานเกือบสองร้อยปี โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องพักเป็นจำนวนทั้งหมด 168 ห้อง และยังคงใส่ใจในดีเทลเล็กๆ น้อยๆ เห็นได้จากการผสมผสานความคลาสสิคนเข้ากับเทคโนโลยี ด้วยการให้ลูกค้าที่มาพักได้ใช้กุญแจแบบเก่าที่มีดีไซน์สวยงาม แต่เวลาเปิดประตูห้องจะเป็นการแตะสัมผัสเสมือนระบบคีย์การ์ดตามโรงแรมทั่วไปในยุคปัจจุบัน และทำการไขกุญแจที่ระบบภายในห้องเพื่อให้ระบบไฟฟ้าทุกอย่างทำงานได้ทันที




ในฐานะที่ "โลซานน์" คือ 1 ในเมืองที่คนสวิสท้องถิ่นนิยมใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสารเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากภูมิศาสตร์ของประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้กัน อีกทั้งตัวตึกอาคารของโรงแรมแห่งนี้ยังเป็นสไตล์ Belle Époque (เบลล์เอป็อก) ที่แสดงให้เห็นถึง "ยุคแห่งความสวยงามและความรุ่งเรือง" ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสและยุโรปช่วงประมาณปี 1871-1914 ต่อเนื่องไปถึงห้องพักที่ตกแต่งได้อย่างสวยงามสุดคลาสสิค เดินออกมาริมระเบียงก็ยังสามารถรื่นรมย์ไปกับวิวของท้องฟ้า ทะเลสาบเจนีวา และเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน




บริการสุดหรูหราของโรงแรมยังไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ เพราะที่นี่ยังมี Guerlain Spa ที่พร้อมให้บริการทรีตเมนต์เฉพาะบุคคล ช่วยสร้างความผ่อนคลายและฟื้นฟูความสมดุลให้แก่ร่างกายและจิตใจ รวมถึงมีสระว่ายน้ำทั้งในร่มและกลางแจ้งให้เลือกใช้กันได้แบบสบายอารมณ์



และเมื่อที่นี่คือโรงแรมระดับ Michelin Star ภายในโรงแรมจึงมีร้านอาหารจากเชฟหญิงระดับ Michelin ชื่อดัง "Pic au Beau-Rivage Palace" ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับดินเนอร์มื้อค่ำเพื่อสร้าง memory อันน่าประทับใจตลอดทริปการเดินทางมาเยือน ณ เมืองโลซานน์ แห่งนี้ ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย





ภาพ : Kanokwan M และ การท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หรูหราแบบไม่ต้องหวือหวา! ตามสไตล์ 'Gstaad' สวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวชมวิวหิมะแบบพาโนรามา 'Glacier 3000'
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

