"ThirdHome" แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดย Wade Shealy มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Brentwood รัฐเทนเนสซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นธุรกิจแนว “สโมสรหรือคลับที่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนบ้านพักตากอากาศสำหรับกลุ่มสมาชิกที่เป็นคนรวยระดับเศรษฐีด้วยกัน” ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้อาจจะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในไทยหรือเอเชียมากนัก แต่สำหรับในอเมริกาและยุโรปนั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ThirdHome คลับออนไลน์สำหรับกลุ่มรวยที่มี "บ้านหลังที่สอง ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศสุดหรู" แล้วต้องการใช้ประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเข้าพัก "บ้านหลังที่สาม" (ThirdHome) ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศจากเจ้าของผู้เป็นสมาชิกรายอื่นๆ แห่งนี้ มีฐานสมาชิกจากเหล่าบรรดาเศรษฐีที่นำบ้านพักตากอากาศของตนเองเข้าสู่ระบบแลกเปลี่ยนแล้วมากกว่า 30,000 หลัง จากทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกคลับ จะมีค่าใช้จ่ายหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมรายปี : 295 เหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยราว 10,800 บาท เริ่มชำระตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป และ ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน (exchange fee) : เมื่อต้องการเข้าพักบ้านของสมาชิกท่านอื่น จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอยู่ที่ 495-1,995 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 18,000 - 73,000 บาทต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับขนาด ทำเล และฤดูกาลของบ้านพักหลังนั้น
ส่วนรายละเอียดเบื้องต้นของการสมัครนั้น เริ่มต้นด้วยการกรอกใบสมัครผ่านเว็บไซต์พร้อมระบุข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของบ้านและรายละเอียดทั้งหมดบ้านที่ต้องการนำเข้าระบบให้ทางทีมงาน ThirdHome ประเมินว่า บ้านมีมาตรฐานผ่านเกณฑ์ความลักชัวรีตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์แล้วสมาชิกรายนั้นจะได้รับจำนวน keys (travel credits) หลังทำการระบุเปิดช่วงเวลาบ้านให้สมาชิกคนอื่นเข้าพัก และสามารถนำจำนวน keys ดังกล่าวไปแลกเปลี่ยนหาที่พักในช่วงเวลาที่ต้องการได้ต่อไป
ข้อดีของการนำ "บ้านหลังที่สอง" เข้าสู่แพลตฟอร์มแลก-เปลี่ยน "บ้านพักตากอากาศ" นี้ จะช่วยให้เจ้าของสถานที่สามารถใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ของตนเองได้มากขึ้น หลังจากปล่อยว่างไม่ค่อยมีคนมาพักเกือบตลอดทั้งปี โดยการแลกเปลี่ยนที่พักนี้ยังช่วยให้เหล่าสมาชิกมีสิทธิเลือกที่พักในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ตสุดหรู บ้านพักตากอากาศที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอันสวยงามเหมาะสำหรับการเล่นสกี ต่อเนื่องไปถึงวิลล่าส่วนตัวที่ตั้งอยู่ติดริมทะเล เพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจจากที่พักที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร อีกทั้งยังไม่ต้องเสียค่าเช่าที่พักที่เข้าร่วมอยู่ในระบบแบบเต็มจำนวน แต่จะเสียค่าธรรมเนียมบางส่วนหลังจากใช้ Keys (travel credits) ที่ตนเองมีอยู่ ในการแลกเปลี่ยนที่พักเท่านั้น
Wade Shealy ซีอีโอ ผู้ก่อตั้ง ThirdHome เผยข้อมูลกับทีมงาน Forbes Thailand ว่า ณ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าสมาชิกอยู่ในแถบอเมริกา 50% แถบยุโรปและอื่นๆ 40% แถบเอเชีย 6% ออสเตรเลียและแปซิฟิก 4% และหากจำแนกในส่วนของทำเลที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศนั้น จะมีในอเมริกา 86.8%, ยุโรป 8.6%, ออสเตรเลียและแปซิฟิก 2.9%, เอเชีย 0.9% และอื่นๆ อีก 0.8%
"แม้ตัวเลขของสมาชิกในแถบเอเชียจะยังมีไม่มากนัก และฐานสมาชิกในเอเชียของเราจะอยู่ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียเป็นหลัก แต่เรามองเห็นโอกาสของการเติบโตที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตในประเทศไทย เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนตากอากาศจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
"ปัจจุบันเรามีบ้านพักตากอากาศในไทยจำนวน 63 หลัง ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่สมุย ภูเก็ต และกระบี่ มูลค่าของบ้านพักตากอากาศโดยเฉลี่ยต่อหลังอยู่ที่ 200,000-7,500,000 ล้านเหรียญ (คิดเป็นเงินไทย 6.5-250 ล้านบาท) ถือครองโดยเจ้าของชาวต่างชาติ 25 ราย และมูลค่าบ้านตั้งแต่ 500,000-10,000,000 เหรียญ (คิดเป็นเงินไทย 16.5-330 ล้านบาท) เป็นของกลุ่มเศรษฐีคนไทยอีก 15 ราย" Shealy กล่าว

สำหรับทิศทางธุรกิจในปีหน้า ซีอีโอ ThirdHome ยังบอกด้วยว่า เขามั่นใจมากว่าฐานสมาชิกกลุ่มเศรษฐีในประเทศไทยจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และหากพิจารณาถึงความร่วมมือในด้านโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ (branded residence) ที่กำลังเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในไทยนั้น ยิ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าอัตราการเติบโตจะเพิ่มมากขึ้นกว่าที่หวังไว้ในอนาคตอันใกล้ได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม "SAMUJANA" (สมุจนา) โครงการวิลล่าส่วนตัวที่ตั้งอยู่บนเกาะสมุย คือหนึ่งในตัวอย่างของ "อสังหาริมทรัพย์สุดหรู" ที่สมาชิกในไทยของ ThirdHome ได้นำบ้านพักตากอากาศของตนเองเข้าสู่ระบบไว้เพื่อแลกเปลี่ยนเช่นกัน
โครงการแห่งนี้มีวิลล่าจำนวนทั้งหมด 24 หลัง มีขนาดให้เลือกพักตั้งแต่ 4 ถึง 8 ห้องนอน โดยทุกหลังจะมาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบไร้ขอบ (infinity pool) ขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย พร้อมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติที่งดงามอันน่าทึ่ง ผสานเข้ากับการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ที่เน้นใส่ใจในรายละเอียดในทุกๆ ด้านเพื่อสร้างความแตกต่างอย่างเหนือระดับให้แก่เหล่าสมาชิกที่เลือกใช้ Keys ของตนเองในการแลกเปลี่ยนเข้าพัก "บ้านหลังที่สาม" และเพื่อสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวพักผ่อนตามบ้านพักตากอากาศที่คัดสรรทุกการดีไซน์มาอย่างดีจากกลุ่มสมาชิกระดับลักชัวรีที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบเดียวกัน






ภาพ : ThirdHome และ Samujana
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “กุ้ยหลิน” มีอะไรน่าเที่ยว? ทำไมยอดจองตั๋วบินโตกว่า 75% ปีนี้ขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองดาวเด่นของจีน คำตอบอยู่ที่ธรรมชาติ วัฒนธรรม และผู้คน
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


